‘บุญทรง’ ไม่หนักใจ โจมตีจำนำข้าว โยน นายกฯปรับครม.

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ไม่หนักใจถูกโจมตีจำนำข้าว มั่นใจ ไม่กระทบคะแนนนิยมพรรค โยนนายกรัฐมนตรี ปรับ ครม. อัด ประชาธิปัตย์ มั่วข้อมูล

บุญทรง-จำนำข้าว

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ไม่รู้สึกหนักใจที่หลายฝ่ายออกมาโจมตีโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล เพราะเป็นธรรมดาที่พรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล จะหยิบยกโครงการนี้มาพูดถึงเพื่อหวังคะแนนเสียงทางการเมือง และไม่ให้ตนเองตกขบวน ไม่ว่าจะเป็น อดีตรัฐมนตรีคลัง รวมถึง อดีตรองนายกฯ และบุคคลต่างๆ ที่ออกมาให้ข่าวโจมตี

ทั้งนี้ มั่นใจว่า โครงการรับจำนำข้าวที่ถูกโจมตีอยู่ในขณะนี้ จะไม่ทำให้คะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทยลดต่ำลง เพราะเป็นโครงการที่ชาวนาได้ประโยชน์ อีกทั้ง ข้อมูลที่พรรคประชาธิปัตย์หยิบยกขึ้นมานั้น ก็เป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง

ส่วนกรณีที่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้งให้ นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะเป็นคนกลางที่จะรวบรวมตัวเลข ผลการดำเนินงานของโครงการ จากกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดูใหม่ เนื่องจากขณะนี้ มีข้อมูลที่ไม่ตรงกัน

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวอีกว่า ส่วนตัวไม่ได้คิดอะไรมาก หากจะถูกปรับออกจาก ครม. เพราะตนเองเป็นนักการเมือง อาสาที่จะมาทำงาน ซึ่งวันนี้ก็ทำงานอย่างเต็มที่แล้ว อย่างไรก็ตาม เรื่องการปรับ ครม. ก็อยู่ที่นายกรัฐมนตรีที่จะเป็นผู้พิจารณา

คนขับรถรับแล้ว ฆ่าเอกยุทธชิงทรัพย์ ทิ้งศพพัทลุง

คนขับรถรับแล้ว ฆ่าเอกยุทธชิงทรัพย์ ทิ้งศพพัทลุง ตร.รุดหาศพวันนี้ 9โมง ขณะที่ทนายเชื่อคนใหญ่คนโตในบ้านเมืองอยู่เบื้องหลังบงการ ด้าน ผบช.น. ลั่นทำคดีอย่างตรงไปตรงมา มั่นใจปิดคดีได้วันนี้ (12 มิ.ย.)

ความคืบหน้าในคดีนายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจชื่อดังหาตัวไปตั้งแต่ปลายสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ล่าสุดนายสันติภาพ เพ็งด้วง คนขับรถของนายเอกยุทธ อัญชันบุตร ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญที่เกี่ยวกับการหายตัวไปในครั้งนี้

ฆ่าเอกยุทธชิงทรัพย์ ทิ้งศพพัทลุง

ได้ยอมรับสารภาพหลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนวานนี้ (11 มิ.ย.) อย่างหนักว่า ตนและเพื่อนเป็นคนลงมือฆ่านายเอกยุทธจริงเพื่อชิงเงินจำนวน 5ล้านบาท ก่อนที่จะนำศพของนายเอกยุทธ ไปทิ้งในป่าที่จ.พัทลุง

ขณะที่วันนี้ (12 มิ.ย.) เวลา 09.00น. ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมจะนำตัวผู้ต้องสงสัยทั้งหมดที่ร่วมลงมือก่อเหตุไปชี้จุดทิ้งศพ ที่บริเวณริมสระน้ำข้างเขาจิงโจ้ ม.10 ต.ชัยบุรี อ.เมือง จ.พัทลุง เพื่อขุดหาศพนำมาคลี่คลายคดีอย่างเต็มที่ตรงไปตรงมา

ขณะที่นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความของ นายเอกยุทธ ระบุว่า ลูกความของตนโดนอุ้มฆ่า โดยมีการวางแผนเป็นขบวนการใหญ่ และมีผู้บงการซึ่งเป็นบุคคลระดับใหญ่โตของบ้านเมืองอยู่เบื้องหลัง และเหตุจูงใจครั้งนี้เกี่ยวกับการเมืองแน่นอน

ด้านพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยันว่า ในวันนี้สามารถปิดคดีได้แน่นอน และไม่รู้สึกกังวลใดๆ ที่ทนายความของนายเอกยุทธ ระบุว่ามีบุคคลระดับใหญ่โตของบ้านเมืองอยู่เบื้องหลัง จะเร่งคลี่คลายคดีด้วยความยุติธรรม ปราศจากความสงสัยจากประชาชน

MThai News
…………………………………………………………

ข่าวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

เอกยุทธ อัญชันบุตร, อุ้มเอกยุทธ

เอกยุทธ อัญชันบุตร ถูกอุ้มหาย3วัน ญาติโร่แจ้งกองปราบ
ญาติและทนายความของ “เอกยุทธ อัญชันบุตร” โร่ร้องกองปราบหลังหายตัว 3 วัน หวั่นถูกอุ้ม พบพิรุธให้นำเช็ค 5 ล้านไปให้

DSIนำรถหรูไฟไหม้ 6 คัน มาตรวจสอบแล้ว

ดีเอสไอ นำรถหรู 6 คัน ที่ถูกไฟไหม้ ที่กลางดง มาตรวจสอบต่ออีกครั้ง พรุ่งนี้ เชิญตัวแทนรถหรูพบ เพื่อช่วยหาหลักฐานเพิ่ม

รถหรู-ดีเอสไอ

พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผู้บัญชาการสำนักปฏิบัติการคดีพิเศษ กรมสอบสวนสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมเจ้าหน้าที่ นำรถยนต์หรูที่เกิดไฟไหม้ บริเวณถนนมิตรภาพ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา จำนวน 6 คัน มายังดีเอสไอ เพื่อให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ดำเนินการตรวจสอบทางกายภาพ พร้อมกันนี้ ยังรับสำนวนการสอบสวนคดีดังกล่าว จาก สภ.กลางดง จำนวน 2 สำนวน

โดย พ.ต.ท.กรวัชร์ กล่าวว่า ในวันนี้ได้รับมอบหมายจากอธิบดีดีเอสไอ ให้เดินทางไปรับรถหรูและสำนวนการสอบสวน โดยเบื้องต้นจะดำเนินการตรวจพิสูจน์เกี่ยวกับเลขตัวถังรถ ว่ามีความเชื่อมโยงกับบุคคลใดบ้าง ขณะที่ พ.ต.ท.วัชรัศมิ์ เฉลิมสุขสันต์ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ระบุว่า การตรวจสอบในวันนี้ จะเน้นตรวจสอบทางกายภาพ ซึ่งจะอาศัยข้อมูลเบื้องต้น และข้อมูลทางตำรวจ รวมไปถึง การหาหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งยังจะไม่มีการใช้เครื่องมือพิเศษ และมีความเป็นไปได้ว่า จะทำการรื้อซากรถทั้งคันออกมาตรวจพิสูจน์ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาหลายวันในการตรวจสอบ

อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้ เวลา 16.00 น. ทางดีเอสไอจะมีการประชุมร่วมกับตัวแทนจำหน่ายรถยนต์หรู จำนวน 12 บริษัท เพื่อให้นำผู้ชำนาญเฉพาะทาง มาช่วยในการตรวจสอบกายภาพ ทั้งรถยนต์หรู 126 คัน ที่มีการยึดและอายัดมาได้ รวมไปถึง 488 คัน ที่มีการประกาศรายชื่อให้ผู้ครอบครองนำมาตรวจสอบ