กรณ์ ย้ำ ให้รัฐบาล หยุดกู้ 2 ล้านล้าน หากหนี้สาธารณะพุ่งเกิน 50% ซัดทักษิณ ทำเหมือนเป็นของเล่นใหม่ สร้างหนี้ให้ประชาชน
MThai News ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรณ์ จาติกวนิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงแผนการลงทุนในระยะที่สองในการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาทซึ่งจะมีผลในครึ่งปีหลังก็พบว่าไม่มีความพร้อม โดยคาดว่ามูลค่าของโครงการที่ดำเนินการได้เลยมีแค่ 5 แสนล้านบาทเท่านั้น

กรณ์ จาติกวณิช
รู้สึกเป็นห่วงช่วงเวลาการใช้เงินกู้ทั้งจาก พ.ร.ก.เงินกู้ 3.5แสนล้านบาท และ พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ที่เป็นช่วงเวลาเดียวกันจะกระทบต่อปริมาณหนี้สาธารณะอย่างแน่นอน แม้ว่ากระทรวงการคลังจะยืนยันว่าสามารถดูแลไม่ให้หนี้สาธารณะเกิน 50 % ของจีดีพีก็ตาม
ทั้งนี้หากรัฐบาลมีความมั่นใจจริงพรรคประชาธิปัตย์ก็เสนอให้รัฐบาลเขียนในกฎหมายเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ว่า ถ้าวันใดวันหนึ่งสัดส่วนหนี้สาธารณะสูงกว่า 50 % รัฐบาลควรยุติการกู้เงิน จนสถานการณ์หนี้สาธารณะปรับระดับลดลงมาต่ำกว่า 50 %
เพื่อยืนยันความมั่นคงทางการคลังของประเทศ และจะทำให้ประชาชนจะมีความสบายใจมากขึ้นว่าการกู้เงินมหาศาลนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศในเรื่องภาระหนี้สินทั้งนี้นายกรณ์ยังเป็นห่วงโครงการรถไฟความเร็วสูงซึ่งสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรที่มีสมมติฐานว่าขาดทุนแน่
โดยมีการคำนวณในกรรมาธิการฯกฎหมายกู้เงิน 2 ล้านล้าน ว่าเส้นทาง กทม.-เชียงใหม่นั้น กระทรวงคมนาคมศึกษาพบว่าจะขาดทุนปีละ 2-2.5 หมื่นล้านบาท จึงต้องถามว่าความหมายคืออะไร ต้องให้คนไทยที่เสียภาษีทั้งหมดนำเงินมาชดเชยปีละ 2.5 หมื่นล้านใช่หรือไม่
ส่วนกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลจะสามารถชำระหนี้ได้ก่อน 50 ปีนั้น พ.ต.ท.ทักษิณเคยบอกว่าสามารถทำโครงการได้โดยไม่ต้องกู้แม้แต่บาทเดียว แต่พอเป็นรัฐบาลกลับกู้เงินโดยไม่พยายามหารายได้จากแหล่งอื่น ใช้วิธีการพึ่งพากู้เงินครั้งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ซึ่งวิธีการอ้างว่าชำระหนี้ที่เคยพูดไว้ในการปลดหนี้ไอเอ็มเอฟ คือการกู้อีกแหล่งมาชำระหนี้ไอเอ็มเอฟทั้งที่ระดับหนี้อยู่เท่าเดิม ซึ่งเรียกว่า การหมุนหนี้ จึงต้องถามว่าจะใช้วิธีเดียวกันนี้ในการชำระเงินกู้ 2 ล้านล้านหรือไม่
ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องเอาความจริงมาบอกกับประชาชนเพื่อพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนไม่ใช่ตามกระแสเหมือนคนอยากเห็นของเล่นใหม่โดยไม่ดูว่าจะมีผลกระทบ
อย่างไรก็ดีต่อภาระทางการเงินของลูกหลานสำหรับการส่งร่างกฎหมายกู้เงิน 2 ล้านล้าน ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความนั้น นายกรณ์ กล่าวว่า คงต้องรอให้สภาพิจารณาผ่านวาระ 3 ก่อนจึงจะดำเนินการได้ โดยยังสงวนสิทธิที่จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะเจตนารัฐธรรมนูญชัดเจนว่าให้การใช้จ่ายเงินแผ่นดินบรรจุใน พ.ร.บ.งบประมาณ
และมีกฎหมายเพิ่มเติมว่าในแต่ละปีรัฐบาลสามารถกู้ยืมในการใช้จ่ายได้ไม่เกินเท่าไหร่ จึงมีความชัดเจนว่าไม่ต้องการให้รัฐบาลมีอำนาจในการสร้างภาระหนี้สินเกินกว่ากรอบวินัยทางการคลัง ดังนั้นการที่รัฐบาลไปหลีกเลี่ยงระบบงบประมาณปกติด้วยการออกเป็น พ.ร.บ.น่าจะขัดหมวด 8 ของรัฐธรรมนูญ 2550
Mthai News