5สาวพิการอินเดีย ถูกข่มขืน ในรัฐราชสถาน

5 สาวพิการในอินเดีย ถูกคนร้ายบุกข่มขืนอย่างเหี้ยมโหด กลางโรงเรียนในรัฐราชสถาน

ข่มขืน,สาวพิการ,อินเดีย

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เมื่อวานที่ผ่านมา (18 พ.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นได้รับแจ้งเหตุการณ์สลด 5 สาวพิการชาวอินเดีย ถูกข่มขืนในโรงเรียนสำหรับคนพิการ ช่วงวัย 15-17 ปี เมืองหลวงรัฐราชสถาน (Rajasthan) ซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศอินเดีย

นอกจากนี้ ผู้ก่อเหตุยังกระทำความรุนแรงกับเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนอีก 2 คน จนได้รับบาดเจ็บ อาการเบื้องต้นยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจน

ล่าสุด เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อาวุโสยังกล่าวทิ้งท้ายอีกว่า ขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาอ้างความรับผิดชอบเลย พร้อมวอนขอให้รัฐบาลอินเดียพิจารณาในเรื่องของกฎหมายคุ้มครองสตรีในประเทศอีกด้วย

พงศ์เทพ เผยปม ทุจริตครูผู้ช่วย 4 บิ๊ก ยังไม่ต้องออกราชการ

ชี้ กม.ไม่มีบังคับ เชื่อมติก.ค.ศ.ชัดเจน ย้ำอ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ฯไม่ต้องกังวล รอดูหนังสือก่อน  

ผู้สื่อข่าว MThai News รายงานจาก จ.เชียงใหม่ว่า นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  กล่าวถึงกรณีที่ ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชครูและบุคลากรทางการศึกษา มีมติให้แจ้งไปยังคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา 119 เขต และผู้อำนวยการโรงเรียนให้พิจารณาการเพิกถอนการบรรจุแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการครูในตำแหน่งครูผู้ช่วย ในการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการครูในตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีมีความจำเป็นหรือเหตุพิเศษ ว 12 จำนวน 344 รายตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้ทำหนังสือแจ้งไปยัง ก.ค.ศ.และอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ เนื่องจากเห็นว่าบุคคลเหล่านั้นกระทำการเข้าข่ายทุจริต ในการทำข้อสอบผิดในข้อเดียวกันและมีคะแนนสอบที่สูงผิดปกติ

พงศ์เทพ เทพกาญจนา

โดยขณะนี้ทาง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ยังเห็นว่ามติดังกล่าวมีความไม่ชัดเจน และต้องการให้ก.ค.ศ.มีคำสั่งให้ดำเนินการเพิกถอนอย่างเป็นทางการ ว่า มติ ก.ค.ศ.เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมามีความชัดเจน   และจะทำให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ และผู้มีอำนาจบรรจุแต่งตั้ง ซึ่งก็คือ ผู้อำนวยการโรงเรียน มีความมั่นใจในการดำเนินการมากขึ้น เพราะหนังสือของ ก.ค.ศ.ระบุชัดว่าให้ผู้มีอำนาจบรรจุแต่งตั้งดำเนินการเพิกถอนทั้ง 344 รายให้ออกจากราชการ ตามมาตรา 49 ของพ.ร.บ.ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เนื่องจากเหตุการทุจริตการสอบซึ่งถือเป็นความไม่เหมาะสมในการจะเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยมตินี้ถือเป็นข้อมูลที่ทำให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ และผู้มีอำนาจในการบรรจุแต่งตั้งดำเนินการตามมาตรา 49 ได้ทันทีโดยไม่ต้องกังวล

ทั้งนี้ผมคิดว่าสาเหตุที่ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ยังไม่มั่นใจเพราะหนังสือของ ก.ค.ศ.ยังไปไม่ถึงแต่ยืนยันว่ามติของ ก.ค.ศ.ชัดเจนกว่าหนังสือของดีเอสไอ ที่ส่งไปยัง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ เชื่อว่าเมื่อ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ เห็นหนังสือของ ก.ค.ศ.จะมีความมั่นใจที่จะดำเนินการตามมติมากขึ้น ดังนั้นจึงอยากให้อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ รอดูรายละเอียดในหนังสือของก.ค.ศ.ก่อน ไม่อยากให้ไปกังวลมากเกินไป

ขณะเดียวกันสำหรับกรณีที่คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงการทุจริตสอบครูผู้ช่วย ที่มีนางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ปลัด ศธ. เป็นประธานได้เสนอให้ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. จำนวน 4 ราย ประกอบด้วย นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการ กพฐ. นายอนันต์ ระงับทุกข์ รองเลขาธิการ กพฐ. นายไกร เกษทัน ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบงานบริหารบุคคลและนิติกร สพฐ. และนายสุเทพ ชิตยวงษ์ อดีตผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ.ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพิ่งมีมติแต่งตั้งเป็นผู้ตรวจราชการ ศธ.ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ทำให้ราชการเสียหายร้ายแรง ซึ่งสอดคล้องกับเอกสารคำให้การของนายพิษณุ ตุลสุข หัวหน้าผู้ตรวจราชการศธ. ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงชุดของศธ. ซึ่งได้มีการสรุปเสนอ ให้ดำเนินการทางวินัยร้ายแรงกับผู้บริหารสพฐ.3 ราย ประกอบด้วยนายชินภัทร นายอนันต์ และนายไกร เพราะมีมูลสงสัยว่าเป็นผู้ร่วมกระทำผิดวินัยกรณีละเลยหรือจงใจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา นั้นขณะนี้นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วย ศธ. ยังไม่ได้รายงานผลสืบสวนฯชุดที่มีนางพนิตา เป็นประธานมายังตน แต่ในเบื้องต้นเมื่อได้รับข้อมูลแล้ว จะต้องให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงในกรณีที่มีข้อมูลอ้างอิงถึง ว่าเจ้าตัวละเลยการปฏิบัติหน้าที่จริงหรือไม่ เพื่อให้ข้อมูลมีความสมบูรณ์ เชื่อว่าเมื่อนายเสริมศักดิ์ได้รับผลการสืบสวนของคณะกรรมการฯชุดดังกล่าวแล้ว เร็ว ๆ นี้คงจะนำเข้ามาหารือกับตน เพราะอำนาจการตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงข้าราชการระดับสูงถือเป็นอำนาจของ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.โดยตรง

ขณะที่ หากจะต้องตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงข้าราชการระดับ 10 และ 11 จริง ๆ จะต้องให้ผู้ถูกกล่าวหาออกจากราชการไว้ก่อนหรือไม่ เพื่อให้กระทบต่อการสอบสวนนั้น กฎหมายไม่ได้บังคับไว้ว่าถ้าถูกสอบสวนทางวินัยร้ายแรงแล้วจะต้องให้ผู้ถูกกล่าวหาหยุดปฏิบัติหน้าที่ เพราะการสอบสวนจะต้องดูข้อมูลข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องที่สามารถอ้างอิงถึงกันอย่างรอบด้าน

MThai News

รัฐบาลประกาศ ร่วมไว้อาลัย ผู้พลีชีพเพื่อประชาธิปไตย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในโอกาสครบรอบ 3 ปี ของการเสียชีวิตของผู้ชุมนุมต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย รัฐบาลขอร่วมแสดงความไว้อาลัยแด่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐหรือพี่น้องประชาชน และหวังว่าจะเป็นบทเรียนสำหรับผู้ที่คิดปล้นอำนาจของประชาชนให้มีความยับยั้งชั่งใจมากขึ้น

สุณิสา เลิศภควัต,หมวดเจี๊ยบ

ทั้งนี้ รัฐบาลยังยืนยันว่า คำกล่าวของ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ที่มองโกเลีย ซึ่งระบุว่าประชาธิปไตยคือรากฐานของการพัฒนาประเทศนั้น เป็นแนวคืดที่ถูกต้อง และถึงแม้ว่าหนทางในการพัฒนาประชาธิปไตยให้มีความสมบูรณ์และแข็งแรง จะเต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนาม ก็ขอให้ทุกฝ่ายอดทน ช่วยกันคิด ช่วยกันทำให้มันดี แต่อย่าไปเรียกร้องการปฏิวัติรัฐปาะหาร ซึ่งเป็นวงจรอุบาทว์

ส่วนเรื่องความเห็นต่างในสังคม ถือเป็นเรื่องปกติของสังคมประชาธิปไตย ที่ตัองมีความแตกต่างหลากหลาว แต่ขอให้ทุกฝ่ายใช้เหตุผล อย่าใช้ความรุนแรงต่อกัน ทั้งนี้ ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะเป็นตัวแทนของเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ แต่ก็ไม่คิดจะละเลยเสียงส่วนน้อยในสังคมเช่นกัน

MThai News