คณะทนายคดีเขาพระวิหารถึงไทยแล้ว ทูตยันทำดีที่สุดแล้ว

ประชาชน สื่อมวลชน รอรับคณะทนายคดีเขาพระวิหารแน่นสุวรรณภูมิ “วีรชัย” ถึงไทยแล้วยันทีมทนายทำดีที่สุด ขอบคุณประชาชนช่วยเชียร์

บรรยากาศที่ห้องรับรองพิเศษ ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ มีผู้สื่อข่าวจำนวนมาก มาปักหลักรอติดตามทำข่าวการเดินทางกลับจากกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ของคณะผู้แทนและทีมทนายความของไทย ตั้งแต่ช่วงเช้า โดยมีโดยมีประชาชนบางส่วนเดินทางมารอตั้งแต่เช้าตรู่ ในเวลา 05.00 น. ขณะเดียวกันก็พบว่า มีประชาชนอีกกลุ่มหนึ่งมามอบดอกไม้ให้กำลังใจ พร้อมชูป้ายตะโกนขอบคุณ ว่า ทีมทนายความทำดีที่สุดแล้ว

คดีเขาพระวิหาร, เขาพระวิหาร, ทูตวีรชัย

ขณะที่ นายวีรชัย พลาศรัย ได้กล่าวขอบคุณคนไทยที่ได้ส่งกำลังใจให้ทีมทนายความ โดยเชื่อมั่นว่า ได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุด พร้อมทั้งภูมิใจที่ได้เก็บข้อมูลการให้ถ้อยแถลงเป็นความลับก่อนจะขึ้นศาล เพราะไม่ต้องการให้ฝ่ายกัมพูชาเดาทางได้ และซึ่งหลังจากให้ถ้อยแถลงแล้ว ได้มีการประเมินภาพรวมกับทีมทนายความแล้ว โดยยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดในขณะนี้ และมีความพร้อมที่จะส่งพิกัดแผนที่ตามที่ศาลร้องขอ ในวันที่26 เมษายนนี้ ส่วนผลการตัดสินจะออกมาอย่างไร ไม่ขอก้าวล่วง โดยให้รอฟังในการตัดสินของศาลอีกครั้ง

ทางด้าน นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เปิดเผยว่า ได้มีการพูดคุยกับ นายฮอร์ นัมฮง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของกัมพูชา ก่อนแถลงด้วยวาจากับศาลโลก โดยยืนยันความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ ยังเหมือนเดิม ไม่ว่าผลการตัดสินคดีจะออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งได้มีการแยกระหว่างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและคดีออกจากกัน เพราะทั้ง 2 ประเทศ มีการค้าชายแดนร่วมกัน ที่มีผลต่อเศรษฐกิจ

โดยไทยกับกัมพูชา จะมีการประชุมเรื่องเขตพิเศษทางด้านเศรษฐกิจในเร็วๆ นี้ ฉะนั้น จึงไม่น่าเป็นห่วงเรื่องปัญหาตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งนี้ กระทรวงต่างประเทศ จะต้องทำงานหนักขึ้น โดยการรวบรวมผลการชี้แจงทางวาจากับศาลโลกในครั้งนี้ มาตีพิมพ์รวมถึงอธิบายความให้ประชาชนทราบ เพื่อเตรียมความพร้อมในการรอรับคำตัดสิน

ส่วนกรณีลงนามคำสั่งการเปลี่ยนตัว นายวีรชัย ออกจากคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ JBC นั้น นายสุรพงษ์ ตอบด้วยอาการงุนงง และถามกลับผู้สื่อข่าวว่า ตนเป็นผู้เซ็นคำสั่งเปลี่ยนตัวใช่หรือไม่ และกล่าวด้วยว่า ในการดำเนินการเรื่องนี้ มีทูตท่านหนึ่งได้ดำเนินการแทนแล้ว เพื่อให้ นายวีรชัย ได้ใช้เวลาในการทำเอกสารขึ้นแถลงต่อศาลอย่างเต็มที่

ส่วนการเปลี่ยนแปลงหน้าที่การทำงานเหล่านี้ เป็นแนวทางการทำงานของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งวันนี้ นายวีรชัย ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าทำงานได้ดี ซึ่งส่วนตัวก็ให้เกียรติ นายวีรชัย ทำงาน และตัดสินใจเรื่องนี้อย่างเต็มที่

ส่วนบางคนที่ระบุว่า รัฐบาลนี้คอยดึงไม่ให้สู้เต็มที่นั้น ยืนยันรัฐบาลสู้เต็มที่เช่นกัน พร้อมทั้งปฏิเสธการไม่เปลี่ยนทีมทนายความ เพื่อโยนความผิดให้กับรัฐบาลชุดที่แล้ว ว่าไม่เป็นความจริง ซึ่งเห็นว่าทีมกฎหมายชุดนี้เป็นทีมที่ดีที่สุด และทำงานมาอย่างต่อเนื่อง
447962

ปชป. ฉะรัฐบาล สวมรอยความดีใส่ตัว-ชมทูตทำดี

ปชป. ฉะรัฐบาล สวมรอยความดีใส่ตัว-ชมทูตทำดี โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ชม ทีมทนายฝ่ายไทยสู้ศาลโลก ซัด รัฐบาลสวมรอยความดีใส่ตัว แนะ วางแผนรับผลคดี

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวชื่นชม นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ และคณะทนาย ที่สามารถหักล้างคำแถลงการณ์ของประเทศกัมพูชาได้

คดีเขาพระวิหาร, เขาพระวิหาร

คดีเขาพระวิหาร

โดยเฉพาะนางสาวอลิน่า มิรอง ที่มีประเด็นใหม่ชี้แจงว่า แผนที่ที่ประเทศกัมพูชาใช้ในคำตัดสิน ตั้งแต่ปี 2505 นั้น ใช้ไม่ได้ ทำให้แผนที่ 1 ต่อ 2 แสน หมดความน่าเชื่อถือไป

ส่วนภายหลังจากนี้ รัฐบาลจะต้องเตรียมตัวรองรับผลคำตัดสินจากศาลโลก โดยประเมินคำพิพากษาให้มีหลากหลายรูปแบบว่า ประเทศไทยจะสามารถปฏิบัติตามได้มากน้อยแค่ไหน และท่าทีของประเทศกัมพูชาจะเป็นอย่างไร ซึ่งจะต้องมีแนวทางที่จะประคองสถานการณ์ชี้แจงต่อประชาชน

นอกจากนี้ นายชวนนท์ ยังตั้งข้อสังเกตถึงท่าทีของรัฐบาล ที่ก่อนหน้านี้พยายามโยนความรับผิดชอบให้กับพรรคประชาธิปัตย์ หากแพ้คดี แต่ขณะนี้ กลับมีท่าทีนำว่าเป็นผลงานของรัฐบาล

เมื่อเห็นว่าทีมทนายทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี พร้อมทั้ง เรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แต่งตั้งให้ นายวีรชัย กลับมาเป็น กรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ เจบีซี อีกครั้ง

โพลเผยคน52.4%ไม่กังวลสัมพันธ์ไทย-เขมรคดีเขาพระวิหาร แนะคุยแก้ปห.

โพลเผยคน52.4%ไม่กังวลสัมพันธ์ไทย-เขมรคดีเขาพระวิหาร แนะคุยแก้ปห. มั่นใจความขัดแย้งดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบการรวมอาเซียน

คดีเขาพระวิหาร, เขาพระวิหาร

คดีเขาพระวิหาร

สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ ได้เปิดเผยลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั้วประเทศจากจำนวน 2,232 ตัวอย่าง ถึงเรื่อง ความกังวลของประชาชนต่อความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ท่ามกลางกรณีพิพาทประสาทพระวิหาร โดยทำการศึกษาระหว่างวันที่ 15 – 19 เม.ย.ที่ผ่านมา พบว่า
ร้อยละ 47.6 รู้สึกกังวลต่อความสัมพันธ์ในอนาคต
ร้อยละ 52.4 ไม่รู้สึกกังวล

ส่วนความกังวลนี้จะนำไปสู่สงครามไทย-กัมพูชาหรือไม่นั้น
ร้อยละ 47.4 ระบุว่ากังวลมากถึงมากที่สุด
ร้อยละ 27.6 กังวลน้อยถึงไม่กังวลเลย
ร้อยละ 25.0 กังวลปานกลาง

สำหรับแนวทางแก้ปัญหาลดขัดแย้งของ 2ประเทศนั้น
ร้อยละ 95.2 สนับสนุนให้ใช้การเจรจาโดยสันติวิธี
ร้อยละ 4.8 สนับสนุนให้ใช้กำลังทหาร

เมื่อถามว่าความขัดแย้งดังกล่าวจะส่งผลต่อการรวมกลุ่มประชาคมอาเซียนหรือไม่นั้น
ร้อยละ 61.1 คิดว่าจะไม่ส่งผลกระทบ
ร้อยละ 38.9 คิดว่าส่งผล

สำหรับความรู้สึกที่มีต่อชาวกัมพูชาในปัจจุบัน พบว่า
ร้อยละ 24.3 ระบุรู้สึกว่ามีดี
ร้อยละ 42.0 ระบุรู้สึกเฉยๆ
ร้อยละ 33.7 ระบุรู้สึกแย่

Mthai News