ยังเป็นกระแสความห่วงใย ถึงการยุบควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ที่มีนักเรียนต่ำกว่า 60 คนลงมา ซึ่งมีอยู่นับหมื่นโรงเรียนทั่วประเทศ นั่นจึงเป็นปัญหาถึงการจัดการเรียนการสอนต้องมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับชุมชนที่ส่วนใหญ่ผู้ปกครองมีฐานะยากจน นั่นจึงทำให้ชุมชนหลายพื้นที่ยังคงคัดค้านการยุบควบรวม โดยให้เหตุผลถึงการเดินทางที่ยากลำบาก
ล่าสุดที่ผ่านมา นายพงศเทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนขนาดเล็กที่ โรงเรียนผาขวางวิทยา สาขาแคววัวดำ ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย พร้อมร่วมเวทีประชาคม เพื่อรับฟังความเห็นนำไปพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอนโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ.

โดยผู้ปกครองได้สะท้อนความรู้สึกว่า ลูกตนเรียนจบป.6 จากโรงเรียนผาขวาง แคววัวดำ ไปสอบเรียนต่อชั้น ม.1 โรงเรียนในเมือง สอบได้ที่ 1 จึงเชื่อว่าเป็นเพราะการตั้งใจเรียนของลูกและการสอนของอาจารย์ จึงอยากเรียกร้องให้ มีการเรียนการสอนต่อไป เพราะคนในหมู่บ้านมีฐานะยากจนต้องส่งบุตรหลานมาเรียนที่นี่ ไม่อยากให้มีการยุบโรงเรียน เพราะครูที่นี่มีความตั้งใจในการสอน ซึ่งก็เชื่อว่าบุตรหลานของคนในหมู่บ้านที่มีความยากจนจะมีความรู้ความสามารถ ไม่แพ้คนในเมือง
พร้อมกันนี้ นายนพรัตน์ อู่ทอง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 1 เปิดเผยว่า โรงเรียนผาขวางวิทยา สาขาแคววัวดำ ก่อตั้งในปี 2538 โดยนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นที่มาท่องเที่ยวในบ้านแคววัวดำ ซึ่งได้ขอรับการสนับสนุนงบจากสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ในการดำเนินงานก่อสร้างอาคารถาวรจำนวน 1 หลัง มี 5 ห้อง พร้อมอาคารเอนกประสงค์ จำนวน 1 หลัง

บ้านพักครูจำนวน 1 หลัง และห้องส้วมจำนวน 1 หลัง ก่อสร้างสะพานแขวนข้ามแม่น้ำกก เพื่อให้นักเรียนทั้งสองฝั่งแม่น้ำได้เดินทางมาเรียน ต่อมาในปี 2539 ได้โอนสังกัดศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจนถึงปี 2544 ได้โอนสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาเชียงราย โดยใช้ชื่อว่าโรงเรียนบ้านผาขวางพัฒนา สาขาแคววัวดำ
ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนผาขวางวิทยา และเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนผาขวางวิทยา สาขาแคววัวดำ ซึ่งอยู่ห่างจากโรงเรียนผาขวางวิทยา ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร ในปัจจุบันโรงเรียนผาขวางวิทยา สาขาแคววัวดำ เปิดการเรียนการสอนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 มีครูประจำการจำนวน 2 คน ครูอัตราจ้างตำแหน่งครูพี่เลี้ยงเด็กพิการจำนวน 1 คน
ส่วนสภาพชุมชน มีบ้านในเขตบริการ คือ บ้านแคววัวดำ บ้านผามูบ ตำบลแม่ยาว บ้านแก่งหลวง บ้านจะเด้อ ตำบลดอยฮาง อยู่ทั่ง 2 ฝั่งแม่น้ำกก ชุมชนส่วนใหญ่เป็นชาวเขาชนเผ่า คือ กระเหรี่ยง ล่าหู่ และอาข่า อยู่ในพื้นที่ภูเขาสูง และเป็นถิ่นทุรกันดาร ส่วนนักเรียนที่เรียนมีฐานะยากจนไม่สามารถเดินทางไปเรียนที่อื่นได้
ผู้ปกครองประกอบอาชีพเกษตรกรรมทำไร่ทำสวน ส่วนมากทิ้งลูก บุตรหลานให้ผู้สูงอายุเป็นผู้ดูแล เนื่องจากปัญหาครอบครัวแตกแยก หรือบิดา มารดาเสียชีวิตหรือถูกต้องโทษ

ขณะที่นายพงศเทพ รัฐมนตรีว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมว่า โรงเรียนบ้านแคววัวดำเป็นโรงเรียนที่ห่างไกลจากโรงเรียนแม่ มีนักเรียนทั้งหมด 39 คน เปิดสอนตั้งแต่ ป.1 -ป.6 มีครูจำนวน 3 คน ถือว่าจำนวนนักเรียนยังมีพอสมควร จึงได้มารับฟังความคิดเห็นว่าจะพัฒนาอย่างไร เพราะคุณภาพของโรงเรียนแม่จะดีกว่าเนื่องจากมีครูสอนครบชั้น
ดังนั้นจึงมีแนวทางพัฒนาคุณภาพการศึกษา 2 ทาง คือ แนวทางที่หนึ่งการใช้ระบบการศึกษาทางไกลจากวังไกลกังวล และ ของ สพฐ.แต่มีปัญหาระบบสัญญาณ ซึ่งต้องหาทางแก้ไขต่อไป และแนวทางที่สองคือโรงเรียนแม่ส่งครูที่ตรงกับวิชามาช่วยสอนเสริม เนื่องจากครู 3 คน เรียนจบ สาขาเอกประวัติศาสตร์ บริหารจัดการ และบัญชี แต่ต้องสอนทุกวิชา
ที่สำคัญโรงเรียนแห่งนี้มีผู้ปกครองและชาวบ้านที่มีจิตสาธารณะเข้ามาช่วยสอนด้านภูมิปัญญาชาวบ้าน ภูมิปัญญาท้องถิ่นซึ่งเป็นประโยชน์ทำให้นักเรียนเหล่านี้เติบโตขึ้นจะสามารถใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเลี้ยงตัวเองได้ ทั้งนี้หากจะไปทำมาหากินข้างนอกต้องพัฒนาพื้นฐานการศึกษาให้ดีขึ้น
ดังนั้นแนวทางการพิจารณาจึงต้องดูเป็นรายโรงเรียน ความเห็นของผู้ปกครอง นักเรียน และชุมชน และระยะทาง ทางเลือกตรงไหนที่คิดว่าชุมชนสามารถจัดการได้ดีและมีนักเรียนพอสมควรก็จะส่งเสริมคุณภาพการศึกษา แต่หากมีนักเรียนแค่ 3-10 คน รวมโรงเรียนน่าจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

การควบรวมโรงเรียนได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2516 และมีการดำเนินการมาตลอดเพราะเป็นวิธีการหนึ่งที่ดูแล้วว่าจะช่วยให้การจัดการศึกษาดีขึ้น ยืนยันว่ากระทรวงศึกษาธิการไม่ได้มีเป้าหมายที่จะตั้งเป้าว่าจะยุบโรงเรียนจำนวนเท่าใด
ส่วนตัวเลขจำนวนโรงเรียน ที่ สพฐ. เสนอมายังไม่ชัดเจนจึงขอให้กลับไปทำเสนอให้เห็นว่าโรงเรียนแต่ละโรงเรียนมีนักเรียนเท่าไร มีครูกี่คน มีทางไหนที่จะเพิ่มครูให้ได้หากจำเป็น แต่การเพิ่มครูในโรงเรียนที่มีนักเรียนน้อยๆจะต้องดึงครูจากที่อื่น เพราะไม่สามารถเพิ่มอัตรากำลังครูได้เนื่องจากมีการจำกัดอัตรากำลังข้าราชการ แต่เราสามารถบริหารจัดการครูตามที่เราได้รับได้อย่างไร
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังรายงานว่า นายพงศ์เทพ ยังเดินทางลงพื้นที่ต่อเนื่องตรวจเยี่ยมโรงเรียนบ้านป่าสักงาม ม.1 ต.ลวงเหนือ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ขึ้นเรือข้ามเขื่อนอุดมธารา (โรงเรียนห่างไกลการเดินทางลำบาก)
โดยนายสุริยน สุริโยดร ผอ.โรงเรียนบ้านป่าสักงาม กล่าวว่า โรงเรียนนี้จะยุบไม่ได้ เพราะตั้งอยู่บนภูเขาเป็นพื้นที่ห่างไกล ที่มีระยะห่างจากโรงเรียนอื่นที่ใกล้ที่สุดก็ยังไกล ซึ่งต้องเดินทางทั้งทางเรือและน้ำที่ต้องใช้เวลาและมีความเสี่ยง
ถึงแม้จะเป็นโรงเรียนขนาดเล็กและอยู่ห่างไกล แต่ก็มีผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต ประจำปี 2555 ของนักเรียนชั้นป.6 เกือบทุกวิชาสูงกว่าระดับจังหวัด และประเทศ เช่น วิชาคณิตศาสตร์ ร้อยละ 40.00 ภาษาไทย 60.00 วิทยาศาสตร์ 44.50 สุขศึกษา 72.00 สังคมศึกษา 52.00 คะแนนมีความสูงกว่าค่าเฉลี่ยมาตรฐาน
ซึ่งโรงเรียนขนาดเล็กก็มีจุดแข็งของตัวเอง ในความที่มีเด็กน้อยทำให้ไม่ฉุดค่าเฉลี่ย ซึ่งตรงนี้หากโรงเรียนและชุมชนเข้มแข็ง นักเรียนก็จะเข้มแข็งด้วย ดังนั้นการจะบอกว่าโรงเรียนขนาดเล็กฉุดค่าเฉลี่ยของ สพฐ. คงไม่ใช่ความจริงทั้งหมด
ทั้งนี้ นายพงศ์เทพระบุว่า โรงเรียนบ้านป่าสักงามมีนักเรียน จำนวน 9 คน ซึ่งถือว่าน้อยมากแต่โรงเรียนบ้านป่าสักงามเป็นโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล โรงเรียนที่ใกล้ที่สุดเดินทาง โดยรถยนต์ระยะทาง 27 กิโลเมตร

ส่วนอีกโรงเรียนต้องนั่งรถ นั่งเรือ และต้องนั่งรถ ต่ออีก ดังนั้นมีหนทางเดียวคือการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ที่ผ่านมาโรงเรียนบ้านป่าสักงามสามารถที่จะพัฒนาคุณภาพการศึกษาได้ดี ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาถือว่าดีมาก ถึงแม้จะมีนักเรียนน้อยแต่ได้รับความร่วมมือจากชุมชนต่างๆ ที่ดี จึงมีแนวทางการพัฒนา 2 วิธี คือ
1.ส่งครูสัญจรมาช่วยสอน
และ 2.ใช้ระบบการศึกษาทางไกลของ สพฐ.และวังไกลกังวล เนื่องจากเราไม่สามารถจัดครูให้ครบทุกสาขาเพราะมี นักเรียนแค่ 9 คน จึงต้องใช้วิธีพัฒนาอย่างอื่น
ซึ่งโรงเรียนลักษณะดังกล่าวคาดว่าจะมีอีกจำนวนหนึ่งที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล โดยเฉพาะโรงเรียนที่อยู่บนดอย แต่หากโรงเรียนอยู่ห่างกันไม่เกิน 3 กิโลเมตร อาจจะใช้วิธีการบุบรวมหรือแบ่งชั้นกันสอน

อย่างไรก็ตามสำหรับโรงเรียนบ้านป่าสักงาม ปัจจุบันมีข้าราชการครู จำนวน 2 คน ลูกจ้างประจำ 1 คน เจ้าหน้าที่ธุรการ 1 คน มีนักเรียนจำนวน 9 คน เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง ปีที่ 6 โดยจัดการเรียนรู้แบบคละชั้น
ซึ่งแค่เพียง 2 โรงเรียนก็สะท้อนให้เห็นถึงผลการเรียน ที่ไม่เป็นปัญหาแม้แต่น้อยแต่กลับมีผลการเรียนที่เหนือกว่านักเรียนโรงเรียนในเมือง ซึ่งโรงเรียนที่มีปัญหาด้านการเดินทาง (โรงเรียนห่างไกล) ที่ยังมีอีกมากและเป็นที่ยึดเหนี่ยวคนในชุมชนนั้น ถือเป็นบทพิสูจน์ถึงการสนับสนุนและการแก้ปัญหา ให้การเรียนการศึกษาสามารถพัฒนาต่อไปได้อย่างไร
MThai News














































