ชูวิทย์ บอก 12 สูตรทำให้ไม่ถูกอุ้ม ห้ามพูดธุระในรถคนขับรู้หมด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “ชูวิทย์ I’m No.5″ ในหัวข้อ “บัญญัติ 12 ประการ ที่ทำให้ไม่ถูกอุ้ม” โดยมีเนื้อหาระบุว่า

ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์

คนเราไม่รู้วันตาย คุณเอกยุทธ มีเงินเป็นพันล้าน กินไวน์ “เปตรุซ” ขวดเป็นแสน ยังไปตายในป่าที่เทือกเขาจิงโจ้ จ.พัทลุง ส่วนผม หวิดไปหลายที แคล้วคลาดมาได้ เพราะ “รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง” ผมมันเด็กวัดเก่า เติบโตแถวเยาวราช ของพวกนี้ภาษานักเลงเขามองตาก็รู้แล้ว

เอาเป็นว่าไม่โอ้อวด เมืองไทยเขาบอกเป็นเมืองพุทธ ผมขอเติมให้ด้วยว่าเป็นเมือง “นักเลง” คนมันฆ่าแกงกันง่ายๆ มีทั้งวางแผนสลับซับซ้อน หน้าฉากกับหลังฉากมันคนละเรื่องกัน ข้อแนะนำที่จะไม่ทำให้ถูกอุ้ม มีดังนี้

1. อย่าเดินทางโดยใช้เส้นทางเดิมๆเป็นประจำ ต้องเปลี่ยนเส้นทาง ขึ้นทางด่วนบ้าง วิ่งทางธรรมดาบ้าง อ้อมนิดอ้อมหน่อย สลับไปสลับมา

2. อย่าบอกกำหนดการเดินทางล่วงหน้า เช่น เย็นนี้จะไปกินข้าว หรือมีนัดกินเลี้ยงที่ไหน ถึงเวลาไปแล้วไปเลย

3. อย่าพูดธุระสำคัญภายในรถ หัดใช้ Whatsapp Line หรือ sms ส่งข้อความแทน เพราะถ้าพูดในรถ คนขับรถ คนติดตาม มันได้ยินหมด

4. อย่าใช้รถคันเดียว หากคุณซื้อรถเบนซ์ได้ ย่อมต้องซื้อรถญี่ปุ่นได้สัก 4-5 คัน หัดเปลี่ยนรถสลับไปสลับมา อย่าใช้รถแค่เพียงคันเดียวเท่านั้น

5. อย่านั่งอยู่ตำแหน่งเดิมตลอด สลับตำแหน่ง นั่งหลังบ้าง นั่งหน้าบ้าง นั่งซ้ายบ้าง นั่งขวาบ้าง หรือในช่วงคับขัน ลองให้คนขับมาลองนั่งข้างหลัง แล้วเราไปขับแทน

6. อย่ามีบ้านหลังเดียว นอนที่เดิมตลอด มีเมียเดียวก็จริง แต่ต้องมีหลายบ้าน คอนโดบ้าง โดยเฉพาะตอนเปิดประตูรถเป็นช่วงสำคัญที่สุด

7. อย่าคิดว่าพกปืนแล้วจะรอด พวกที่ถูกอุ้มหรือตายไป มีปืนกันทั้งนั้น

8. อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน คนขับรถ คนติดตาม หรือคนใกล้ชิด อาจถูกบังคับขู่เข็ญเพื่อสอบถามว่าเราอยู่ที่ไหน กำลังไปไหน หรือขู่เข็ญครอบครัวของบุคคลเหล่านี้ เพื่อเค้นคำตอบ ดังนั้นจึงต้องปฏิบัติดังนี้

8.1 ต้องรู้ประวัติของทุกคน เมียอยู่ที่ไหน ทำงานอะไร ครอบครัวพ่อแม่อยู่ที่ไหน หากไปที่บ้านเดิมได้ ต้องไป อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเสียเวลา
8.2 ต้องสอบประวัติอาชญากรรม พิมพ์นิ้วมือ ดูว่าเคยมีประวัติอะไรมาก่อน
8.3 ต้องตรวจสอบสารเสพติด เพราะพฤติกรรมเสพยาเป็นจุดเริ่มต้นของความผิดพลาด
8.4 ต้องอบรมบุคคลเหล่านี้ไม่ให้ไปบอกใคร ว่าเจ้านายอยู่ที่ไหน เพราะโดยมากคนจะไม่สอบถามเราโดยตรง แต่จะไปถามคนขับรถ คนติดตาม หรือคนใกล้ชิด ดังนั้น ต้องอบรมสั่งสอนให้พูดอยู่แค่ 3 คำเท่านั้น “ไม่รู้ ไม่เห็น ไม่ทราบ” ต้องท่องให้ขึ้นใจ

9. อย่าคุยโม้โอ้อวดเรื่องเงินเรื่องทอง หรือไปโชว์ให้เห็นว่ามีเงินอยู่กับตัวครั้งละมากๆ มันล่อตาล่อใจ แล้วทำให้คิดมาก คนไม่เคยคิดก็จะคิด หรืออาจจะนำไปพูดให้คนอื่นเกิดความคิด

10. อย่าอยู่ที่ไหนนานเกินไป เช่น ไปนั่งทานอาหารอยู่ที่ไหนนานๆ หรืออยู่ในงานเลี้ยงนานเกินไป เวลานั่งให้หันหน้าเข้าหาประตู เพื่อจะได้เห็นคนที่เดินเข้าออก

11. อย่ายอมขึ้นรถคนอื่นเป็นอันขาด วิ่งได้ต้องวิ่ง ยิงได้ต้องยิงกันตรงนั้น สู้ตรงนี้ดีกว่า เพราะถ้ายอมไปกับเขาแล้ว อย่าหวังว่าจะได้กลับมา

12. อย่าใช้โทรศัพท์เบอร์เดียวซ้ำๆ ควรจะมีซิมประเภทเติมเงินหลายๆอัน ใช้แล้วหักทิ้ง เพราะเดี๋ยวนี้เทคโนโลยีมันทันสมัย แล้วมันไม่ได้เป็น “โจรนอกเครื่องแบบ”

ทั้ง 12 ข้อนี้ ไม่ได้หมายความว่าคุณจะปลอดภัยจากการถูกอุ้ม แต่อย่างน้อยมันเหมือนกับชาวบ้านที่ต้องรู้ “กฎหมายเบื้องต้น” อาจจะผ่อนหนักเป็นเบาได้บ้าง

ท้ายที่สุดแล้ว มันขึ้นอยู่กับ “เวรทำ กรรมแต่ง” ของแต่ละคน ผมมันกรรมเยอะ ยมบาลเขาคงยังไม่อยากได้ เลยต้องมาใช้เวรใช้กรรมต่อไป จึงมาถ่ายทอดให้ฟัง

จากประสบการณ์จริงของคนเคยถูกอุ้ม…แล้วรอด

MThai News

“พ่อสันติภาพ” รับเอี่ยวอุ้มฆ่า “เอกยุทธ” นำเงินซ่อนไว้บ้านญาติ จ.สงขลา

ยัน”ลูก”โทรสารภาพหลังลงมือ ด้านผบ.พล.พัฒนาที่ 4 เผยพร้อมส่งตัว”จ่าอิทธิพล”ให้ตร.สอบ

ฆ่าเอกยุทธ อัญชันบุตร    

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า จากกรณีที่ นายสันติภาพ เพ็งด้วง ผู้ต้องสงสัยในคดีการหายตัวไปของนายเอกยุทธ อัญชันบุตร  มีบิดาเป็นทหาร คือ จ.ส.อ.อิทธิพล เพ็งด้วง สังกัด ช.พัน 401 จังหวัดพัทลุงนั้น  ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องการข้อมูลที่อาจเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินการในทางคดี  ทางหน่วยต้นสังกัดจึงอำนวยความสะดวกให้ทุกขั้นตอน

เริ่มตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทาง รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 9  ได้ประสานมายังหน่วย ช.พัน 401 มาเพื่อให้ตรวจสอบหายานพาหนะรถตู้ยี่ห้อโฟล์คสีดำว่า ได้เข้ามาภายในค่ายหรือไม่  ทางหน่วยได้ตรวจสอบและรายงานกลับว่า ไม่พบหรือปรากฏรถตู้ยี่ห้อโฟล์คคันดังกล่าวภายในหน่วย   จากนั้นทางหน่วยจึงได้เรียก จ.ส.อ.อิทธิพล มาสอบถามความเป็นมาเป็นไปในขั้นต้น โดยจ.ส.อ.อิทธิพล ได้ให้ข้อมูลว่าได้พูดคุยกับบุตรชายล่าสุดเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. แต่เป็นเพียงการพูดคุยกันตามปกติไม่ได้พูดถึงเหตุฯที่เกิดขึ้น   เพื่อความมั่นใจหน่วยยังได้จัดกำลังพลเข้าตรวจสอบพื้นที่รอบค่ายฯ รวมถึงบ้านพักของ จ.ส.อ.อิทธิพลฯ เพื่อหาสิ่งผิดปกติแต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ       

ทั้งนี้ จนกระทั่งเมื่อวานนี้ (11 มิ.ย.) เวลาประมาณ 20.00 น. จ.ส.อ.อิทธิพลขอเข้าพบผู้บังคับบัญชา คือ ผบ.ช.พัน.401 เพื่อขอบอกเล่าข้อมูลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาว่า เมื่อ 14.00 น. ของวันที่ 7 มิ.ย. นายสันติภาพได้โทรมาเล่าว่า ตนเป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าว และได้นำเงินที่ได้มาไปฝากให้แม่ที่อยู่ใน กทม.ไว้ เพื่อให้นำไปฝากต่อไว้กับจ.ส.อ.อิทธพลที่จังหวัดพัทลุง  จากนั้นจ.ส.อ.อิทธิพลฯ จึงได้ไปรับเงินมาแล้วนำไปแอบซ่อนไว้ที่บ้านของบิดา  และบ้านญาติที่ จังหวัดสงขลา ทั้งนี้จากข้อมูลที่ได้รับจาก จ.ส.อ.อิทธิพลเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นที่ให้ไว้กับหน่วยต้นสังกัด จะเท็จจริงหรือน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใดคงต้องให้ทางพนักงานสอบสวน เป็นผู้ดำเนินการขั้นต่อไป   หลังจากนี้ทางกองพลพัฒนาที่ 4 ซึ่งเป็นหน่วยบังคับบัญชาของ ช.พัน.401 หน่วยต้นสังกัดของจ.ส.อ.อิทธิพลจะประสานกับตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง เพื่อนำตัว จ.ส.อ.อิทธิพลฯ ไปให้ข้อมูลในวันนี้ (12 มิ.ย.)เวลาประมาณ 16.00 น.ต่อไป

เอกยุทธ อัญชันบุตร

ขณะที่ ด้านพล.ต.ยอดชัย ยั่งยืน ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 4  กล่าวว่า วันนี้ (12 มิ.ย.)เวลา 16.00 น. ทางต้นสังกัดจะส่ง จ.ส.อ.อิทธิพล เพ็งด้วง ทหารสังกัดกองพันทหารช่างที่ 401 (ช.พัน 401) ในฐานะเป็นบิดา นายสันติภาพ เพ็งด้วง ผู้ต้องสงสัยไปให้ข้อมูลเจ้าหน้าที่ตำรวจในฐานะพ่อผู้ต้องหา โดยมีนายทหารพระธรรมนูญติดตามไปร่วมรับฟังด้วยตามข้อตกลงระหว่างกระทรวงกลาโหมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)

ส่วนในเรื่องคดีต้องปล่อยเป็นหน้าที่ของตำรวจในการสอบสวน ทางเราพร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่ ซึ่งตั้งแต่มีข่าวว่า จับสัญญาณจีพีเอสรถยนต์ของนายเอกยุทธ ได้บริเวณค่าย ช.พัน 401 ตนก็ได้สั่งการให้ตรวจสอบในพื้นที่ค่ายทหาร พร้อมตรวจสอภาพกล้องวงจรปิด โดยทาง พล.ท.สกล ชื่นตระกูล แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เน้นย้ำว่าต้องปฏิบัติตามขั้นตอนตามกฎหมายทุกอย่างทหารเรามีหน้าที่แค่ดูแล จ.ส.อ.อิทธิพลและส่งตัวไปให้ตำรวจเท่านั้น ซึ่งตอนนี้เราควบคุมตัว  จ.ส.อ.อิทธิพล อยู่ภายในค่ายทหาร หากจ.ส.อ.อิทธิพลต้องการออกนอกค่ายจะมีทหารติดตามประกบอยู่ตลอดเวลาแต่ไม่ใช่เพื่อป้องกันการหลบหนี แต่เผื่อการติดต่อสื่อสารได้ตลอดเวลา เพราะตอนนี้เราได้ขอเก็บเครื่องมือสื่อสาร จ.ส.อ.อิทธิพล ทั้งหมดไว้ ทั้งนี้ ส่วนใครจะผิดจะถูกต้องเป็นหน้าที่ของตำรวจ

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง เปิดประวัติ เอกยุทธ อัญชันบุตร

เปิดประวัติ เอกยุทธ อัญชันบุตร
นายเอกยุทธ อัญชันบุตร เป็นบุตรคนที่ 3 ของ ร้อยโทแปลก อัญชันบุตร นายทหารคนสนิทจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อดีตนายกรัฐมนตรี จบการศึกษาที่โรงเรียนแม้นศรีวิทยา, โรงเรียนเทพประสาทวิทยา …

เสก โลโซ ส่งเพลง เส้นทางลูกผู้ชาย ขู่พวกคอยซ้ำเติม

เสก โลโซ ระบายความในผ่านเพลง เส้นทางลูกผู้ชาย ขู่พวกคอยซ้ำเติม หลังเจอวิกฤติชีวิตรอบ2 ย้ำอย่ามายุ่งกับชีวิตกู

หลังเกิดเหตุการณ์ร็อคเกอร์ชื่อดังของเมืองไทย เสก โลโซ โชว์ทุบและกระทืบกีต้าบนเวทีคอนเสิร์ตแห่งหนึ่งในจ.ขอนแก่น จนทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า นักร้องหนุ่มหันมาพึ่งพายาเสพติดอีกครั้ง จนเกิดอาการคลุ้มคลั่งโชว์พฤติกรรมดังกล่าวออกไป ก่อนที่จะมีคลิปตรวจฉี่ออกมาภายหลังเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ ว่าเลิกยาเสพติดแล้วจริงๆ

เสก โลโซ, เส้นทางลูกผู้ชาย, เสก โลโซทุบกีต้าร์

เสก โลโซ เส้นทางลูกผู้ชาย

ล่าสุดในเว็บไซต์ยูทูบ @LoSoFC Channel ได้มีคลิปมิวสิคเพลงใหม่ของนักร้องหนุ่มถูกเผยแพร่อยู่ในเพจ มีชื่อว่า “เส้นทางลูกผู้ชาย” โดยมีเนื้อหาระบายความในใจกับอดีตที่พลาดพลั้งมา พร้อมขอโอกาสให้มีที่ยื่นอยู่ในสังคม และเตือนพวกที่คอยเหยียบย่ำซ้ำเติมว่าอยากมายุ่งกับชีวิตของเขา ด้วยภาษาที่รุนแรง บางมีประโยคคำด่า รวมอยู่จำนวนมาก

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวไดเผยแพร่ออกไปเหล่าสาวกคนรักเสกก็ ได้เข้าไปแสดงความเห็นให้กำลังใจกับนักร้องหนุ่มมากมาย โดยส่วนใหญ่ระบุว่าไม่ว่า เสก โลโซ จะเป็นคนเช่นไร เขาก็อยู่ในใจเสมอ สำหรับบทเพลงดังกล่าวสามารถรับชมได้ที่คลิปด้านล่างเลยว่าแสบทรวงถึงไหน

MThai News

…………………………………………………………

ข่าวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

เสก โลโซ, เส้นทางลูกผู้ชาย, เสก โลโซทุบกีต้าร์

เสก โลโซ เตรียม แจงคลิปทุบกีต้าร์ กลางคอนเสิร์ต4มิ.ย.นี้
ว่อนเน็ต! คลิป เสก โลโซ ทุบกีต้าร์ทิ้งกลางเวทีคอนเสิร์ต ขอนแก่น แถมกระทืบซ้ำ อ้างเสียงไม่ดี ชาวเน็ตจวกยับ ด้านนักร้องดัง เตรียมแถลงความจริง 4 มิ.ย.นี้