โอ๊ค โพสต์เฟสบุ๊ค รำลึก 3ปีสลายชุมนุม อัดประชาธิปัตย์ อยู่เบื้องหลังเผาเซ็นทรัลเวิลด์

โอ๊ค โพสต์เฟสบุ๊ค รำลึก 3ปีสลายชุมนุม อัดประชาธิปัตย์ อยู่เบื้องหลังเผาเซ็นทรัลเวิลด์

นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของอดีตนายกรัฐมนตรีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้โพสต์ข้อความลงเฟสบุ๊คส่วนตัว @Oak Panthongtae Shinawatra วานนี้ (19 พ.ค.) รำลึกครบรอบ 3 ปี การสลายการชุมนุมแยกราชประสงค์ โดยระบุว่า

โอ๊ค พานทองแท้, เผาเซ็นทรัลเวิลด์, สลายชุมนุม53

โอ๊ค พานทองแท้

19 พฤษภาคม 2556 ครบรอบ3ปี การสลายการชุมนุมแยกราชประสงค์ครับ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นที่รับรู้ไปทั่วโลกก็คือ รัฐบาลประชาธิปัตย์ ภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ส่งกำลังทหารพร้อมอาวุธสงคราม และรถหุ้มเกราะ เข้าสลายการชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) บริเวณแยกราชประสงค์ จนกระทั่งมีผู้เสียชีวิตจนถึงปัจจุบันนี้ร่วม “100″ ศพ นี่คือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

รัฐบาลประชาธิปัตย์ในขณะนั้น พยายามชักนำให้สังคมเห็นคล้อยตามว่า กรณีที่เกิดขึ้นจนกระทั่งรัฐบาลต้องใช้ความรุนแรง รวมถึง กรณีไฟไหม้ห้างเซ็นทรัลเวิลด์นั้น “เป็นการกระทำของผู้ก่อการร้าย” และใช้คำว่า “ไอ้พวกเผาบ้านเผาเมือง” มาใส่ร้ายมวลชนคนเสื้อแดง

และใช้เป็นอาวุธทางการเมือง ในการหาคะแนนนิยมให้พรรคฯ ในแทบจะทุกเวทีปราศรัยหาเสียง จนกระทั่งบริษัทประกันภัย เอามาใช้เป็นข้ออ้าง ในการที่จะไม่จ่ายสินไหมทดแทน

จนถึงวันนี้ เวลาล่วงเลยมา3ปี สิ่งที่ประจักษ์ต่อสาธารณะชน ตรงกันข้ามกับการบอกเล่าของพรรคประชาธิปัตย์โดยสิ้นเชิง ในเหตุผลที่ต้องใช้ความรุนแรงระดับ100ศพ ดังนี้

– ศาลอาญาพิพากษายกฟ้อง จำเลยในคดีเผาเซ็นทรัลเวิลด์ทุกกรณี โดยชี้ว่าหลักฐานอ่อนเกินไป

– ศาลแพ่งพิพากษาให้เทเวศประกันภัยจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้เซ็นทรัล เพราะเหตุเพลิงไหม้ ไม่ใช่กรณีก่อการร้าย และเกิดขึ้นหลังจากที่แกนนำนปช.ประกาศสลายการชุมนุม (สลายการชุมนุมเวลา 13:20 ไฟไหม้ห้างเวลา17:00 ห่างกันเกือบ4ชั่วโมง)

– พ.ต.ท.ชุมพล บุญประยูร เลขาธิการสมาคมอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยแห่งประเทศไทยและที่ปรึกษาด้านอัคคีภัยกลุ่มบริษัทเซ็นทรัลพัฒนามากว่า 20 ปี ได้ให้ปากคำเอาไว้ว่า

“ทีมงานเราอยู่ภายในถ้าไม่ไล่เราออกไป มันเรื่องเล็กสำหรับไฟขนาดนั้น ในอาคารมีอุปกรณ์พร้อม น้ำในห้างก็มีจำนวนมหาศาลทั้ง 3 อาคารเชื่อมต่อกัน ระบบแรงดันน้ำภายในห้างก็ใช้ได้ ถ้าไม่ไล่เราออกไม่มีทางจะไหม้ ส่วนคนที่ไล่เราออกไปนั้นคือกลุ่มคนที่มีอาวุธ”

ซึ่งข้ออ้างในการไล่ทีมของเซ็นทรัลออกไปก็คือ มีผู้ก่อการร้ายอยู่ในอาคาร (ซึ่งมีกำลังทหารนับพันนายอยู่รายรอบอาคาร) หลังจากนั้นร่วมชั่วโมง จึงมีไฟไหม้เกิดขึ้น จนถึงบัดนี้ยังไม่มีใครได้ข้อมูล หรือจับตัวผู้ก่อการร้ายในอาคารตามอ้างได้ แม้แต่คนเดียว

ผมขอลำดับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นจริงในห้วงเวลาต่างๆ เพื่อให้เห็นภาพดังนี้

14 พ.ค. 53
เริ่มต้นยุทธศาสตร์กระชับวงล้อม พื้นที่ราชประสงค์ ประกาศเขตกระสุนจริง ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายคน รวมถึงด.ช.คุณากร ศรีสุวรรณ อายุ 14 ปี เป็นผู้เสียชีวิตที่มีอายุน้อยที่สุด

19 พ.ค. 53
13.20 น. นปช. ประกาศยุติการชุมนุม
14.00 น. พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ในฐานะโฆษกศอฉ. แถลงว่า ในขณะนี้ ศอฉ. ควบคุมสถานการณ์ในภาพรวมไว้ได้แล้ว
16.40 น. ทหารเข้ายึดพื้นที่ได้อย่างสมบูรณ์ และไล่ตำรวจ รปภ.และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงออกจากห้างเซ็นทรัลเวิลด์ โดยอ้างว่ามีผู้ก่อการร้ายอยู่ภายใน (ล้อมห้างอยู่เป็นพัน จับผู้ก่อการร้ายไม่ได้แม้แต่คนเดียว)
17.40 น. เกิดเพลิงไหม้ขนาดใหญ่ในเซ็นทรัลเวิลด์

เมื่อได้ทราบข้อเท็จจริงเช่นนี้แล้ว ผมเกรงว่า วาทะกรรม “เผาบ้านเผาเมือง” ในที่สุดก็จะเข้าอีหรอบเดียวกับหลายๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองเราครับ

ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลในการปฏิวัติ ว่ารัฐบาลโกงกินมโหฬาร ในที่สุดหาได้เรื่องเดียวคือ กรณีเซ็นต์ยินยอมให้ภรรยาซื้อที่ดินรัชดาฯ หรือเรื่องผังล้มเจ้าที่ เอามาแถลงข่าวอย่างเป็นทางการกันใหญ่โต เพื่อสร้างความชอบธรรมให้การล้อมปราบ แต่เมื่อพิสูจน์ได้ว่า เป็นผังหลอกลวงไม่เป็นความจริง กลับไม่มีใครยอมรับว่าเป็นคนทำผัง แม้แต่คนเดียว

รัฐบาลน่าหาข้อเท็จจริงให้ได้ข้อยุติครับว่า ใครกันแน่ที่เผาห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ศาลท่านจะพิจารณาก็แต่เฉพาะประเด็นที่ฟ้องร้อง เมื่อได้ข้อสรุปว่าไม่ใช้เป็นการเผาจากผู้ชุมนุม ก็ต้องพิสูจน์ทราบให้ได้ว่าใครสร้างสถานะการณ์ และใครที่แสวงหาประโยชน์จากเรื่องนี้

อย่างน้อยคนเสื้อแดงที่ยังอยู่จะได้พ้นมลทิน ผู้ที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยด้วยใจบริสุทธิ์ กลับต้องมาเสียชีวิต แล้วยังโดนกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรม จะได้นอนตายตาหลับ

ไปๆมาๆอาจได้ข้อยุติว่า มีคนใจบาปสั่งให้ “ฆ่า(คน)แล้วเผา(ห้าง)” ก็เป็นไปได้ ใครจะรู้ครับ

MThai News

จีน เตือน นักท่องเที่ยวจีนควรมีมารยาท ส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศ

วันชนที่ 20 พ.ค. สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า หนังสือพิมพ์ พีเพิลส์ เดลี ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้เปิดเผยคำพูดของนายวาง ยาง ผู้ช่วยนายกรัฐมนตรีจีน กล่าวถึงพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจีนที่ไปเที่ยวต่างประเทศที่เรียกได้ว่าไร้ความศิวิไลญ์ เช่น ส่งเสียงดัง แซงคิว ไม่มีมารยาท ฯลฯ

นักท่องเที่ยวจีน

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข่าว

นายวางเผยว่าหน่วยงานทุกฝ่ายของจีนควรแนะนำนักท่องเที่ยวจีนให้เคารพหลักปฏิบัติและศีลธรรมทางสัมคม เคารพศาสนาและประเพณี ระวังคำพูดและการกระทำ รวมทั้งรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ให้ประเทศจีน นอกจากนี้นายวาง ยังระบุว่า การส่งเสียงดัง และการถ่มน้ำลายของนักท่องเที่ยวทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศแย่ลง ซึ่งการออกมาเตือนของนายวาง มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

ทั้งนี้มีข้อมูลระบุว่าซนักท่องเที่ยวจีนเป็นกลุ่มที่ใช้เงินมากที่สุดในโลก ราว 102,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อปี ประมาณ 3,060,000 ล้านบาทต่อปี โดยจำนวนเงินดังกล่าวนับรวมเฉพาะการเที่ยวต่างประเทศเท่านั้น

MThai News

อวดเบ่ง ! ตำรวจเมาแล้วขับอ้างยศร้อยโท

ข่าวสังคมออนไลน์ วันที่ 20 พ.ค. แฟนเพจ Youlikeได้เผยแพร่คลิปจากเจ้าของเฟซบุ๊คชื่อ NoomAuto Max โดยใช้ชื่อคลิปว่า “ตำรวจเมาแล้วชน รถไม่มีทะเบียน อ้างยศ! ” เจ้าของคลิปได้บรรยายใต้คลิปว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบริเวณ จ.กาญจนบุรี มุ่งหน้าไปจ.สุพรรณบุรี ตำรวจ สภอ.อู่ทอง ยศ ร.ต.ท.คนหนึ่งมีพฤติกรรมเมาแล้วขับ

คลิปตำรวจ

และได้ขับรถมาชนซึ่งเจ้าของคลิปอ้างว่าตำรวจคนดังกล่าวผิดเต็มๆ ซึ่งเมื่อมีการไปตกลงที่โรงพักก็ได้มีการพูดจาไม่สุภาพและจะทำร้ายผู้หญิง นอกจากนี้รถของตำรวจคนดังกล่าวยังไม่มีป้ายทะเบียน มีพฤติกรรมใช้อำนาจอย่างไม่ถูกต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่โรงพักยึดรถของคู่กรณีไปอีกด้วย

ขอบคุณคลิปจาก Youlike

MThai News