คดีเขาพระวิหาร
สุรพงษ์ ควงทูตวีรชัย ออก TV แทนยิ่งลักษณ์ พอใจแจงศาลโลก คดีเขาพระวิหาร ลั่น! เดินหน้าสัมพันธ์ 2 ชาติ รับพื้นที่ทับซ้อนในทะเล เตรียมทรัพยากรไว้ใช้ในอนาคต
MThai News ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชน นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ และนายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศเนเธอร์แลนด์ในฐานะผู้นำคณะฝ่ายไทยต่อสู้คดีปราสาทพระวิหาร เป็นการสัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์ จากกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ กรณีการแถลงให้การด้วยวาจาในคดีปราสาทพระวิหาร โดย จอม เพชรประดับ เป็นผู้ดำเนินรายการ

สุรพงษ์ โจวิจักษ์ชัยกุล
ทั้งนี้ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ฟังทีมทนายของไทยให้ถ้อยแถลงต่อศาลโลก เราทำการบ้านมาอย่างดี การชี้แจงของเรายืนยันให้ศาลเห็นว่ากรณีกัมพูชามาให้ศาลตีความ ที่จริงไม่จำเป็นต้องตีความ เพราะจบสิ้นไปเมื่อปี 2505 และไทยก็ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลเมื่อปี 2505
เราถอนทหารและตำรวจมาอยู่แนวรั้ว เป็นไปตามมติ ครม.เมื่อปี 2505 เราก็ยืนยันสิ่งเหล่านี้ต่อศาล การทำงานของทีมทนายของเรามีไม้เด็ดมาใช้เรื่องแผนที่ ซึ่งท่านทูตใช้เวลามา 3 ปี ได้ข้อสรุปเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่าสิ่งที่กัมพูชามาร้องไม่มีเหตุมีผล ดูภาพรวม 4 วันที่ผ่านมา
ทั้งนี้ผมนั่งฟังมาตลอด ผมพอใจ และข้อห่วงใยต่าง ๆ ที่ได้รับคำเสนอแนะมาเราก็ไม่ได้ลืม เรารวบรวมประเด็นเหล่านั้นไว้หมด ก็ขอขอบคุณคนไทยที่ให้ข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ บางอย่างเราพูดไม่ได้เพราะกัมพูชาอาจจะอ่านเกมได้ทันทำให้ภาพการต่อสู้ของเราเสียเปรียบได้
วันนี้เราดีใจที่เราสามารถรักษาความลับเหล่านั้นไว้ได้ บางครั้งเราอยากพูดให้เข้าใจแต่ก็ไม่กล้าเพราะกลัวความลับจะเปิดเผย ผมคิดว่าหลายฝ่ายที่คิดว่ารัฐบาลนี้จะมาฮั้วกับทางกัมพูชาและผม ถูกกล่าวหามาตลอด ยืนยันว่าการต่อสู้คดีทีมทนายต่อสู้เต็มที่และใช้ทีมทนายชุดเดิม
เพราะได้ศึกษามาตลอด 3 ปี รอบรู้และชำนาญมาก ก็ใช้ทีมทนายชุดเดิม แต่หลายฝ่ายคิดว่าเราจะโยนความผิดให้รัฐบาลชุดที่แล้ว ก็ขอเรียนว่าเราไม่เอาเรื่องของประเทศชาติมาเป็นเกมการเมือง
ส่วนกรณีที่คุยกับผู้พิพากษายูซูฟ ในการที่ขอให้ทำพิกัดนั้น เย็นวันที่สองที่ศาลจัดเลี้ยงรับรองฝ่ายไทยและกัมพูชา มีโอกาสพบผู้พิพากษายูซูฟ ก็อดใจไม่ได้ว่าเป็นการขอของผู้พิพากษาทั้งหมดหรือส่วนตัว ท่านก็บอกว่าขอส่วนตัวเพราะอยากที่จะเข้าใจทั้งหมด ซึ่งมีกำหนดที่ฝ่ายไทยและกัมพูชาจะต้องส่งในวันที่ 26 เมษายน
อย่างไรก็ตาม ในเรื่องนี้เท่าที่สอบถาม ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ เคยมีองค์คณะที่สอบถาม ซึ่งโดยหลักเมื่อท่านยูซูฟได้รับแล้ว ก็จะถ่ายสำเนาให้แก่ผู้พิพากษาทุกท่าน ก็สุดแล้วแต่ว่าจะนำไปศึกษาเพิ่มเติมอย่างไร เพราะแต่ละคนก็ต้องไปเขียนคำตัดสินของตัวเอง
พร้อมกันนี้กรณีที่เคยกล่าวว่าคดีนี้เสมอตัวนั้น ถ้าศาลไม่รับตีความ ทุกอย่างกลับไปเหมือนปี 2505 เท่าที่วันนี้ดูจากการต่อสู้ของทีมทนายตลอด 4 วัน ยืนยันต่อศาลชัดเจนว่าศาลไม่ควรตีความ เพราะเรื่องจบเมื่อปี 2505 ไทยปฏิบัติตามคำสั่งของศาลไปเรียบร้อยแล้ว
ไม่มีเหตุผลใดๆที่ศาลจะตีความย้อนหลัง แต่กัมพูชาซ่อนประเด็นไว้ต้องการพื้นที่มากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ วันนี้เราก็อยากเห็นการเสมอตัวคือกลับไปอยู่แบบเดิม เราก็อยู่กับเขา พัฒนาพื้นที่พระวิหารร่วมกับพื้นที่ใกล้เคียง ถ้าเราชนะคดีนี้ศาลรับการสู้คดีครั้งนี้ กลับไปสู่ปี 2505
ส่วนความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศนั้น ที่ผ่านมา นายกฯยิ่งลักษณ์และสมเด็จฮุนเซนเคยพบและหารือกันหลายครั้งว่า ผลการตัดสินจะออกมาอย่างไรก็ยอมรับได้ และจะกลับมาเดินหน้าความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชาเหมือนเดิม ไม่เอาเรื่องนี้มายุ่งเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ปรแทศ
นอกจากนี้ ในระหว่างช่วงที่รอคำตัดสินของศาล รัฐบาลก็จะให้ความรู้แก่พี่น้องประชาชนคนไทย ถ้าคำตัดสินไม่ออกตามตามตั้งใจก็จะหารือทีมงานว่าเราต้องเตรียมสิ่งใด และจะเสนอผลสรุปว่าเป็นอย่างไร เพื่อให้คนไทยเข้าใจ ซึ่งเป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศและทีมทนายที่ต้องช่วยกันศึกษาหาข้อสรุปเพื่อที่จะเข้าใจตรงกัน
ก็ขอให้พี่น้องคนไทยใจเย็นรอฟังผลการตัดสินของศาล แต่ผมก็เชื่อว่าผลการตัดสินที่มีผู้พิพากษา 17 ท่านนั่งบนบัลลังก์น่าจะมีความยุติธรรม และผลการตัดสินก็น่าจะออกมาในทางที่จะทำให้เกิดความสงบอยู่ร่วมกันได้
ขณะที่ ก่อนหน้านี้มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการดำเนินการดังกล่าวเพื่อแลกกับบางเรื่องนั้น ไม่ควรนำการเมืองมายุ่งกับเรื่องต่างประเทศ เช่น กรณีพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลพยายามกล่าวหาว่าฮั้วกัน ทั้งที่พื้นที่ทับซ้อนทางทะเลมีทรัพยากรที่เราต้องเตรียมไว้ในอนาคต ทั้งก๊าซ และน้ำมัน
เราต้องการพลังไฟฟ้า พลังงานสำรอง ถ้ามัวแต่มากล่าวหากันและไม่มีการเริ่มเลย คิดว่าคนไทยรุ่นลูกรุ่นหลานจะเสียโอกาส รัฐบาลยิ่งลักษณ์จะพิสูจน์ให้สังคมไทยได้เห็นว่าเราทำทุกอย่างเพื่อประเทศชาติเป็นหลัก
Mthai News
ตามติดการชี้แจงทางวาจาสู้คดีเขาพระวิหารต่อศาลโลก ที่นี่ . . .
![]()








