ชื่นมื่น!’ชยาภา’ ลูก ‘เยาวภา’ หมั้นลูกส.ส.เขมร-วิวาห์ค่ำ

บรรยากาศชื่นมื่น! “ชยาภา วงศ์สวัสดิ์” บุตรสาว ”เยาวภา วงศ์สวัสดิ์” เข้าพิธีหมั้นกับ ”นัม ลินัล” ลูก ส.ส.เขมร แล้ว เตรียมฉลองมงคลสมรสค่ำ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ส.ส. ร่วม

น.ส.ชยาภา วงศ์สวัสดิ์ หรือ เชอร์รี่ บุตรสาวคนเล็กของ นางเยาวภา วงสวัสดิ์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เข้าพิธีหมั้นและมงคลสมรส กับ นายนัม ลินัล เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานคณะรัฐมนตรีกัมพูชา บุตรชายของมาดามอ้วน วันลี กับ นายเลียง นัม นักการเมืองชื่อดังและเป็นคนใกล้ชิดของ สมเด็จ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท่ามกลางญาติ คนสนิท และบุคคลที่มีชื่อเสียง เข้ามาร่วมกันเป็นสักขีพยานอย่างคับคั่ง โดยพิธีเป็นไปอย่างเรียบหรู

ชยาภา วงศ์สวัสดิ์

ทั้งนี้ ทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาว ต่างสวมชุดไทยสีทอง บรรยากาศในงานตกแต่งประดับด้วยดอกไม้สีขาว และสีเหลืองทอง ซึ่งในเวลา 18.00 น. วันเดียวกันนี้ จะมีการจัดงานฉลองมงคลสมรสขึ้นที่ ห้องแอทธินี คริสตัล เมอริเดียน โรงแรม พลาซ่า แอทธินี รอยัล เมอริเดียน โดยมี น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มาเป็นประธานในพิธี พร้อมกับ แขกกิตติมศักดิ์อีกมาก

กรณ์ ซัดกลับ ทักษิณ หลังสวด ธปท. เป็นผลจากปฏิวัติ49

กรณ์ ซัดกลับ ทักษิณ หลังสวด ธปท. เป็นผลจากปฏิวัติ49 เย้ย ไม่เข้าใจหลักเศรษฐศาสตร์  เรื่องประชาธิปไตยยังน่าห่วง อยากให้รบ.มีอำนาจทุกเรื่อง

จากกรณีที่วานนี้ (17 พ.ค.) พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว @Thaksin Shinawatra ระบุธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นผลพวงจากปฏิวัติ49 ทำตัวอิสระเกินไป จนไม่ฟังรัฐบาลในการแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจ พร้อมทั้งแนะนำให้ดูญี่ปุ่นเป็นตัวอย่างในการแก้ปัญหาค่าเงินในบ้านเรานั้น

วันนี้ (18พ.ค.) นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว @Korn Chatikavanij ตอบโต้ความเห็นของอดีตนายกฯ โดยระบุว่า

” Wisdom ของ ทักษิณ !?” “ปัญญาที่แท้จริงคือการรู้ว่าเราไม่รู้อะไรเลย” โซคราตีส
‘The only true wisdom is knowing you know nothing’ Socrates

กรณ์ จาติกวณิช, ทักษิณ ชินวัตร

คุณทักษิณเขียน FB อ้างกรณีญี่ปุ่น คิดอยากยกเลิกหลักความเป็นอิสระของแบงก์ชาติไทย แถมอ้างว่าที่เป็นอิสระนี้เป็นเพียงเพราะกฎหมายร่างในสมัยรัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติ ความคิดและตรรกะที่คุณทักษิณอ้างว่าสะท้อน ‘wisdom’ หรือ ‘ปัญญา’ นั้นทั้งผิดทั้งอันตราย

ก่อนอื่นญี่ปุ่นนั้นมีการปฏิรูปกฎหมายของธนาคารกลางของเขา (BoJ) เพื่อเพิ่มความเป็นอิสระจากรัฐบาลในปี 2540 ให้มีคณะกรรมการนโยบายการเงิน 9 ท่าน ตอนประชุมทางรัฐบาลส่งคนไปสังเกตการณ์ได้แต่ลงคะแนนไม่ได้ ถึงแม้ความเป็นอิสระของ BoJ ยังน้อยกว่าธนาคารกลางที่ยุโรป แต่ก็ไม่ได้ถึงกับ ‘ขึ้นกับรัฐบาล’

ประเด็นที่สำคัญคือ สถานการณ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับญี่ปุ่นต่างกันฟ้ากับดิน เพราะก่อนหน้านั้นคนญี่ปุ่นไม่ยอมใช้เงิน ทาง BoJ จึงมีนโยบายพิมพ์เงินเพิ่ม เพื่อทำให้คนใช้เงิน และทำให้ค่าเงินลดลง BoJ ต้องเปลี่ยนนโยบายเพราะได้ลดดอกเบี้ยลงมาเหลือ 0% แล้วแต่ก็ไม่มีผล และราคาสินทรัพย์ประเภทต่างๆก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง

ส่วนบ้านเราต่างกันอย่างสิ้นเชิง คนใช้เงินเยอะมาก สินเชื่อธนาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้นกว่า 10% หลายปีติดต่อกัน หนี้ครัวเรือนก็เพิ่ม ส่วนราคาสินทรัพย์ทุกประเภทขึ้นหมด คุณทักษิณก็พูดเองว่าราคาหุ้นเพิ่มขึ้นจนกลัวว่าจะเป็น ‘ฟองสบู่’ ดังนั้นจะให้แบงค์ชาติใช้นโยบายเหมือน BoJ ในการทำให้มีการใช้เงินเยอะขึ้นทำไม

ปัญหาคือคุณทักษิณไม่เข้าใจเศรษฐศาสตร์ดีพอ ที่บอกว่า ‘GDP ไทยส่วนใหญ่มาจากการส่งออก’ นั้นไม่ถูกต้อง เพราะการเอามูลค่าการส่งออกมาคำนวณ GDP นั้นต้องหักมูลค่าการนำเข้าออกก่อน และองค์ประกอบที่เป็น ‘ส่วนใหญ่’ ของ GDP ของประเทศไทยนั้น คือการบริโภคภายในประเทศเราเอง (ประมาณ 52% ของ GDP)

และถ้าเรามีนโยบายแบบญี่ปุ่น หนึ่งในผลที่จะตามมาคือกำลังซื้อของคนไทยที่หายไปจากค่าเงินที่ลดลง ถ้าเงินบาทอ่อนลงประมาณเท่ากับญี่ปุ่น สมมุติจาก29 บาทเป็น 40 บาทต่อดอลลาร์ ราคานํ้ามันก็จะเพิ่มจาก 29 บาทเป็น 40 บาทต่อลิตรทันที ผู้ส่งออกอาจจะชอบ แต่พี่น้องคนไทยตายหมด

ส่วนแบงก์ชาติเรานั้น การแก้กฎหมายในปี 2551 ความจริงได้นำไปสู่การลดอำนาจของผู้ว่าฯ เพราะได้กำหนดให้มีคณะกรรมการขึ้นมากำกับอีกชั้นหนึ่ง และมีประธานซึ่งรัฐบาลมีอิทธิพลในการแต่งตั้งสูงมาก จนเป็นเหตุให้หม่อมเต่าหลุดไป และเราได้ ดร.โกร่งมาแทน

นอกจากนั้นการแก้ครั้งนั้นก็ทำให้บทบาทของรัฐบาลในการร่วมกำหนดนโยบายการเงินมีความชัดเจนขึ้น คือทุกปีรัฐบาลจะเป็นผู้เห็นชอบการกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อที่แบงก์ชาติเป็นผู้เสนอ แบงก์ชาติมีเพียงความเป็นอิสระในการปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามเป้านั้น ดังนั้นเมื่อครม.อนุมัติเองแล้วจะมาว่าอะไรเขาอีก

ที่ผมว่าคุณทักษิณเป็นเดือดเป็นร้อนมากที่สุดน่าจะเป็นเพราะกฎหมายทำให้ปลดผู้ว่าฯตามอำเภอใจเหมือนข้าราชการคนอื่นๆไม่ได้ ก็คงมีแค่ประเด็นนี้ที่แทงใจคนที่ชินกับการมีอำนาจเหนือทุกอย่างคุมทุกคน

สุดท้ายผมอยากจะบอกว่า นอกจากขาดความเข้าใจในหลักเศรษฐศาสตร์แล้ว ความเข้าใจในหลักประชาธิปไตยของคุณทักษิณยิ่งน่าเป็นห่วง คุณทักษิณมองการถ่วงดุลตรวจสอบรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งว่าเป็น ‘ประชาธิปไตยแบบ แค่นๆ’ และอยากจะให้รัฐบาลมีอำนาจเด็ดขาดในทุกเรื่อง และให้วัดกันที่การเลือกตั้งทุกสี่ปีเท่านั้น

ไหนบอกชอบรัฐธรรมนูญ ’40 ไงครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้แหละครับคือ ต้นกำเนิดขององค์กรอิสระทั้งหลาย

Mthai News

……………………………………………………………………….
ข่าวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทักษิณ ชินวัตร

ทักษิณ แนะรัฐบาลดูญี่ปุ่น แก้วิกฤติเงินบาทแข็งค่า อัดรัฐประหารต้นเหตุทำ ธปท.งัดข้อ คลัง ชี้รัฐบาลต้องเพิ่มงบลงทุนพยุงค่าเงิน

ดาราสาวฮ่องกงฉาวอีก! คลิปมีเซ็กซ์แฟนหนุ่ม โผล่ว่อนเน็ต

ดาราสาวฮ่องกงฉาวอีก! คลิปมีเซ็กซ์แฟนหนุ่ม โผล่ว่อนเน็ต ด้านเจ้าตัวโต้ทันควัน มั่นใจไม่ใช่แน่นอน เพราะหุ่นต่างกันมาก

สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า ขณะนี้ที่ฮ่องกงกำลังเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง เมื่อชาวเน็ตพากันส่งต่อคลิปคนหน้าเหมือน เหมี่ยวลี่ อู๋ (Myolie Wu) หรือ หูซิ่งเอ๋อ นางเอกคนดังของสถานีโทรทัศน์ทีวีบี ฮ่องกง ขณะกำลังมีเซ็กซ์กับแฟนหนุ่ม

เหมี่ยวลี่ อู๋, คลิปโป๊, คลิปดาราฮ่องกงมีเซ็กซ์, คลิปเซ็กซ์ดาราสาวฮ่องกง

ซึ่งเมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้ผู้คนเข้าไปแสดงความเห็นมากมายโดยส่วนใหญ่มั่นใจว่าผู้หญิงที่ปรากฎในคลิปเป็นดาราสาวคนดังกล่าวแน่นอน เพราะใบหน้าละม้ายคล้ายกับเธอมาก ส่วนมือปล่อยคลิปดังกล่าวนั้น ชาวเน็ตได้ตั้งข้อสงสัยว่า น่าจะฝีมือเป็นชายหนุ่มที่ปรากฎอยู่ในคลิป เพราะทั้งคู่เพิ่งประกาศเลิกลากันไปไม่นานมานี้เอง

ขณะที่ดาราสาวคนดัง เหมี่ยวลี่ อู๋ ก็ได้รีบออกปฏิเสธทันที โดยระบุว่า เป็นเรื่องไร้สาระ เพราะไม่ว่าจะคลิปอะไร พวกเขาสามารถอ้างว่าเป็นเธอได้ทั้งนั้น และถ้าผู้หญิงในคลิปหุ่นดีขนาดนั้นคงไม่ใช่เธอแน่

Mthai News

เหมี่ยวลี่ อู๋, คลิปโป๊, คลิปดาราฮ่องกงมีเซ็กซ์, คลิปเซ็กซ์ดาราสาวฮ่องกง