ปลอดประสพ ไม่จบ ด่าซ้ำ ม๊อบขยะยังน้อยไป ต้องเรียกตัวเหี้_

วันที่ 2 มิ.ย.(วานนี้)ที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี จ.เชียงใหม่ ได้มีการจัดเวทีเพื่อไทย เพื่ออนาคตประเทศไทย ซึ่งเวทีดังกล่าวเป็นเวทีที่จัดขึ้นเพื่อชี้แจงความคืบหน้าของรัฐบาล โดยมี นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมปราศรัย

นายปลอดประสพ สุรัสวดี

เมื่อถึงช่วงที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ขึ้นกล่าวปราศรัยก็เริ่มต้นพูดถึงละครที่ตนได้ร่วมเล่นในการแสดงว่า “ได้ดูผมเล่นหรอป่าว พร้อมขอบคุณทุกคนช่วงประชุมน้ำ มีไอ้พวกบ้าบอคอแตกอะไรจะมาประท้วงการชุมนุมน้ำ แล้วท่านทั้งหลายก็จัดคณะไปเก็บขยะ มันก็โกรธผมนะ ว่าผมไปด่ามันว่าขยะ ที่จริงยังน้อยไปนะ ในใจนะ ผมอยากจะด่าตัวเหี้_ ด้วยซ้ำไป แต่ผมไม่ได้ด่ากลัวเค้าฟ้อง”

โดยนายปลอดประสพได้เผยต่อว่า รัฐบาลกำลังเริ่มต้นเดินหน้าบริหารจัดการน้ำทั่วประเทศแบบบูรณาการ วงเงิน350,000 ล้านบาท เพื่อป้องกันอุทกภัยและภัยแล้ง ซึ่งตนมั่นใจว่าประเทศไทยจะไม่มีน้ำท่วมอย่างน้อย 10 ปี ถ้าโครงการดังกล่าวสำเร็จ โดยจะไม่มีฮั้วประมูล และไม่มีทุจริตเพราะมีบริษัทเข้าร่วมประมูลกว่า 10 บริษัท ไม่ฮั้วประมูลเหมือนการสร้างโรงพักแบบรัฐบาลก่อน

นอกจากนี้สำหรับเชียงใหม่จะมีการพัฒนารถรางจากไนท์ซาฟารีผ่านเข้าคูเมือง – ถนนห้วยแก้ว เชื่อมไปยังศูนย์ประชุมและสร้างเป็นถนนวงแหวนรอบที่ 4 รวมถึงพัฒนาเวียงกุมกามอีกด้วย

MthaiNews

รัฐบาล อัด พวกหน้ากากขาวไม่ยอมรับความจริง

รัฐบาล อัด พวกหน้ากากขาวไม่ยอมรับความจริง เตือนอย่าลืมคน 15ล้าน หนุนเพื่อไทยเป็นรัฐบาล

MThai News ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของมวลชนที่สวมหน้ากากสีต่างๆ ในขณะนี้ว่า ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ และสะท้อนว่า ขณะนี้ในสังคมยังคงมีการปะทะกันระหว่างความคิดสองขั้ว

หน้ากากขาว, เพื่อไทย, หมวดเจี๊ยบ

ขั้วหนึ่ง คือ ประชาชนที่รักประชาธิปไตยและสนับสนุนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน อีกขั้วหนึ่ง คือ ตัวแทนของกลุ่มอำนาจเก่าที่กลัวจะเสียอำนาจที่เคยผูกขาดมาตลอดทั้งชีวิต โดยกลุ่มคนเหล่านี้ก็เป็นกลุ่มเดียวกับที่เคยออกมาขับไล่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในอดีตมาแล้ว

เพียงแต่คราวนี้ มาในมาดใหม่ แยกย้ายกันไปเคลื่อนไหวในนามไทยสปริงบ้าง ในนามหน้ากากขาวบ้าง ไปนามของม็อบสนามหลวงบ้าง แต่เนื้อหายังเหมือนเดิม คือขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัวชินวัตร โดยไม่ยอมรับความจริงว่า แม้ตัวเองจะไม่ชอบครอบครัวชินวัตร

แต่ยังมีคนไทยอย่างน้อยสิบห้าล้านคนในประเทศไทย ที่ชอบแนวทางการบริหารประเทศของพ.ต.ท. ทักษิณ จึงเลือก น.ส. ยิ่งลักษณ์ เป็นนายกฯ และลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้พรรคเพื่อไทยเข้ามาเป็นรัฐบาล ซึ่งก็น่าแปลกที่ว่า ในสังคมบ้านเรา ยังมีคนจำพวกที่ตั้งข้อรังเกียจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่กลับไม่เคยนึกรังเกียจการปฏิวัติรัฐประหารเลยแม้แต่น้อย ทั้งๆ ที่เป็นวงจรอุบาทว์

และคงต้องถามกันแบบตรงไปตรงมาว่า ที่ผ่านมาประเทศยังบอบช้ำไม่พออีกหรือ แล้วที่พวกท่านอ้างว่าลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อความถูกต้องชอบธรรม แต่กลับไม่สนใจความต้องการของคนส่วนใหญ่ แล้วเอาความต้องการของกลุ่มตัวเองเป็นใหญ่นั้นมันถูกต้องชอบธรรมไหม แต่รัฐบาลก็ยืนยันว่า เราเคารพสิทธิในการชุมนุมของทุกท่าน แม้ว่าท่านจะคิดต่างจากรัฐบาลก็ตาม

ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ขอเตือนสติว่าอย่ามัวจ้องแย่งเก้าอี้นายกฯ จนละทิ้งหลักการประชาธิปไตย และละทิ้งความสง่างามทางการเมืองที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์มักโจมตีว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ มีกองกำลังส่วนตัว และให้ท้ายมวลชนเสื้อแดง

แต่พอเป็นม็อบต้านรัฐบาล ไม่ว่าจะหน้ากากขาว ไทยสปริง หรือม็อบสนามหลวง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับสนับสนุนเต็มที่ แถมยังบอกว่า การที่ม็อบต้านรัฐบาลเป็นกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ ก็ไม่เห็นจะเป็นเรื่องเสียหาย จะเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์เลือกจะพูดเฉพาะในมุมที่ตัวเองได้ประโยชน์

ถ้าเป็นม็อบที่เชียร์ตัวเองก็บอกว่าดี ทำได้ไม่เป็นไร ถ้าเป็นม็อบที่สนับสนุนรัฐบาล ก็จะตราหน้าว่าเป็นคนเลวหรือเป็นผู้ก่อการร้าย ดังนั้น ขอให้หยุดโจมตีรัฐบาลได้แล้วว่ามีกองกำลังส่วนตัว เพราะพรรคประชาธิปัตย์หมดความชอบธรรมที่จะพูดเรื่องนี้

นับตั้งแต่ปล่อยให้ม็อบของ นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ บุกยึดสนามหลวงแล้ว แบบนี้ถือว่าพรรคประชาธิปัตย์ก็มีกองกำลังของตัวเองอยู่ที่สนามหลวงใช่หรือไม่ จะปฏิเสธได้อย่างไรว่า ไม่ได้อยู่เบื้องหลังม็อบต่อต้านรัฐบาล เพราะใครๆ ก็รู้ว่า พรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้บริหาร กทม.

ซึ่งกำกับดูแลสนามหลวง ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่รู้เห็นเป็นใจ ม็อบจะเข้าไปตั้งเต๊นท์อยู่บนท้องสนามหลวงได้อย่างไร สิ่งที่สังคมควรตั้งคำถาม ก็คือ ขบวนการต่าง ๆ เหล่านี้ กำลังสมคบคิดกัน สร้างเงื่อนไขความรุนแรง เพื่อปูทางไปสู่การปฏิวัติใช่หรือไม่

ขอบอกว่า ลูกไม้เก่าๆ ที่เคยใช้โค่นรัฐบาลทักษิณในอดีต อาจใช้ไม่ได้ผลอีกแล้ว เพราะวันนี้ ประชาชนรู้เท่าทันวงจรอุบาทว์เหล่านี้ หากมีการใช้วิธีการไม่ถูกต้องโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เชื่อว่าประชาชนเจ้าของประเทศ ที่ไม่ยอมรับการรัฐประหาร คงไม่ยอมและออกมาคัดค้านจนถึงที่สุดเช่นกัน

ซึ่งรัฐบาลก็จะบริหารสถานการณ์ด้วยความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ตกหลุมพรางของผู้ที่ต้องการสร้างเงื่อนไขความรุนแรง แต่ก็จะดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง โดยที่ยังรักษาบรรยากาศของบ้านเมืองให้เอื้อต่อการแสดงออกของประชาชนทุกกลุ่มตามสิทธิในระบอบประชาธิปไตย

MThai News

‘มัลลิกา’ แฉ รัฐสั่งหาตัวแกนนำหน้ากากขาว

“มัลลิกา” แฉ รัฐมีใบสั่งหาตัวแกนนำหน้ากากขาว เตือน ระวัง ปชช. ต้าน แนะรัฐหยุดคุกคาม พร้อมตั้งวอร์รูมดูความเคลื่อนไหว ปชช.

456701-01

น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวว่า ขณะนี้มีปรากฏการณ์หน้ากากขาว หน้ากากแดง เกิดขึ้น ทำให้ผู้มีอำนาจสั่งการให้เจ้าหน้าที่ไปดำเนินการค้นหาว่าใครอยู่เบื้องหลัง และใครแป็นแกนนำหน้ากากขาว ซึ่งเป็นคำสั่งไม่เป็นลายลักษณ์อักษร แต่สั่งการด้วยวาจาถือว่าไม่ถูกต้อง

อาจกลายเป็นปรากฏการณ์ประชาชนทนไม่ไหว ที่รัฐบาลขาดความมั่นคง เพิกเฉยต่อกรณีกลุ่มประชาชนที่เข้าไปคุกคามเวทีปราศรัยของคนที่มีความเห็นต่าง และไม่มีทีท่าว่าจะหยุด หรือห้ามปราม กลับพบว่า เจ้าหน้าที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการจัดการตามกระบวนการทางกฎหมาย โดยเฉพาะกับกลุ่มที่เป็นผู้สนับสนุนของรัฐบาล

นอกจากนี้ น.ส.มัลลิกา ยังกล่าวอีกว่า มีคำสั่งของผู้มีอำนาจจากกระทรวงไอซีที ให้เร่งจัดการระบบโซเชียลเน็ตเวิร์กที่ต่อต้านรัฐบาล จึงอยากเรียกร้องนายกรัฐมนตรี และรัฐบาล หยุดพฤติการณ์ในการคุกคาม หยุดการใช้อำนาจโดยมิชอบ พร้อมกันนี้ พรรคกำลังดำเนินการตั้งวอร์รูม ร่วมมือในการติดตามความเคลื่อนไหวของประชาชนกลุ่มต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง