โพลล์ชี้ รมว.พลังงาน ต้องรับผิดชอบเหตุไฟดับ 14 จังหวัดใต้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เสนอผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง ความเชื่อมั่นของประชาชนจากกรณีปัญหาไฟฟ้าดับใน 14 จังหวัดภาคใต้ กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ใน 17 จังหวัดของประเทศ โดยนางสาวปุณฑรีก์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง ความเชื่อมั่นของประชาชนจากกรณีปัญหาไฟฟ้าดับใน 14 จังหวัดภาคใต้ กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ใน 17 จังหวัดของประเทศได้แก่ กรุงเทพมหานคร เพชรบุรี ฉะเชิงเทรา นครปฐม สมุทรปราการ อุตรดิตถ์ ลำปาง เชียงราย มุกดาหาร หนองคาย สกลนคร เลย ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ ยะลา นราธิวาส และ สงขลา จำนวนทั้งสิ้น 2,075 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 22 – 24 พฤษภาคม 2556 ที่ผ่านมา โดยใช้การเลือกตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่มเชิงชั้นภูมิหลายชั้น ที่สุ่มเลือกจังหวัด อำเภอ ตำบล ชุมชน ครัวเรือน และประชาชนที่ตอบแบบสอบถามระดับครัวเรือน โดยมีช่วงความคลาดเคลื่อนบวกลบร้อยละ 7 พบว่า

ภาคใต้ไฟดับ

จากการศึกษาครั้งนี้พบว่ากลุ่มตัวอย่างเกือบ 2 ใน 3 หรือร้อยละ 60.5 รู้สึกกลัว ตกใจ กังวล ต่อปัญหา อาชญากรรม การก่อวินาศกรรม ก่อการร้าย และความไม่ปลอดภัยอื่นๆ จากเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ 14 จังหวัดภาคใต้ที่ผ่านมา
ในขณะที่ร้อยละ 31.6 รู้สึกเฉยๆ และร้อยละ 7.9 ไม่รู้สึกอะไรเลย

เมื่อสอบถามถึงความเชื่อมั่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะสามารถปรับปรุงระบบไฟฟ้าเพื่อการรองรับการเปิดประชาคมอาเซียนพบว่ากลุ่มตัวอย่างกว่า 3 ใน 4 หรือร้อยละ 79.3 มีความเชื่อมั่น
ในขณะที่ร้อยละ 20.7 ไม่มีความเชื่อมั่น

ขณะที่ประชาชนส่วนมากหรือร้อยละ 55.7 ระบุว่ารัฐมนตรีกระทรวงพลังงานควรเป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ไฟดับใน 14 จังหวัดภาคใต้ที่ผ่านมา
ในขณะร้อยที่ 35.1 ระบุรัฐบาลทั้งคณะควรรับผิดชอบ
ร้อยละ 7.0 ระบุหน่วยงานราชการ
และร้อยละ 2.2 ระบุควรรับผิดชอบตัวเอง

นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างเกินกว่าครึ่งหรือร้อยละ 51.4 ยังระบุอีกว่ารัฐมนตรีกระทรวงพลังงานควรเป็นผู้รับผิดชอบต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าของประชาชนที่เสียหายเพราะไฟฟ้าดับบ่อยอีกด้วย
ส่วนร้อยละ 36.8 ระบุรัฐบาลทั้งคณะควรรับผิดชอบ
ร้อยละ 10.8 ระบุหน่วยงานราชการ
และร้อยละ 1.0 ระบุตัวเองควรรับผิดชอบ

ที่น่าพิจารณคือประชาชนที่ถูกศึกษาส่วนใหญ่หรือร้อยละ 82.5 คิดว่าหตุการณ์ไฟฟ้าดับใน 14 จังหวัดภาคใต้ที่ผ่านมาส่งผลต่อความเชื่อมั่นของชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย
ในขณะที่ร้อยละ 17.5 คิดว่าไม่ส่งผล

MThai News

หมวดน๊อต คนดังในโซเชียล รับ ไม่ได้เป็นทหาร โอด ถูกหลอกเชิดเงิน

หมวดน๊อต คนดังสวยในอินสตาแกรม-โลกโซเชี่ยล รับผิด  “หนูไม่ได้เป็นทหาร” เผยถูกหลอกเงินว่าจะฝากเข้าทหารได้ ให้มาทำงานแต่งเครื่องแบบทหารแล้ว แต่ฝันสลาย วอนสังคมเข้าใจ ไม่มีเจตนาหลอกลวงใคร

หมวดน๊อต

ผู้สื่อข่าว MThai News รายงานว่า น.ส.วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหาร ได้ติดต่อสอบถามไปยัง หมวดน็อต หรือ น๊อตโตะ สาวสวยน่าเป็นที่รู้จักใน อินสตาแกรม และโลกโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค ว่า เธอไม่ได้เป็นทหาร  แต่เป็นทหารปลอม

หลังจากที่มี ผู้ร้องเรียนไปยังกองทัพบก ว่า ร้อยตรีหญิง ปิยมาภรณ์ ดวงอาจ  ไม่ใช่ทหารจริง โดยทางกองทัพบก ได้มีการตรวจสอบแล้ว ไม่พบว่ามีชื่อเธออยู่ในทะเบียนกำลังพลของทบ. แต่ใน IG ของเธอ อ้างว่า เป็น ทหารหญิงสังกัด สำนักงานเลขานุการกองทัพบก (สลก.ทบ.) และช่วยราชการสำนักปลัดกระทรวงกลาโหม และบอกกับคนที่รู้จักเธอเช่นนี้มาตลอดกว่า 2 ปี  จนทำให้ใครๆเชื่อว่า เธอเป็นทหารหญิงจริงๆ เพราะเธอรู้จักบิ๊กๆในกองทัพและผู้คนในแวดวงทหาร

แต่ที่สุด วันนี้ เธอออกมายอมรับแล้วว่า  “หนู ไม่ใช่ทหาร ค่ะ”ด้วยเพราะ บิดา  ที่อยู่บ้านนอก ศรีสะเกษ  อยากให้ลูกสาวคนเดียว ได้เป็นทหาร  จึงไปวิ่งเต้นกับ นายทหาร ที่อยู่กับ พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์  ปลัดกลาโหม ในยุคนั้น เพราะความที่ พล.อ.(ส)  และภริยา (อ) เป็นคนกว้างขวางในอิสาน และเป็นที่พึ่ง บิดาของเธอ จึงไปขอร้อง  นายทหารทีมของ พล.อ.(ส)  แต่ไม่อาจเปิดเผยชื่อ  ทั้งชายและหญิง โดย ผู้หญิงชื่อ (ช) เป็นผู้ประสานให้อีกที  พร้อมเรียกเงินไปหลายแสนบาท  อ้างว่าต้องวิ่งเต้น จ่ายหลายที่  ต้องให้ทีมเอกสารที่ กองบัญชาการกองทัพไทย ดำเนินการให้  ในการเข้าสมัครเป็นทหารบก หมวดน๊อต  ได้นำเอกสารหลักฐาน การเรียนจบรัฐศาสตร์ รามคำแหง ต่างๆไปให้กับทหารที่ บก.กองทัพไทยหลายครั้ง  จนได้รับคำยืนยันว่า  ได้เป็นทหารแน่นอน เข้าที่ กองทัพบก ต้องเข้าที่สลก.ทบ.ก่อน จากนั้น เธอก็เฝ้าแต่รอ  แม้แต่ บิดาของเธอเอง ที่ไปหยิบยืมเงินจากญาติพี่น้องมา เพื่อมาจ่ายวิ่งเต้นให้ลูกสาวเป็นทหาร ก็รอ ข้ามปี จนอาการมะเร็งกำเริบ แล้วก็เสียชีวิต

“พ่อหนู ตายอย่างสบายใจ เพราะท่านหมดห่วง เพราะคิดว่า หนูจะมีงานทหาร หนูจะได้เป็นทหารแน่”  น้องน๊อต  เล่า “พ่ออยากให้หนูเป็นทหารมาก เพราะเราเป็นคนบ้านนอก  เวลาเห็นนายทหารก็อยากให้ลูกเป็นทหาร แต่พ่อมีหนูคนเดียว เป็นลูกสาว ไม่มีลูกชาย ก็อยากให้เป็นทหาร ก็เลยไปวิ่งเต้น หนูเองก็อยากเป็นอย่างแต่งเครื่องแบบ”  น้องน๊อต กล่าว

แต่เมื่อรออยู่นานหลายเดือน  ทวงถามไป ทาง ทีมที่รับเงินไป และเป็นทหารทั้งชายและหญิง ก็เรียกตัวเธอมากรุงเทพฯ  ว่าให้มาทำงานเป็นทหารเลย จัดหาเครื่องแบบทหารบก ยศร้อยตรี ให้เธอสวมใส่ แล้วให้ไปทำงาน เวลามีผู้ใหญ่ไปงานสังคมเช่น ทำบุญในต่างจังหวัด  งานกิจการพลเรือน พบชาวบ้าน หรือให้กำลังใจทหาร  เธอก็จะสวมเครื่องแบบทหารไป ประหนึ่งเป็นการฝึกงาน โดยทีมงานบอกว่า ใครถามให้บอกว่า สังกัด สลก.ทบ. และช่วยราชการ สำนักปลัดกลาโหม ด้วยความเป็นคนหน้าตาดี  เวลาไปงานไหน ก็จะมีคนมาขอถ่ายรูปคู่ด้วย จนทำให้เธอกลายเป็น หมวดน็อต ทหารหญิงคนสวยไปโดยปริยาย

หมวดน๊อต

“ตอนนั้น หนู ไม่คิดว่าหนูจะถูกหลอก เพราะคนที่รับเงินไป  ก็ล้วนอยู่กับผู้ใหญ่ ทั้งนั้น แล้วให้หนูมาทำงานแล้วด้วย  หนูก็คิดว่า หนูได้เป็นแน่  ร้อยตรีหญิง    ก็แต่งเครื่องแบบทหาร ถ่ายรูป โพสต์ลง อินสตาแกรม  เวลาไปไหน ก็บอกว่าเป็นทหาร ก็หนูเป็นทหารจริงๆ ในเวลานั้น ทำงานทหารแล้ว แต่งเครื่องแบบทหาร โดยไม่คิดว่าหนูจะถูกหลอก”  หมวดน็อต เล่า แต่แล้ว โชคชะตาก็ไม่เข้าข้างเธอ  เมื่อ พล.อ.(ส) ถูก เด้งเข้ากรุ ทีมงานที่รับเงินเธอไป ก็อ้างกับเธอว่า  มีปัญหาเรื่องการบรรจุเธอเข้ารับราชการ ให้รอก่อนๆ แต่ยังทำให้ทำงานต่อเหมือนเดิม

จนที่สุด เมื่อ พล.อ.(ส) ไม่มาทำงาน หลังถูกปลด แล้วเกษียณไป ทีมงานนั้นก็ใช้เป็นข้ออ้างว่า ทำให้ไม่ได้แล้ว เพราะนายถูกปลด ต่างแยกย้ายกันเอาตัวรอด  แล้วไม่รับผิดชอบ ไม่คืนเงืนที่เอาไปเลยสักบาท “แล้วหนู จะไปกล้าทวงคืนได้ยังไง แต่ละคน  หนูก็ต้องพยายามหาเงิน จากทุกทาง มาเพื่อผ่อนใช้หนี้ญาติๆที่หนูยืมเงินมา จ่ายค่าวิ่งเต้นเป็นทหาร” เธอ เล่า ในเมื่อ ชีวิตเป็นแบบนี้แล้ว เธอก็ต้องเลยตามเลย สวมบท หมวดน็อต ตลอดมา ไม่ว่าจะไปที่ไหน ก็เป็นหมวดน๊อต เวลาใครถามก็ตอบไปเหมือนเดิม แต่รู้ว่า เปลี่ยนตัวปลัดกลาโหม แล้ว

แต่เพราะเธอไม่ได้ใกล้ชิดวงการทหารแล้ว จึงทำให้ข้อมูลผิดพลาด  จนบางทีในการพูดคุยกับคนที่รู้เรื่องทหาร หรือเป็นทหารจริงๆ จึงทำให้ สงสัยว่า เธอเป็นทหารจริงหรือไม่ แล้วเริ่มมีการตรวจสอบ “หนูยอมรับว่า หนูผิด ที่ทำแบบนี้  แต่ก็มันมาแบบนี้แล้ว แต่หนูก็ไม่ได้ไปแอบอ้าง เอาเครื่องแบบทหารบก ไปทำความผิดอะไร นะคะ  แต่เพราะคนเชื่อไปแล้วว่า หนูเป็นทหารไปแล้ว ก็เลยตามเลย  แต่คนที่ด่าหนู ขอให้เข้าใจหนู และถามหนูก่อน  อย่ารีบตัดสินใจ หาว่าหนูเป็นคนเลว คนไม่ดี  ตั้งแต่เรียนหนังสือมาตอนเด็กๆที่ศรีสะเกษ  หนูเป็นคนเรียนดี  เคยเป็นตัวแทนของโรงเรียน ไปประกวด อะไรหลายอย่าง  ถ้าวันนี้ ทุกคนประณามหนู  ไม่ใช่แค่ วิญญาณของพ่อที่จะเสียใจ  แต่แม่ ที่เธอเหลือเป็นที่พึ่งอยู่คนเดียวในชีวิต ก็จะเสียใจ  ที่สำคัญ บรรดาคุณครู ก็จะเสียใจ  ขอแค่เข้าใจหนูก็พอ  หนูขอยอมรับผิด แต่หนูไม่ได้มีเจตนาจะหลอกลวงใคร”  หมวดน็อต วัย  24 ปี  กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ

“หนูอยากให้ กรณีของหนู เป็นบทเรียน อย่าให้ใครถูกหลอกแบบหนูอีก  แต่หนูก็พูดอะไรมากกว่านี้ไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่า ใครจะทำอะไรหนูหรือเปล่า แต่หนูขอโทษ  หนูอยากเป็นทหารจริงๆ” เธอ ทิ้งท้าย

MThai News

เสื่อม!! คลิป 2 สาวเปลือยกาย เต้นเพลงรักต้องเปิด (แน่นอก)

MThai News: ที่หน้าแฟนเพจเฟสบุ๊กแห่งหนึ่งมีการเผยแพร่คลิป ผู้หญิง 2 คนที่เปลือยกายเต้นเพลงรักต้องเปิด (แน่นอก) ของศิลปิน 3 2 1 กับใบเตย อาร์สยาม

เปลือยกาย,รักต้องเปิด แน่นอก

ทั้งนี้ทั้งสองสาวเต้นด้วยท่าทางสนุกสนานไม่มีความเขินอายแม้แต่น้อย ซึ่งมีผู้แสดงความเห็นและแชร์ต่อกว่า 5,000 ครั้งแล้ว ซึ่งบางคนลงความเห็นว่า พวกเธออาจเป็นสาวประเภทสอง

MThai News