เตือนภัย ผู้หญิงถูกอุ้มขึ้นรถ หน้า ม.มหิดล ศาลายา

เว็บไซต์พันทิปมีการตั้งกระทู้เตือนภัย “เตือนภัยผู้หญิงค่ะ เพื่อนเราเจอมากับตัวค่ะ น่ากลัวมาก”เหตุการณ์เกิดขึ้นหน้า มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยผู้ที่ตั้งกระทู้ เป็นเพื่อนของผู้เสียหายที่ประสบเหตุ

salaya-2

โดยเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. เวลาประมาณ 17.00 น. หน้ามหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จังหวัดนครปฐม มีผู้หญิงคนหนึ่งจอดรถตรงอยู่ข้างรั้วหอนาเดียเพลส หน้าร้านสลัมบาเร่ แล้วลงไปซื้อของกิน ช่วงนั้นฝนเริ่มตก เธอจึงถือร่มติดมือไปด้วย เมื่อเดินกลับมาที่รถ ก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่เยื้อง ๆ ร้านสลัมบาเร่ แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรนัก เพราะฝนตกจึงรีบเดินไปที่รถ

เมื่อผู้หญิงคนดังกล่าวเปิดประตูรถเรียบร้อย วางของไว้ในรถ เสียบกุญแจ กำลังจะหันมาหุบร่ม แต่กลับพบผู้ชายสูงประมาณ 175 เซนติเมตร ใส่แจ็คเก็ตสีเขียวแขนยาว ค่อนข้างอ้วนและผิวดำ ยืนประชิดตัว เธอจึงใช้ร่มตีที่ตัวผู้ชายคนนั้น แต่ผู้ชายยังคงเดินเข้ามาใกล้ เธอจึงใช้ร่มตีเข้าไปที่หน้าของผู้ชายอีกหลายครั้ง แต่ทว่าผู้ชายคนนั้นกลับดึงตัวของผู้เสียหายออกมาแล้วกดหัวให้ต่ำลง เธอจึงส่งเสียงร้องให้คนช่วย แต่ก็ไม่มีใครเข้ามาช่วย ก่อนที่เขาจะปล่อยเธอแล้วเดินออกไป  เธอจึงรีบขึ้นรถแล้วล็อกประตูทันที ก่อนจะนั่งสงบสติอารมณ์

สักพักก็มีผู้ชายผิวขาว ผมเกรียน สูงไม่เกิน 165 เซนติเมตร มาเคาะกระจกถามว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะผู้ชายคนที่เดินไปนั้นก็พยายามจะเปิดรถของเขาเหมือนกัน พร้อมกับบอกว่าเขาเป็นทหาร หากต้องการจะไปสถานีตำรวจก็จะไปเป็นเพื่อน แต่ผู้เสียหายซึ่งยังตกใจอยู่ได้แต่บอกว่าไม่เป็นไร ๆ ผู้ชายคนนั้นจึงเดินกลับไปขึ้นรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ฟรีดสีขาว ทะเบียนขึ้นต้นด้วย กว xxxx  และขับออกไป

จากนั้น ผู้หญิงคนดังกล่าวได้ขับรถออกไปจากจุดเกิดเหตุเพื่อจะกลับบ้าน ก่อนจะเปลี่ยนใจขับรถกลับมาดูที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพราะคิดว่าคนร้ายอาจเป็นแค่คนสติไม่ดี และยังอยู่แถวนั้น แต่เมื่อขับกลับมาไม่เจอจึงได้ขับรถกลับไป

ระหว่างทางที่ขับออกมาซอย เธอก็สังเกตเห็นรถฮอนด้า ฟรีด สีขาว ของผู้ชายที่อาสาจะเข้ามาช่วยเหลือขับอยู่ละแวกนั้น และเหมือนกับขับมาทางเดียวจนเกือบถึงหมู่บ้าน แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร เพราะคิดว่าเป็นแค่เรื่องบังเอิญ และดูหน้าตาผู้ชายคนนั้นแล้วไม่ได้ร้ายกาจอะไร

ต่อในคืนวันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน ผู้เสียหายคนนี้ได้ทราบว่าเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา มีรุ่นน้องถูกทำร้ายหน้ามหาวิทยาลัย โดยถูกช็อตและถูกซ้อม อีกทั้งคนร้ายได้กระโดดขึ้นรถฮอนด้า ฟรีด สีขาว ทะเบียนมี กว xxx เหมือนกัน เมื่อเธอถามรุ่นน้องคนนี้จึงทราบว่าคนร้ายกระโดดขึ้นรถฮอนด้า ฟรีดสีขาว ทะเบียนขึ้นต้นด้วย กว xxxx

ในวันรุ่งขึ้น เธอกับรุ่นน้องได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ พร้อมกับแจ้งทะเบียนรถของคนร้าย เมื่อตำรวจตรวจสอบจึงได้รู้ว่า เจ้าของรถคือผู้ชายที่เข้ามาคุยกับเธอ และพยายามชวนไปสถานีตำรวจด้วยกัน แต่ตำรวจยังไม่สามารถออกหมายจับได้ เพราะผู้ชายคนนี้ไม่ได้เป็นคนลงมือ เธอจึงเขียนเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ลงในเฟซบุ๊ก เพื่อเตือนภัยให้ผู้หญิงระวังตัวกันให้มาก

salaya

ขณะเดียวกัน ในหน้าเพจเฟสบุ๊ก “ศาลายานิวส์” ก็ยังมีการโพสต์ข้อความเตือนนักศึกษาให้ระวังรถยนต์ฮอนด้า ฟรีด สีขาว ทะเบียน กว XXXX กันด้วย เพราะรถคันนี้ได้ถอดเบาะหลังออกทั้งหมด และก่อเหตุพยายามอุ้มหญิงชาวต่างชาติที่หน้ามหาวิทยาลัยมหิดล โดยหญิงชาวต่างชาติคนนี้ ได้โพสต์เล่าเหตุการณ์คล้าย ๆ กัน ลงในเฟซบุ๊ก Kristina Marie Brady ด้วย

MThai News

จุฬาฯ แจงพื้นที่มทร. เป็นกรรมสิทธิ์ของจุฬาฯ

รองอธิการบดี จุฬาฯ แจง พื้นที่ มทร. วิทยาเขตอุเทนถวาย เป็นกรรมสิทธิ์ของจุฬาฯ ตามกฎหมาย

จุฬา-อุเทน

รศ.ดร.บุญไชย สถิตมั่นในธรรม รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชี้แจงยืนยันพื้นที่ของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ในปัจจุบันเป็นกรรมสิทธิ์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อย่างถูกต้องสมบูรณ์ตามกฎหมาย ซึ่งได้ให้เช่าอยู่ ภายหลังที่ทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ขอเช่าพื้นที่ดังกล่าวจากกรมพระคลังข้างที่ ซึ่งมีการระบุในสัญญาเช่าชัดเจน เพื่อเป็นการทำเป็นพระราชานุสาวรีย์เชิดชูเกียติถวายแด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตามพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยได้ให้มีการจัดการศึกษาเกิดขึ้น พร้อมทั้งสามารถให้ควบคุมพื้นที่ดังกล่าวสามารถเช่าช่วงต่อได้โดยไม่ต้องผ่านพระคลังข้างที่อีก

ด้าน ดร.สุเนตร ชุตินธรานนท์ ผู้เชี่ยวชาญทางประวัติศาสตร์ กล่าวว่า ในปี 2482 ได้มีการตราพระราชบัญญัติ โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าว อันเป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ขึ้น ให้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ถือกรรมสิทธิ์โดยชอบธรรม มีอำนาจในการจัดการพื้นที่ดังกล่าว โดยระบุชัดเจนว่า ไม่อนุญาตให้โอนพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งเป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ต่อไปได้อีก จึงไม่สามารถโอนให้ทางอุเทนถวายได้ตามต้องการตามกฎหมาย

—————————————————————————————————————-

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แจง ในอดีตไม่เคยมีพระบรมราชโองการฯ พระราชทานที่ดินแก่อุเทนถวาย ยืนยัน มีการกำหนดอาณาบริเวณอย่างชัดเจน

ที่อาคารสำนักอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขณะนี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย ดร.บุญไชย สถิตมั่นในธรรม รองอธิการบดี ดร.สุเนตร ชุตินธรานนท์ ผู้เชี่ยวชาญทางประวัติศาสตร์  ดร.คณพล จันทร์หอม ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มีการแถลงข่าวชี้แจงถึงกรณีที่ทาง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ตะวันออก อุเทนถวาย ได้ขอโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินคืนให้แก่ โรงเรียนช่างก่อสร้างอุเทนถวายนั้น

โดย ดร.สุเนตร ได้ชี้แจงถึงความชัดเจนทางประวัติศาสตร์ ยืนยันว่า ไม่เคยมีพระบรมราชโองการ ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานที่ดินดังกล่าว ให้แก่โรงเรียนช่างก่อสร้างอุเทนถวาย ในอดีตแต่อย่างใด ตามที่ทางอุเทนถวายกล่าวอ้าง เป็นเพียงแต่การ พระราชทานพระราชทรัพย์ ในการก่อสร้างโรงเรียนเพาะช่าง เท่านั้น

ทั้งนี้ชี้แจงว่า พื้นที่ในส่วนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ โรงเรียนข้าราชการพลเรือน ในอดีตนั้น มีการกำหนด อาณาบริเวณอย่างชัดเจนในแผ่นศิลาพระฤกษ์ ซึ่งจารึกไว้ โดยครอบคลุมพื้นที่ของอุเทนถวายด้วยในปัจจุบัน

‘ประยุทธ์’ ปัดไปพบ ‘ทักษิณ’ ที่อเมริกา

ผู้บัญชาการทหารบก ปัดพบ “พ.ต.ท.ทักษิณ” ที่อเมริกา ระบุพร้อมรับฟังม็อบกดดันให้กองทัพจัดการนักการเมือง แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย

ประยุทธ์ ปัดพบ ทักษิณ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ระบุถึงกรณีที่มีกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง ออกมากดดันให้กองทัพ ใช้กำลังสั่งทหาร เพื่อจัดการกับนักการเมืองว่า กองทัพ พร้อมรับฟังความเห็นจากประชาชนทุกฝ่าย แต่จะต้องเน้นการเป็นประชาธิปไตย เคารพกฎหมายและทำตามคำสั่งของผู้บัญชาการ

ทั้งนี้รู้สึกดีใจที่เห็นคนไทยมีความรักต่อประเทศชาติบ้านเมือง ซึ่งกองทัพก็มีความรักชาติไม่น้อยกว่าประชาชนทุกคนเช่นกัน แต่ในความรักนี้ควรอยู่ภายใต้ขอบเขตกฎกติกาของสังคม หากไม่มีใครเคารพกฎหมายประเทศชาติก็จะอยู่ไม่ได้

ส่วนกระแสข่าว ที่ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้พบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในระหว่างการเดินทางเยือนประเทศสหรัฐอเมริกานั้น ยืนยันว่า การเดินทางดังกล่าวเป็นเพียงการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมาย และหารือด้านการทหารกับผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐ เท่านั้น ไม่มีประเด็นอื่นหรือพบกับใครตามที่เป็นข่าว