จับแล้วอาสาว17คาสุวรรณภูมิ ปัดบังคับหลานค้ากามเกาหลี

อาสาวเด็ก 17 ปัด หลอก หลานค้ากามเกาหลี ยัน ผู้ปกครองเด็ก ยินยอมให้ไปทำงาน ปคม. เตรียมแถลงรายละเอียด บ่าย วันนี้ บังคับหลานค้ากามเกาหลี นาง เพียงใจ คิม อายุ 37 ปี ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหา ค้าประเวณีเด็กอายุต่ำกว่า 17 ปี และข้อหาอื่น ๆ รวม 5 ข้อหา ถูกตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ หรือ ปคม. คุมตัวได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ขณะเดินทาง กลับจากประเทศเกาหลี ด้วยสายการบิน ZJ 511 เมื่อเวลา 20.10 น. ที่ผ่านมา หลังตกเป็นผู้ต้องหา หลอกลวงหลานสาวแท้ ๆ ของตนเอง วัย 17 ปี ไปค้าประเวณีที่ประเทศเกาหลีใต้ โดยวันนี้ นางเพียงใจ กล่าวขณะถูกคุมตัว มาสอบสวนที่ ปคม. ว่า ตนมารับทราบข้อกล่าวหา เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่า ไม่ได้หลอกลวงหลานสาว ไปค้าประเวณี ตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมยอมรับว่า การที่ หลานสาวเดินทางไปประเทศเกาหลีใต้นั้น ได้รับการยินยอมจากผู้ปกครองและร้านนวดสปาที่หลานสาวไปทำงานอยู่นั้น ไม่มีการค้าประเวณีแต่อย่างใด นอกจากนี้ นางเพียงใจ ได้นำหลักฐาน เป็นภาพจากกล้องวงจรปิด ที่สามารถบันทึกได้จากการสนทนาผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์กและหลักฐานเอกสาร ต่าง ๆ มามอบให้กับตำรวจไว้เป็นหลักฐาน ด้วยทางด้าน บิดาของผู้เสียหาย ซึ่งเป็นพี่ชายของนางเพียงใจ ที่วันนี้เดินทางมาด้วย กล่าวยืนยันว่า บุตรสาวของตน ไม่ได้ถูกอาสาวหลอกลวง ซึ่งก่อนจะเดินทางไปเกาหลีนั้น ก็ได้รับความยินยอมจากตน แต่ไม่ทราบว่าทำไมจึงเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวน ปคม. ได้แจ้งข้อกล่าวหา ตามหมายจับของศาลและเตรียมแถลงรายละเอียดอีกครั้ง ในวันนี้ เวลา 13.00 น.

ทั่วปท.คึก-สนามหลวงแน่นผว.กทม.นำทำบุญวิสาขบูชา

บรรยากาศการทำบุญ เนื่องในวันวิสาขบูชาทั่วประเทศเช้านี้เป็นไปอย่างคึกคัก ขณะผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นำข้าราชการ และประชาชน ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 231 รูป ที่ ท้องสนามหลวง

วิสาขบูชา

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 231 รูป และถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 10 รูป โดยมีคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร คณะกรรมการจัดงาน ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องกรค์ต่าง ๆ และประชาชน ร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก ขณะที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา มีกิจกรรม เดิน-วิ่งสมาธิ วิสาขะ พุทธบูชา  ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ จัดทำขึ้น เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในวันวิสาขบูชาโลกนี้ด้วย โดยมีประชาชนที่รักสุขภาพและการออกกำลังกายให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ประกอบด้วย พิธีเทศน์มหาชาติ พิธีเจริญพระพุทธมนต์ กิจกรรมเวทีสะท้อนธรรม กิจกรรมธรรมบันเทิง ไหว้พระ 9 วัด ประจำราชวงศ์จักรี นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมร่วมทำบุญแผ่นทองอธิษฐานจิต เพื่อจัดสร้างพระพุทธชยันตีปางสมาธิและร่วมทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อนำเงินไปช่วยชาวพุทธและทำนุบำรุงวัด ในพื้นที่3 จังหวัดชายแดนใต้ด้วย

ชาวเชียงใหม่ ทำบุญตักบาตรวันวิสาขบูชา

พุทธศาสนิกชนจำนวนมาก ร่วมกันทำบุญใส่บาตร เนื่องในวันวิสาขบูชาที่วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร อย่างเนืองแน่น หลังจากร่วมกันเดินขึ้นดอยตั้งแต่ค่ำวานนี้ ในประเพณีไหว้สาป๋าระมีพระบรมธาตุ สืบสานประเพณีเตียวขึ้นดอย โดยมีพระสงฆ์ 86 รูป ลงจากบันไดนาคมารับบิณฑบาต เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  จากนั้น เวลา 17.00 น. จะมีการประกอบพิธีถวายน้ำสรงพระราชทานพระบรมธาตุดอยสุเทพและประทักษิณ (เวียนเทียน) รอบพระบรมธาตุ

อย่างไรก็ตาม ในทุกหัววัดมีการจัดพิธีใส่บาตรเนื่องในวันวิสาขบูชา มีพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมจำนวนมากเช่นกัน โดยตลอดทั้งวันพุทธศาสนิกชนชาวเชียงใหม่จะเข้าวัดเพื่อฟังเทศน์ ฟังธรรม ปฏิบัติธรรม เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ก่อนที่ในช่วงค่ำจะมีพิธีเวียนเทียนใหญ่ ใน 4 หัววัดสำคัญของเมือง คือ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร วัดเจดีย์หลวง วัดศรีโสดา (พระอารามหลวง) และวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร

ชาวยะลา ร่วมทำบุญตักรบาตรวันวิสาขบูชา

ที่ วัดพุทธภูมิ พระอารามหลวง อ.เมือง จ.ยะลา นายเดชรัฐ  สิมศิริ  ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา  พร้อมด้วย นางอนงค์ศรี  สิมศิริ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา และ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ประชาชน นิสิตนักศึกษา จำนวน 200 คน ได้ร่วมประกอบพิธีทำบุญตักบาตรแด่พระสงฆ์ เนื่องในวันวิสาขบูชา พุทธชยันตี 2,600 ปี แห่งพระพุทธศาสนา  นอกจากนี้ กิจกรรมเนื่องในวันวิสาขบูชา ในช่วงกลางวันก็จะมีกิจกรรมเวียนเทียน ส่วนมาตรการในการดูแลความปลอดภัย ก็มีกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ  อาสาสมัครรักษาดินแดน และ ชรบ. คอยให้การดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวดในทุกพื้นที่

ทัพบกโต้! ยันทหารไมได้เผา เซ็นทรัลเวิล์ด ชี้ ทีมดับเพลิงเข้าใจผิด

ชี้ กลุ่มสกัดจนท. แต่งกายเลียนแบบทหาร  วอนทุกฝ่ายหยุดเผยแพร่เรื่องเท็จ หวั่นสร้างรอยร้าวให้สังคม

ผู้สื่อข่าว MThai News รายงานจาก กองบัญชาการกองทัพบกว่า  พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวชี้แจงถึงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวว่าเจ้าหน้าที่ทหารได้ควบคุมพื้นที่ในวันที่มีเหตุเพลิงไหม้ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เวิลด์ ว่า ห้างดังกล่าวถูกเผาในช่วงเวลา 14.00-15.00 น. ซึ่งขณะนั้นทางเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าไปถึงจุดเกิดเหตุได้ อีกทั้งขณะที่เพลิงกำลังเริ่มลุกไหม้นั้นมีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงพยายามจะเข้าไปดับไฟ แต่ถูกยิงต่อต้านจากกำลังไม่ทราบฝ่ายจนต้องถอยออกมา และได้ติดต่อมาที่ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ. เพื่อขอกำลังคุ้มครอง ทำให้ต้องส่งเจ้าหน้าที่ทหารบางส่วนไปจากทางด้านเพลินจิต เพื่อคุ้มครองการดับเพลิง แต่เนื่องจากพื้นที่ยังคงไม่มีความปลอดภัยจึงต้องถอยกลับออกมา

เผาเซ็นทรัลเวิล์ด

โดยเจ้าหน้าที่ทหารที่ประจำจุดจากแยกปทุมวันก็พยายามเคลื่อนที่เข้ามา เพื่อคุ้มครองการดับเพลิงด้วยเช่นกัน แต่ต้องตัดสินใจหยุดอยู่แถวสถานีรถไฟฟ้าสยาม  เพราะถูกต่อต้านด้วยอาวุธ อีกทั้งเกรงว่าถ้าในพื้นที่ยังคงมีการใช้อาวุธกันแล้ว อาจจะทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นการกระทำจาก เจ้าหน้าที่ทหาร ทำให้การเข้าพื้นที่เป็นไปด้วยความระมัดระวัง ซึ่งกว่าจะเข้าไปได้จริงก็เป็นช่วงเช้าของวันรุ่งขึ้น โดยทุกจุดได้ถูกเผาทำลายเสียหายไปจนหมดแล้ว จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีเจ้าหน้าที่ทหารอยู่ในช่วงเวลาที่ห้างถูกเผา

ส่วนที่มีทีมดับเพลิงของ พ.ต.ท.ชุมพล บุญประยูร ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านอัคคีภัยกลุ่มบริษัทเซ็นทรัลพัฒนา อ้างว่าถูกทหารสกัดไม่ให้ไปดับไฟในบริเวณห้างเป็นเรื่องเข้าใจผิด เพราะไปพิจารณาเอาเองจากการแต่งกาย ซึ่งในปัจจุบันการแต่งกายคล้ายทหารจะพบเห็นได้ทั่วไป ไม่ได้มีแต่เฉพาะเจ้าหน้าที่เท่านั้นที่สวมใส่ และที่สำคัญที่ผ่านมามีผู้ที่กระทำความผิดหลายคนที่ถูกเจ้าหน้าที่จับได้ ก็จะแต่งกายในลักษณะนี้หลายคน

พ.อ.วินธัย สุวารี

พ.อ.วินธัย สุวารี

สำหรับที่มีการเผยแพร่ภาะในสื่อผสม (วีทีอาร์) ในกิจกรรมรำลึกเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองปี 53 เมื่อวันที่ 19  พ.ค. ที่ผ่านมา โดยมีเนื้อหาระบุขั้นตอนการปฏิบัติหน้าที่ของทหารโดยอ้างอิงมาจากบทความที่ถูกตีพิมพ์ในวารสารเสนาธิปัตย์ ฉบับก.ย.– ธ.ค. 53 เรื่อง “บทเรียนยุทธการกระชับวงล้อม 7 พื้นที่ราชประสงค์ 14 – 19 พ.ค.53” เขียนโดย พ.อ.บุญรอด  ศรีสมบัติ  ที่แม้จะเป็นข้าราชการทหารแต่ก็ไม่ใช่เจ้าหน้าที่โดยตรงที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีส่วนร่วมในการปฏิบัติภารกิจในการรักษาความสงบเรียบร้อยในเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองในปี 53 ที่สำคัญบทความดังกล่าวไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงในนามของหน่วยงานได้ เพราะเป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนบุคคล แต่เมื่อผู้เขียนได้มีโอกาสรับทราบข้อมูล และได้ศึกษารายละเอียดเอกสารต่างๆอย่างเป็นทางการรอบด้านจากหน่วยงานที่รับผิดชอบจริงแล้ว  ผู้เขียนจึงได้เขียนปรับใหม่และตีพิมพ์บทความลงในวารสารเสนาธิปัตย์ ฉบับที่ ม.ค. – มี.ค. 54 เรื่อง “บทเรียนการปฏิบัติการข่าวสาร : 9 กรณี ปปส.ในเมือง (มี.ค. – พ.ค. 53)”

ขณะเดียวกัน กองทัพบกขอวิงวอนไปยังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองปี 53 อย่าได้นำเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่มีองค์ประกอบของข้อเท็จจริงที่ยังไม่ครบถ้วน ไม่ตรงกับสถานการณ์จริง หรืออ้างอิงออกไปเผยแพร่ เพราะเกรงว่าจะเป็นการสร้างรอยร้าวและความสับสนให้กับสังคมมากยิ่งขึ้น กองทัพบกขอย้ำว่าการปฏิบัติภารกิจรักษาความสงบเรียบร้อยในการชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 53  เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้ปฏิบัติตามคำสั่งและเป็นไปตามกรอบกฎหมาย  มีขั้นตอนการปฏิบัติที่ชัดเจนแบบเป็นขั้นเป็นตอน ไม่ประสงค์ที่ใช้ความรุนแรง จึงขอให้ทุกฝ่ายได้ใช้ความอดทน ยึดมั่นในกระบวนการยุติธรรมที่กำลังดำเนินไปในขณะนี้ซึ่งน่าจะดีที่สุด

MThai News