ไร้ผลรูปคดี ตร.เผยคลิปข่มขืนสาวลาว

พนักงานสอบสวนคดี ร.ต.ต. ข่มขืนสาวลาว เผย คลิปล่าสุดไม่ส่งผลต่อรูปคดี เป็นความผิดต่อเนื่อง ตรวจสอบจุดเกิดเหตุแล้ว ด้านหมวดฉาวยังเงียบ

ข่มขืนสาวลาว

พ.ต.ท.สมภพ สุภาพร พงส.ผู้ชำนาญการพิเศษ สภ.เมืองสมุทรปราการ เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า กรณีที่มีคลิปล่าสุดเกี่ยวกับคดีของ ร.ต.ต.ธาตรี สืบสมาน รอง สวป.สน.ทองหล่อ ที่ต้องคดีกักขังหน่วงเหนี่ยวและข่มขืนสาวลาว โดยคลิปอาจไม่ได้มีการบังคับขู่เข็ญ และเหตุเกิดใน อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ย่านอุดมสุข 56 แขวงบางนา เขตบางนา ท้องที่ สน.บางนา ซึ่งเป็นคนละท้องที่กับ ที่แจ้งความเอาไว้นั้น กรณีดังกล่าวไม่ส่งผลต่อรูปคดีแต่อย่างใด

เนื่องจากเป็นความผิดต่อเนื่อง ที่เริ่มต้นกระทำความผิดในท้องที่ของ สภ.เมืองสมุทรปราการ จึงไม่จำเป็นต้องรื้อคดีใหม่แต่อย่างใด และทาง พงส. พร้อมผู้เสียหาย ได้เดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุดังกล่าวแล้ว และล่าสุด ก็ยังไม่ได้รับการติดต่อจาก ร.ต.ต. นายดังกล่าว เพื่อขอมอบตัวแต่อย่างใด

รัฐบาล โว! เล็งยกระดับกองทุนสตรี สร้างผู้นำป้อนเวทีโลก

กองทุนสตรี
(ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข่าว)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี (คกส.) โดยมีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ เป็นที่ปรึกษากองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติ เข้าร่วมการประชุม โดยก่อนการประชุมนายกฯได้มอบช่อดอกไม้ลิลลี่สีชมพู อวยพรวันคล้ายวันเกิดให้กับคุณหญิงสุดารัตน์ อายุครบ 51 ปี พร้อมกับกล่าวอวยพรว่า ก่อนประชุมขออนุญาตเซอร์ไพสร์ อวยพรวันเกิดคุณหญิงสุดารัตน์ ขอให้มีความสุข สมหวังทุกประการ ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวขอบคุณนายกฯ ขณะที่ผู้ร่วมประชุมกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีร่วมอวยพรด้วยเช่นกัน ขณะที่นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ก็ได้มอบกระเช้าอวยพรวันคล้ายวันเกิดให้ด้วย

ขณะที่ด้านร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุม คกส.ว่า ที่ประชุมอนุมัติกรอบวงเงินไม่เกิน 15 ล้านบาท เพื่อจัดประกวดผู้นำสตรีนักพัฒนา 5 ด้าน โดยมอบหมายให้ฝ่ายเลขาของคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติ ไปกำหนดประเภทนักพัฒนาทั้ง 5 ด้าน โดยต้องสอดคล้องวัตถุประสงค์กองทุนในการขับเคลื่อนการพัฒนา และนายกฯยังอยากเห็นการจัดกิจกรรมของผู้นำสตรีในระดับจังหวัด เพราะในอนาคตรัฐบาลจะส่งเสริมการประชุมผู้นำสตรีระดับประเทศ

จากนั้น จะยกระดับเพื่อให้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในเวทีระดับโลกต่อไป และที่ประชุมแต่งตั้งนายขวัญชัย วงศ์นิติกร อธิบดีกรมพัฒนาชุมนุม ทำหน้าที่รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติ (สกพส.) จนกว่าจะมีการแก้ไขระเบียบสำนักนายกฯ เพื่อสรรหา ผอ.สกพส.ต่อไป ขณะที่ในส่วนของงบฯกองทุน คกส. ในร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 57 สำนักงบประมาณได้มีการปรับลดงบฯกองทุน คกส.จากที่ขอไป 2,201 ล้านกว่าบาท ปรับลดเหลือ 2,131 ล้านกว่าบาท โดยคณะรัฐมนตรี ได้เห็นชอบแล้ว และจะเสนอให้ที่ประชุมสภาฯ พิจารณาต่อไป

MThai News

อีสานโพล ชี้ แต้มผลงานรัฐบาลลดลง คะแนนคนจะเลือก ปชป.พุ่งสูงขึ้น

อีสานโพล,เพื่อไทย,ประชาธิปัตย์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการอีสานโพล มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยถึง การสำรวจ ความคิดเห็นของคนอีสานต่อการทำงานของรัฐบาลใน 6 ด้าน เพื่อเป็นเสียงสะท้อนให้รัฐบาลได้นำผลการประเมินและข้อเสนอแนะไปปรับปรุงมาตรการและนโยบายการทำงานได้อย่างเหมาะสม โดยการสำรวจจะมีขึ้นทุกๆ 2 เดือน โดยครั้งนี้เป็นการสำรวจครั้งที่ 9 ตั้งแต่รัฐบาลนายกฯ ยิ่งลักษณ์เข้ารับตำแหน่งทำการสำรวจระหว่างวันที่ 27-29 เมษายน 2556 จากกลุ่มตัวอย่าง 1,201 ราย ในเขตพื้นที่ภาคอีสาน 20 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ หนองคาย ชัยภูมิ เลย อุบลราชธานี อุดรธานี นครพนม หนองบัวลำภู สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สกลนคร มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ และบึงกาฬ

ทั้งนี้ ผลสำรวจการประเมินผลงานรัฐบาลใน 6 ด้าน พบว่า ด้านภาพรวมการทำงานของรัฐบาล ประเมินให้ผ่าน ร้อยละ 76.2 ไม่ผ่าน ร้อยละ 23.8 ด้านการเมืองและประชาธิปไตย ประเมินให้ผ่าน ร้อยละ 71.9 ไม่ผ่าน ร้อยละ 28.1 ด้านเศรษฐกิจและความอยู่ดีกินดี ประเมินให้ผ่าน ร้อยละ 55.5 ไม่ผ่านร้อยละ 44.5 ด้านสังคม อาชญากรรม และยาเสพติด ประเมินให้ผ่าน ร้อยละ 54.2 ไม่ผ่าน ร้อยละ 45.8 ด้านสิ่งแวดล้อม มลภาวะ และภัยธรรมชาติ ประเมินให้ผ่าน ร้อยละ 68.0 ไม่ผ่าน ร้อยละ 32.0 ด้านการต่างประเทศ ประเมินให้ผ่าน ร้อยละ 78.2 ไม่ผ่าน ร้อยละ 21.8

ขณะที่เมื่อพิจารณาผลสำรวจรอบนี้เทียบกับการสำรวจช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 56 จะพบว่าผลประเมินให้ผ่านลดลงในทุกๆ ด้าน ส่งผลให้ภาพรวมการทำงานของรัฐบาลลดลง มีเพียงด้านสิ่งแวดล้อม มลภาวะ และภัยธรรมชาติ ที่ดีขึ้นเล็กน้อยเนื่องจากปัญหาน้ำประปาในเขตเมืองไม่ได้เลวร้ายมากตามที่เคยกังวล ด้านเศรษฐกิจและความอยู่ดีกินดี ลดลงมาในรอบนี้ เนื่องจากในการสำรวจครั้งที่แล้วแรงงานได้รับประโยชน์จากค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้นเป็น 300 บาท แต่ในครั้งนี้ประชาชนอาจได้รับผลข้างเคียงจากการขึ้นค่าแรงดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นค่าครองชีพที่แพงขึ้นและสวัสดิการที่ได้น้อยลงจากนายจ้าง ด้านสังคม อาชญากรรม และยาเสพติด คะแนนก็ลดลงต่อเนื่อง เนื่องจากปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และคดียาเสพติดที่ปรากฏในข่าวมากขึ้น

ส่วนความคิดเห็นว่าหากมีการเลือกตั้งครั้งใหม่คนอีสานจะเลือกพรรคการเมืองใด พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 54.7 จะเลือกพรรคเพื่อไทย (จากเดิมร้อยละ 55.4) และอีกร้อยละ 22.2 ยังไม่ตัดสินใจจะเลือกพรรคใดในขณะนี้ (ครั้งที่แล้วร้อยละ 27.7)

ขณะเดียวกันผู้ที่จะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ มีร้อยละ 15.7 (เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและสูงสุดตั้งแต่ทำการสำรวจมา ครั้งที่แล้วได้ร้อยละ 12.0) อีกร้อยละ 6.8 ตอบว่าจะไม่เลือกพรรคใด และร้อยละ 0.7 จะเลือกพรรคอื่นๆ

MThai News