ดุสิตโพลเผยคน 40.53% บอกทำได้หน้ากากแดง-หน้ากากขาวชุมนุม

ดุสิตโพลเผยคน40.53% บอกหน้ากากแดง-หน้ากากขาว ชุมนุมทำได้ แต่รู้สึกเฉยๆ กับการเคลื่อนไหว แนะควรอยู่ในกรอบเคารพกฎหมาย

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 1,172 คน ระหว่างวันที่ 3 – 5 มิถุนายน 2556 ถึงความเคลื่อนไหวต่อสู้ทางการเมืองของกลุ่มหน้ากากขาวและหน้ากากแดง โดยแบ่งเป็นหัวข้อดังนี้ คือ

หน้ากากขาว, หน้ากากแดง,สวนดุสิตโพล, ดุสิตโพล

เมื่อถามว่าประชาชนคิดอย่างไร? กับ “การแสดงออกทางการเมือง” ของ “กลุ่มหน้ากากขาว” / “กลุ่มหน้ากากแดง”
40.53% ระบุว่า เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ แต่ควรอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย
34.13% ระบุว่า ควรใช้วิธีการเจรจา หรือหาตัวแทนมาพูดคุย ไม่อยากให้มีการเผชิญหน้ากัน
25.34% ระบุ ทำให้สังคมเกิดความวุ่นวาย ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

เมื่อถามถึง ผลดี-ผลเสีย ใน “การแสดงออกทางการเมือง” ของ “กลุ่มหน้ากากขาว” / “กลุ่มหน้ากากแดง”
โดย 59.14% คิอว่าเป็นผลดี เพราะ
27.82% ทำให้รู้ถึงความต้องการและความคิดเห็นของประชาชน
27.82% เป็นการกระตุ้นให้คนในสังคมตื่นตัว รับรู้ข้อมูลหลายด้านมากขึ้น
13.04% ประชาชนมีส่วนร่วมและเป็นการแสดงออกทางการเมือง

ส่วนผลเสียนั่น 59.43% ระบุ บ้านเมืองวุ่นวาย ก่อให้เกิดความขัดแย้ง แตกแยกเพิ่มมากขึ้น
24.17 % บอกทำให้รถติด ผู้ที่อยู่บริเวณโดยรอบการชุมนุมเดินทางลำบาก ไม่ได้รับความสะดวก
16.40% บอกกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประเทศ

เมื่อถามถึงสิ่งที่ประชาชนอยากบอก “กลุ่มหน้ากากขาว”/“กลุ่มหน้ากากแดง” กรณี “การแสดงออกทางการเมือง” ที่ผ่านมา
39.51% บอกว่าการแสดงออกทางการเมืองสามารถทำได้แต่ต้องอยู่ในขอบเขตของกฎหมายและเหมาะสม
32.73% บอกไม่ควรเผชิญหน้าหรือปะทะกันจนเกิดความรุนแรง สร้างความวุ่นวายในสังคม
27.76 % บอกควรใช้วิธีการเจรจาอย่างสันติวิธี พูดคุยด้วยเหตุและผล เคารพในสิทธิซึ่งกันและกัน

เมื่อถามว่า ประชาชนเห็นด้วย กับ “การแสดงออกทางการเมือง” ของ “กลุ่มหน้ากากขาว”/“กลุ่มหน้ากากแดง” หรือไม่?
47.70% ระบุว่า เฉยๆ เพราะเป็นเรื่องปกติทางการเมือง ที่ผ่านมาก็มีกลุ่มต่างๆออกมาเคลื่อนไหวโดยตลอด ฯลฯ
31.81% บอกไม่เห็นด้วย เพราะอาจมีผู้ไม่หวังดีเข้ามาสร้างความวุ่นวายให้กับสังคม บ้านเมืองเกิดความวุ่นวายมากขึ้น เกิดการแบ่งกลุ่มอย่างชัดเจน ฯลฯ
20.49 % เห็นด้วย เพราะ เป็นสิทธิของประชาชนที่สามารถแสดงออกหรือทำได้ รับรู้ความคิดเห็นของประชาชนมากขึ้น ควรเปิดโอกาสให้กับคนทุกกลุ่ม ฯลฯ

MThai News

จีนสั่งแบนคำ เป็ดเหลือง บนเว็บหลังถูกตัดต่อแทนรถถัง เทียนอันเหมิน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เว็บ ซีน่าเหวยโป หรือเว็บบอร์ดชื่อดังของจีน ได้สั่งแบนการค้นหาคำว่า “เป็ดเหลือง” หลังมีผู้ตัดต่อภาพเป็ดเหลืองลงไปแทนที่รถถัง ซึ่งเป็นภาพการปราบปรามการประท้วงที่จัตุรัสเทียนเหมินในปี 1989

เป็ดเหลือง,เป็ดยักษ์,เทีนยอันเหมิน

ทั้งนี้ ภาพตัดต่อเป็ดเหลือง ดังกล่าวถูกเผยแพร่ในเว็บบอร์ดเหวยโป เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันฉลองครบรอบ 24 ปี เหตุปราบปรามการประท้วงที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน นอกจากนี้ ยังมีคำอื่นๆที่ถูกแบนไม่ให้ค้นหาด้วย อย่างเช่น 1989 เลข “63+1″ หรือ “6.4 ” ซึ่งเป็นตัวเลขแทนวันและเดือนที่เกิดเหตุกการณ์ด้วย

รายงานยังระบุด้วยว่า ทางบริษทัซีน่าเหวยโปได้ว่าจ้างทีมงานมาเพื่อตรวจสอบควบคุมเนื้อหาและคำค้นเหล่านี้ด้วย

Photo: @RichardBuangan

MThai News

เป็ดเหลือง,เป็ดยักษ์,เทีนยอันเหมิน
(ภาพจริงก่อนถูกตัต่อ)

เจิมศักดิ์ โพสต์รูป เหน็บเดียร์ “มีวันนี้เพราะพ่อตาย”

วันที่ 5 มิ.ย. นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง พิธีกรรายการโทรทัศน์ ได้โพสภาพขึ้นเฟซบุ๊คส่วนตัวเป็นภาพคู่ของพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ข้างๆมีรูปของ เดียร์ ขัตติยา สวัสดิผล ส.ส.พรรคเพื่อไทย บุตรสาวของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง

มีวันนี้เพราะพ่อตาย

ซึ่งใต้รูปของพล.ต.ท.คำรณวิทย์ มีคำบรรยายว่า มีวันนี้เพราะพี่ให้ ส่วนใต้รูปของน.ส.ขัตติยา สวัสดิผล มีคำบรรยายว่า มีวันนี้เพราะพ่อตาย ทั้งนี้นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง พิธีกรรายการโทรทัศน์ ได้เขียนบรรยาถามกลับมายังผู้อ่านว่า “จริงไหม ?” สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมากบนโลกสังคมออนไลน์ ซึ่งบางคนมองว่าภาพดังกล่าวรุนแรงเกินไป