กทม.สร้างรางคู่ เชื่อมบีทีเอสตากสิน-สุรศักดิ์

กทม. เตรียมก่อสร้าง Sky Walk เชื่อม BTS ตากสิน-สุรศักดิ์ ก่อนทุบสถานีรถไฟฟ้าตากสิน ขยายเส้นทางรถไฟฟ้าเป็นรางคู่

ตรีดาว อภัยวงศ์

น.ส.ตรีดาว อภัยวงศ์ โฆษกกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กทม. จะดำเนินการก่อสร้างทางเดินเลื่อนอัตโนมัติ (Sky Walk) ระยะทาง 711 เมตร ระหว่างสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสุรศักดิ์ (S5) ถึงสถานีตากสิน (S6) ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในเดือน ก.ค. 56 และใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 360 วัน เพื่อใช้เป็นเส้นทางเชื่อมต่อและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในการเดินทางระหว่างทางขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอส บริเวณสถานีตากสิน ไปยัง สถานีสุรศักดิ์ ได้ง่ายขึ้น

เนื่องจาก กทม. จะยกเลิกการใช้สถานีรถไฟฟ้าสถานีสะพานตากสิน (S6) โดยรื้อชานชาลาของสถานีและปรับปรุงรางรถไฟฟ้าจากรางเดี่ยวเป็นทางวิ่งคู่ หรือ รางคู่ ใช้ระยะเวลาดำเนินการอีก 270 วัน ภายหลังจากการก่อสร้างทางเดินเลื่อนอัตโนมัติแล้วเสร็จ ซึ่งประชาชนสามารถซื้อตั๋วโดยสารบริเวณทางขึ้นสถานีตากสินได้เช่นเดิม จากนั้นเดินไปตามทางเลื่อน เพื่อขึ้นรถไฟฟ้าที่สถานีสุรศักดิ์ ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าเดินทาง 1 สถานี อีกด้วย

โฆษก กทม. กล่าวด้วยว่า กทม. มีความจำเป็นต้องปรับปรุงรางรถไฟฟ้า บริเวณสถานีตากสินจากรางเดี่ยวเป็นรางคู่ เพื่อให้การเดินรถไฟฟ้าสายสีลม ช่วงตากสิน-บางหว้า มีความคล่องตัวยิ่งขึ้น รถไฟฟ้าสามารถสวนทางกันได้ ไม่ต้องรอการสับรางที่สถานีตากสิน และไม่มีผู้โดยสารตกค้างระหว่างรอการสับเปลี่ยนราง

ทั้งนี้ การก่อสร้างทางเดินเลื่อนและรื้อถอนสถานีตากสิน จะไม่กระทบการให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส เพราะจะดำเนินการก่อสร้างหลังจากปิดให้บริการ ในเวลาเที่ยงคืน จนถึงเวลา 06.00 น. ของทุกวัน กทม. ได้สัมปานบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC ในการเปิดเดินรถไฟฟ้าสายสุขุมวิท และสายสีลม มาตั้งแต่ปี 2542 โดยได้กำหนดให้ใช้สถานี S6 สะพานตากสิน เป็นสถานีชั่วคราวในการให้บริการ ซึ่งให้บริการเดินรถได้เพียง 1 รางเท่านั้น

ต่อมา กทม. ได้เปิดเดินรถเส้นทางส่วนต่อขยายสายสีลม 2.2 กิโลเมตร จากสะพานตากสิน (S6) ถึงวงเวียนใหญ่ (S8) อีกทั้ง ขยายการให้บริการต่อเนื่องในเส้นทางส่วนต่อขยายสายสีลม ไปอีก 5.3 กิโลเมตร ทำให้เกิดปัญหาการเดินรถบริเวณสถานี S6 สะพานตากสิน เนื่องจากจะต้องสับรางทุกครั้ง และส่งผลให้ไม่สามารถจัดการเดินรถให้เพียงพอกับความต้

มัลลิกาเล่นแรง ไล่ปลอดประสพเช็คสมอง หลังเปรียบปชช.เป็นขยะ

มัลลิกาเล่นแรง ไล่ปลอดประสพเช็คสมอง หลังเปรียบปชช.เป็นขยะ จี้นายกฯ ปลดพ้นจากตำแหน่ง

น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาแสดงความเห็นถึงกรณีที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่า จะจัดการม็อบขวางประชุมน้ำโลกที่จ.เชียงใหม่ ด้วยการจับขังคุกให้หมด และเรียกร้องชาวเชียงใหม่แล้วต้านกลุ่มคนเหล่านั้นที่เรียบเหมือนขยะ อย่าให้มาเกะกะขวางการประชุม ว่า

มัลลิกา บุญมีตระกูล, ปลอดประสพ สรัสวดี

มัลลิกา บุญมีตระกูล

ขอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์สั่งให้นายปลอดประสพออกมาขอโทษที่เปรียบประชาชนเป็นขยะ ซึ่งสะท้อนถึงแนวคิดดูถูกศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ถือเป็นการดูหมิ่นประชาชนซึ่งหน้า จึงขอแนะนำให้นายปลอดประสพไปโรงพยาบาลเพื่อเช็คสมอง เช็คร่างกายว่ามีสิ่งใดผิดเพี้ยนหรือผิดปรกติไปหรือไม่

เพราะหากผิดปรกติก็จะเป็นอันตรายและเป็นภัยต่อการบริหารราชการ การใช้งบประมาณ การกำหนดนโยบาย และจะเป็นภัยต่อการประชุมประชุมผู้นำด้านน้ำเอเชีย-แปซิฟิกในภาพรวม เพราะน่าเป็นห่วงมากกับมุมมองของนายปลอดประสพที่แสดงออกเช่นนี้

นอกจากนี้อยากให้นายกฯ ออกมาแสดงวิสัยทัศน์ความเป็นผู้นำ ถึงเรื่องการปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมด้วย ไม่ใช่เห็นดีเห็นงามหากเป็นม็อบสนับสนุนรัฐบาล แต่กลับจะจับเข้าคุกหากเป็นการชุมนุมต้าน

MThai News

กกต.รับรอง’เยาวภา’ เป็น ส.ส.เชียงใหม่ แล้ว

กกต.สดศรี เผย ที่ประชุมรับรองผลการเลือกตั้ง เยาภา วงศ์สวัสดิ์ เป็น ส.ส. แล้ว ส่วนเรื่องร้องเรียน ตรวจสอบต่อไป

นางเยาวภา วงสวัสดิ์

นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ภายหลังการประชุม คณะกรรมการการเลือกตั้ง เสร็จสิ้นว่า ในวันนี้ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้มีมติเอกฉันท์ รับรอง นางเยาวภา วงสวัสดิ์  ผู้เข้ารับการเลือกตั้งซ่อม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 3 จังหวัดเชียงใหม่ ของพรรคเพื่อไทย  ภายหลังที่ได้รับเลือก ซึ่งมีคะแนนสูงสุดในการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 21 เมษายน ที่ผ่านมา

โดย นางสดศรี กล่าวว่า การรับรองผลครั้งนี้เป็น ตามที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีรายงานเสนอความเห็นมายัง กกต.กลาง  เนื่องจาก ไม่สามารถ ดำเนินการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนที่มีการร้องเข้ามา รวมจำนวน 6 เรื่อง ในขณะนี้ได้ทันระยะเวลาที่กำหนด ทำให้ที่ประชุมต้องพิจารณารับรอง ผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 3 จ.เชียงใหม่ ครั้งนี้ไปก่อน

ส่วนเรื่องร้องคัดค้านที่สอบสวนยังไม่แล้วเสร็จนั้น คาดว่าคงจะใช้ระยะเวลาไม่นาน และหากพบว่ามีการกระทำที่ผิดกฎหมายเลือกตั้ง ก็สามารถดำเนินการย้อนหลังได้