โอ๊ค แก้ต่างแทนพ่อ หลังถูกด่ายับโพสต์ด่าเพื่อไทย

โอ๊ค แก้ต่างแทนพ่อ หลังถูกด่ายับโพสต์ด่าเพื่อไทย กรณีหน้ากากขาว-ดำว่อนเน็ต บอกผู้เป็นพ่อไม่ได้เข้าเฟสบุ๊คหลายวันแล้ว

หลังจากเป็นประเด็นทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางอยู่ในขณะนี้ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความตำหนิเพจเฟซบุ๊กของพรรคเพื่อไทย ที่นำรูปหน้ากากขาวดำในภาพยนตร์ดัง V for Venfetta ไปโพสต์ในเฟสบุ๊คของพรรคนั้น

วานนี้ (26 พ.ค.) นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของอดีตนายกรัฐนตรีทักษิณ ก็ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวอธิบายถึงการกระดังกล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้โพสต์ตำหนิเพจเฟซบุ๊กของพรรคเพื่อไทย แต่เป็นตัวปลอมที่โพสต์ข้อความเข้าไปป่วนเท่านั้น โดยระบุว่า

ผมโทรไปหาคุณพ่อเมื่อกี้ครับ บอกว่ามีข่าวว่ามีโพสต์จากพ่อ ไปคอมเม้นต์ด่าเพจของพรรคเพื่อไทยว่า

หน้ากากขาวดำ, หน้ากาก กาย ฟอว์กส์ , ทักษิณด่าเพื่อไทย, พานทองแท้ ชินวัตร

“พวกโง่ๆ เพจ พรรคแท้ๆ ยังปล่อยให้พวกสวะมันเข้ามาหยาม”

คุณพ่อยืนยันว่า เป็นทักษิณฯ ตัวปลอมครับ (ไม่ทราบว่าเป็นกลุ่มเดียวกับ “แดงปลอม”ที่สร้างสถานการณ์เผาเซ็นทรัลเวิลด์หรือเปล่า) เพราะครั้งสุดท้ายที่คุณพ่อเข้าเฟสบุ๊ค ก็คือเมื่อวันเสาร์ที่แล้วตอนอยู่ดูไบ นี่มาอยู่ที่อังกฤษ3-4วันแล้วยังไม่ได้แตะเฟสบุ๊คเลยครับ ถ้าจะด่าพ่อก็ด่าไอ้พวกปล้นประชาธิปไตย ไม่รู้จะไปด่าพรรคเพื่อไทยทำไม

ขอเท้าความสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยได้เข้าเน็ต อาจจะไม่เห็นว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นนะครับ คือเมื่อวานซืนมีเพจสาวกแมลงสาบ ได้ประกาศเชิญชวนบรรดาสาบ-สลิ่มทั้งหลาย ให้ช่วยกันเปลี่ยนรูปหน้าตัวเอง ไปเป็นรูปหน้ากาก กาย ฟอว์กส์

โดยบอกว่าเป็นสัญลักษณ์ต่อต้านทักษิณฯ พร้อมทั้งเขียนข้อความ ให้ไปช่วยก๊อบปี้ไปแปะไว้ตามเพจต่างๆ สลิ่มที่มีคุณลักษณะหูเบาเป็นทุนเดิม และไม่มีความรู้เรื่องประวัติศาสตร์ ก็เชื่อเลยเปลี่ยนรูปตัวเองเป็นหน้ากาก กาย ฟอว์กส์ กันใหญ่

ทีนี้ก็เกิดการวิจารณ์กันยกใหญ่กันในเน็ตสิครับ เพราะกาย ฟอว์กส์ ที่สลิ่มเอามาเทอดทูนเป็นต้นแบบ ถึงขั้นเอารูปมาเป็นโลโก้ของตนเอง

โดยใช้ชื่อจริงนามสกุลจริงกันเพียบ ที่แท้ก็คือผู้นำทางความคิดในการ “ล้มเจ้า” ตัวจริง-เสียงจริง เพราะคนผู้นี้ได้วางแผนที่จะลอบปลงพระชนม์ พระเจ้าเจมส์ที่ 1 แห่งอังกฤษ ด้วยการวางระเบิด เมื่อปี ค.ศ. 1605 แต่ไม่สำเร็จ จึงถูกประหารชีวิต

ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์อย่างดี สำหรับพวกสลิ่มหูเบาครับ เขาเอาโกเต๊กใช้แล้ว เลอะประจำเดือนผู้หญิง ไปทาฐานพระบรมรูปฯก็เชื่อว่าทำดีทำถูก เอาปูนไปปิดตาพระก็เชื่อว่าทำดีทำถูก มาครั้งนี้เจอผู้นำบ้องตื้น ไม่รู้ประวัติศาสตร์ดันไปเอาคนล้มเจ้ามาเป็นฮีโร่

มาชวนกันใส่เป็นโลโก้แทนหน้าตัวเอง สลิ่มก็เฮตามกันไปอีก กลืนไม่เข้า-คายไม่ออกเลยครับทีนี้ จะเปลี่ยนกลับรูปเดิมก็แปลว่าตนยอมรับว่าโง่ ใช้รูปนี้ต่อไปยิ่งโชว์โง่ต่อไปอีก เฮ้อออ….ไม่รู้ว่าจะตะแบงแก้ตัวกันอย่างไรอีก

ตัวผมไม่ถือหรอกครับ เห็นตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ผมว่าดีกว่าเมื่อก่อนเยอะเลยครับ แทนที่จะมาโพสต์ด้วยคำหยาบคายเช่นเดิม ก็โพสต์ด้วยถ้อยคำเหมือนกันทุกๆคน ดูดีมีสมองกว่าเมื่อก่อนเยอะ

เมื่อก่อนมากหน้าหลายตาดูหน้าไม่รู้เป็นฝ่ายไหน เดี๋ยวนี้มองปร๊าดเดียวรู้เลย ใครรำคาญจะบล๊อคก็บล๊อคง่าย เห็นหน้ากากล้มเจ้าขึ้นมาก็กดบล๊อคฟั่บ ง่ายกว่าเก่าจมเลย

หวังว่างานนี้คงไม่มีพรรคใด อยู่เบื้องหลังนะครับ ไม่งั้นประชาชนคงขาดที่พึ่งเข้าไปอีก เพราะถ้าเก่งแต่เรื่องแบบนี้ อีกกี่สิบปีก็ไม่ได้เป็นรัฐบาลครับ
ฮิ้วววววววว………

gagagagagagagagaga

MThai News

…………………………………………………………

ข่าวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

หน้ากากขาวดำ, หน้ากาก กาย ฟอว์กส์ , ทักษิณด่าเพื่อไทย, พานทองแท้ ชินวัตร

ทักษิณจวกทีมงานพท. โง่ปล่อยหน้ากากขาวด่าหน้าเพจ

หน้ากากขาวดำ, หน้ากาก กาย ฟอว์กส์ , ทักษิณด่าเพื่อไทย, พานทองแท้ ชินวัตร

ฝรั่งเศสนับแสน ต้านการแต่งงานรักร่วมเพศ

ชาวฝรั่งเศสนับแสน ร่วมประท้วงกฎหมายรับรองการแต่งงานของรักร่วมเพศ กลางกรุงปารีส

ฝรั่งเศส,ชาวรักร่วมเพศ,แค่งงาน

สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า เมื่อวานที่ผ่านมา (26 พ.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามควบคุมสถานการณ์ที่กำลังดุเดือด โดยชาวฝรั่งเศสกว่า 150,000 คน ร่วมกันเดินขบวนประท้วงต่อต้านกฎหมายกลางกรุงปารีส หลังประธานาธิบดี ฟรังซัวส์ ออลลองด์ ของฝรั่งเศส ได้ลงนามรับรองเริ่มบังคับใช้กฎหมายฉบับล่าสุด ที่อนุญาตให้กลุ่มคนรักร่วมเพศ สามารถเข้าพิธีแต่งงานกันได้ และจดทะเบียนกันได้อย่างถูกต้อง รวมถึงการรับอุปการะบุตร

เจ้าหน้าที่เชื่อว่า ตัวเลขของผู้ที่ออกมาร่วมขบวนจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอาจมีมากร่วมล้านคนด้วยกัน

ล่าสุด เจ้าหน้าที่กองปราบปราม ได้จับกุมกลุ่มต่อต้านหัวรุนแรงจำนวน 100 คน ขณะที่พยายามก่อเหตุก่อกวนปะปนกับกลุ่มต่อต้านคนอื่น ๆ

‘ปานศิริ’ยันบึ้มหน้ารามฯไม่เกี่ยวไฟใต้-EODตรวจสอบ

รอง ผู้บัญชาการตำรวจเเห่งชาติ ตรวจสอบเหตุระเบิด บริเวณ ซ.รามคำแหง 43/1 คาดปัญหาแผงค้า ปัดโยงไฟใต้ ขณะที่ ชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด เข้าตรวจสอบ – จราจรติดขัดอย่างหนัก

ระเบิดหน้าราม

พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร. เปิดเผยภาย หลังเดินทางเข้าตรวจสอบเหตุระเบิด บริเวณ ซ.รามคำแหง 43/1 ถนนรามคำแหง ว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรในพื้นที่ พบว่าเหตุระเบิดดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเวลา 20:39 น. เบื้องต้น มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 7 คน เป็น หญิง 5 คน ชาย 2 คน ราย ส่วนเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่อง

เนื่องจาก เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด หรือ EOD สามารถเก็บภาชนะบรรจุ , สายไฟ และเศษตะปู ได้จำนวนมาก เบื้องต้น ระเบิดดังกล่าวมีศักยภาพทำลายถึงชีวิตได้

ส่วนประเด็นและสาเหตุในครั้งนี้ ยังต้องรอการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เบื้องต้น คาดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับประเด็นแผงค้าขายในพื้นที่ มั่นใจไม่เชื่อมโยงประเด็นที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมผู้นำเหล่าทัพวันนี้ รวมถึงไม่เกี่ยวข้องกับปัญหาชายแดนภาคใต้แต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการตรวจสอบ จะประชุมร่วมกับ ฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ ได้มอบหมายให้ ฝ่ายสืบสวน ไปสอบปากคำเพิ่มเติมแล้ว

ผบช.น. ประชุมเครียด เหตุบึ้มรามคำแหง 43/1

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ประชุมชุดชุดพนักงานสืบสวน หลังเกิดเหตุระเบิด
บริเวณหน้าร้านทำผม “ออกัส” ปาก ซ.รามคำแหง 43/1 ถ.รามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. ส่งผลมีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 6 คน นอกจากนี้ ยังส่งผลให้กระจกร้าน ซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น ปลูกติดกัน 3 คูหา กระจกร้านแตกเสียหาย

ส่วนร้านค้าแผงลอย ได้รับความเสียหายจำนวน 4-5 ร้าน โดย ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า ขณะนี้ได้ส่งฝ่ายสืบสวน เร่งหาสาเหตุ พร้อมทั้งมีการแบ่งหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็น กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 สน.หัวหมาก เร่งตรวจสอบอย่างละเอียด โดยอยากฝากไปถึงประชาชน หากพบเห็นเหตุการณ์ สามารถแจ้งเบาะแสมายังเจ้าหน้าที่ได้

EOD เข้าตรวจสอบเหตุระเบิด ซ.รามฯ 43/1

ความคืบหน้าเหตุระเบิด บริเวณปากซอยรามคำแหง 43/1 ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 7 ราย เมื่อคืนที่ผ่าน ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หัวหมาก ยังคงนำเชือกมากั้นพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลภายนอก เข้าไปยุ่งเกี่ยวในจุดเกิดเหตุ และรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด หรือ EOD เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุในช่วงเช้าวันนี้ ทั้งนี้ สภาพความเสียหายบริเวณจุดเกิดเหตุ ยังคงพบเห็นเศษวัสดุอุปกรณ์ ตกเกลื่อนกระจัดกระจายเต็มพื้นถนนรามคำแหง กินพื้นที่ 2 ช่องจราจร ส่วนกระจกร้านเสริมสวย ออกัส แตก 1 บาน ได้รับความเสียหาย

อย่างไรก็ตาม การจราจรบริเวณถนนรามคำแหง ในฝั่งขาออก จากช่วงแยกวัดเทพลีลา มุ่งหน้า การกีฬาแห่งประเทศไทย ติดขัดเป็นอย่างมาก เนื่องจากเจ้าหน้าที่ปิดการจราจร 2 ช่องทาง บริเวณปากซอยรามคำแหง 43/1 เป็นระยะทางยาวประมาณ 100 เมตร ขณะที่ประชาชนที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง เดินทางเข้ามาดูสภาพความเสียหาย และจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

กองปราบส่งทีมร่วมสอบเหตุระเบิดรามฯ43/1

พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผู้บังคับการกองบังคับการปราม เปิดเผยสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ขณะนี้ได้ส่งทีมเข้าร่วมตรวจสอบเหตุระเบิด บริเวณปากซอยรามคำแหง 43/1 ตามคำสั่งของ พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แล้ว

โดยจะมีการประชุมร่วมกัน ในช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่ในส่วนของกองปราบพร้อมดำเนินการตามที่ได้รับมอบหมาย ทั้งการติดตามความเคลื่อนไหว โดยประสานข้อมูลข่าวสารจากผู้ที่เกี่ยวข้อง การสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิด รวมถึงการเฝ้าระวังอื่น ๆ

แต่ขณะนี้ในส่วนของกองปราบ ยังไม่มีเบาะแสที่แน่ชัด ซึ่งต้องไปดูความขัดแย้งหรือประเด็นที่นำมาซึ่งการก่อเหตุก่อน

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.สุพิศาล ยังกล่าวด้วยว่า เบื้องต้นต้องตรวจสอบระเบิดแสวงเครื่องดังกล่าวก่อน เฉพาะ
ส่วนประกอบของระเบิด ประเภทดินระเบิด ตะปูเรือใบที่งอ วัสดุที่ใช้ห่อหุ้ม หรือองค์ประกอบที่บ่งบอกสัญลักษณ์ว่าปรากฏอยู่กลุ่มไหน ซึ่งทราบว่าหน่วย EOD อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

ตร.เร่งตรวจสอบCCTVหามือซุกบึ้มรามคำแหง

พ.ต.อ.สาโรช ซุ่นทรัพย์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 เปิดเผยสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้าเหตุระเบิดบริเวณปากซอยรามคำแหง 43/1 ว่า ล่าสุดฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก ได้สอบปากคำผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 4 คนแล้ว โดยอยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด บริเวณหน้าร้านทำผม และหน้าธนาคารกรุงเทพ สาขาย่อยรามคำแหง และบริเวณเส้นทางเพิ่มเติมแล้ว โดยขณะนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้ง ซึ่งต้องรอผลการตรวจสอบวัตถุระเบิดจากหน่วย EOD ก่อน ส่วนเบาะแสอื่น ๆ ยังไม่ขอเปิดเผย

อย่างไรก็ตาม เวลา 08.00 น. ที่ผ่านมา พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าของคดี ผ่านระบบคอนเฟอร์เรนซ์ มายังกองบัญชาการตำรวจนครบาล

‘พล.ต.อ.ปานศิริ’ ประชุมคืบหน้าคดีระเบิดรามฯ 43/1

เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด หรือ EOD ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุระเบิดบริเวณ ปากซอยรามคำแหง 43/1 แล้ว หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมา เข้ามาตรวจพิสูจน์และเก็บวัตถุพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุไปแล้ว 1 รอบ และในช่วงเช้าวันนี้ได้เข้าตรวจสอบเพิ่มเติมอีกครั้ง โดยเจ้าหน้าที่กระจายกำลังหาชิ้นส่วนของวัตถุระเบิดที่อาจหลงเหลืออยู่ในที่เกิดเหตุ ขณะที่ยังมีการปิดการจราจรบริเวณถนนรามคำแหง 43/1 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติงาน ส่วนธนาคารกรุงเทพ และร้านเสริมสวยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุระเบิดเมื่อคืน ได้เปิดทำการตามปกติแล้ว

อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ประชุมวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มายัง สน.หัวหมาก เพื่อรับทราบความคืบหน้า และแนวทางในการสืบสวนติดตามมือวางระเบิดดังกล่าว