นศ.เมืองกรุงเก่าเปิดศึกตีกัน เหตุไม่พอใจรุ่นน้องโดดรับน้อง

รายงานข่าวแจ้งว่าช่วงบ่ายวันที่ 20 มิ.ย. ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุมีนักศึกษา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์หันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา และนักศึกษาจาก มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ได้ยกพวกตีกัน ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์หันตรา

1.2

เนื่องจาก นักศึกษาปี 1 ของมทร. ไม่ยอมเข้าร่วมกิจกรรมรับน้อง ก่อนที่เขาจะได้โทรศัพท์ไปเรียกพี่ชายของตนซึ่งเรียนอยู่ม.มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพมาช่วยเจรจา และเกิดการวิวาทกันขึ้น

ทั้งนี้ พี่ชายได้เรียกเพื่อนกว่า 10 คน นั่งแท็กซี่มาจากกทม. เหตุการณ์บานปลายกลายเป็นการวิวาท เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.พระนครศรีอยุธยา ไปถึงก็พบว่ามีการไล่กวดขว้างปาเศษหินและไม้ใส่กัน

เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไประงับเหตุปรากฏว่าก­ลุ่มนักศึกษาไม่ยอมเลิก กลับวิ่งกรูกันเข้าไปรุมตีชกต่อยกัน จนท.ต้องพยายามไล่จับกุมผู้ก่อเหตุแยกจากกันและสามารถควบคุมตัวนักศึกษของทั้งสองสถาบันรวมทั้งสิ้นกว่า 30 คนนำตัวไปยังโรงพักเพื่อสงบสติอารมณ์

อย่างไรก็ดีจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สั่งปรับ นักศึกษามหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ในข้อหาทะเลาะวิวาทในที่สาธารณะไปแล้วจำนวน 9 คน คนละ 500 บาท และปล่อยตัวไปแล้วทั้งหมด

ส่วนนักศึกษาในกลุ่มเดียวกัน ที่บาดเจ็บพักรักษาตัวในโรงพยาบาล อีก 1 คน ถือเป็นผู้เสียหายในคดีถูกทำร้ายร่างกาย และตำรวจจะต้องหาตัวผู้กระทำความผิด ที่มารุมทำร้ายให้ได้

นอกจากนี้นักศึกษามหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ วิทยาเขตหันตราจำนวนเกือบ 100 คน ที่ร่วมก่อเหตุ จะถูกตั้งข้อหาทะเลาะวิวาทในที่สาธารณะทั้งหมดเช่นกันและจะต้องจ่ายค่าปรับคนละ 500 บาทโดยคลิปจะเป็นหลักฐานในการดำเนินคดี และหาคนที่ทำร้ายผู้เสียหายจนได้รับบาดเจ็บ

ผบ.เรือนจำพิเศษยัน มืออุ้มฆ่า เอกยุทธ ยังไม่ตาย

จัดทีมคุมเข้ม 24 ชั่วโมง

นายสรสิทธิ์ จงเจริญ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้ให้สัมภาษณ์ปฏิเสธกรณีที่มีกระแสข่าวว่านายสันติภาพ เพ็งด้วง หรือบอล ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฆ่านายเอกยุทธ อัญชันบุตรผูกคอตายภายในห้องขัง และไม่ได้อยู่ในอาการเครียด

1.149

ทั้งนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เฝ้าจับตาความเคลื่อนไหวตลอด 24 ชั่วโมง ในช่วงกลางคืนจะให้นอนรวมกับผู้ต้องขังรายอื่นๆ แต่ในช่วงกลางวันจะกันให้อยู่แยกออกจากผู้ต้องขังรายอื่นเพื่อให้สามารถดูแลความปลอดภัยได้อย่างเต็มที่ และยังไม่อนุญาตให้ญาตินำอาหารเข้ามาเยี่ยม

สำหรับกระแสข่าวการผูกคอตายของนายสันติภาพนั้น นายสรสิทธิ์กล่าวว่าน่าจะเกิดจากนายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ส.ส.พรรครักประเทศไทย ออกมาตั้งข้อสังเกต เพราะนายสันติภาพถือเป็นคนกุมความลับไว้มากที่สุด

MThai News

โอ๊ค เผยรัฐลดราคารับจำนำข้าว เพราะปชป. ปล่อยข่าวโจมตี

โอ๊ค เผยรัฐบาทลดราคารับจำนำข้าว เพราะปชป. ปล่อยข่าวโจมตี หลังออกมาปูดขาดทุนเกินความจริง – ข้าวเน่า ดักคอเล่นการเมืองแบบประชาธิปัตย์ ทำง่ายแต่ประเทศไทยเจริญยาก

ในหน้าเพจเฟสบุ๊ค @Oak Panthongtae Shinawatra ของนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้มีข้อความแสดงความเห็นเรื่องนโยบายจำนำข้าวอีกครั้ง หลังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เผยว่า ตนและพรรคไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลลดราคารับจำนำข้าวจาก 15,000บาท เป็น 12,000บาท เนื่องจากเกิดผลเสีย ชาวนาไม่ได้รับประโยชน์ โดยระบุว่า

พานทองแท้ ชินวัตร, จำนำข้าว, โอ๊ค พานทองแท้

ทบทวนความจำ กับพี่น้องชาวนาทั้งประเทศ กันสักนิดว่า แต่ไหนแต่ไร “พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยสนับสนุน โครงการรับจำนำข้าว” เลยนะครับ…!! อธิบายกันให้ชัดๆ ป้องกันการ “ตีกินนโยบายคนอื่น” เพราะได้ยินว่า หัวหน้าพรรค ปชป. ออกมาพูดอีกแล้วว่า ไม่เห็นด้วยที่จะให้ลดราคาจำนำข้าวจาก15,000บาทลงมา เท่ากับกลายเป็นว่ากลับมาสนับสนุนให้รับจำนำข้าวที่ราคา 15,000บาท ขึ้นมาอีก…งงมั๊ยครับ??

ก็ที่ต้องลดลงมาเหตุผลหลักก็เพราะ ฝ่ายค้านออกมาโจมตีโดยปั่นตัวเลขว่าขาดทุนป่นปี้ไม่ใช่หรือ?? จะไม่ปล่อยให้รัฐบาลได้มีโอกาส เดินหน้าบริหารประเทศอย่างราบรื่น โดยไม่ต้องค้านกันบ้างเลยหรือไง?? แล้วถ้ารัฐบาลกลับไปจำนำที่15,000 เหมือนเดิม เชื่อไหมว่าก็จะใส่ร้ายใส่ความปั่นตัวเลขกันต่อไปอีก และหากรัฐบาลถอดใจเลิกจำนำข้าว ก็จะหาว่าไม่ทำตามนโยบายที่แถลงไว้ จะเอาไงเอาสักอย่างซิลูกเพี่ยย…

รัฐบาลจะไปทางซ้ายก็ด่า ไปทางขวาก็ผิด เดินหน้าก็ว่าโกง ถอยหลังก็ว่าผิดคำพูด แบบนี้หรือเปล่า ที่โพลทุกสำนักสำรวจมาว่า ประชาชนเบื่อฝ่ายค้านที่ค้านตะบี้ตะบันไปเสียทุกเรื่อง เพื่อไทยเดินหน้าโครงการฯ ก็ออกมาโจมตีว่าจำนำข้าว ขาดทุนอย่างโน้นอย่างนี้ บวกตัวเลขโน่น-นี่-นั่น สรุปว่าโครงการจำนำข้าวไม่ดี ปั่นตัวเลขขึ้นไปจนสูง กล่าวหาว่ารัฐบาลขาดทุนถึง 2.6แสนล้าน

รัฐบาลได้ชี้แจงให้เห็นว่าคิดวิธีไหน ก็ขาดทุนไม่ถึง 2แสนกว่าล้านที่ว่าครับ

1. คิดแบบวิธีของกระทรวงพาณิชย์คิดเฉพาะราคา ข้าวที่ขายไปแล้ว ลบด้วยราคาที่รับจำนำมา ส่วนข้าวที่ยังคงค้างสต๊อกก็คิดที่ราคาทุนที่รับจำนำมา พบว่าขาดทุนไป 5-6หมื่นล้าน

2. คิดแบบคณะกรรมการฯ คิดจากราคาข้าวที่ขายไปแล้ว ลบด้วยราคาที่รับจำนำมา เช่นเดียวกัน แต่ข้าวที่ยังคงค้างสต๊อกทั้งหมด คิดจากราคาตลาดซึ่งปัจจุบันต่ำกว่าราคารับจำนำเยอะ ก็จะพบว่าถ้าขายข้าวที่รับจำนำไว้ไปได้ทั้งหมด ณ ราคาวันที่คำนวณ จะขาดทุน 1.2แสนล้าน

เงินที่ฝ่ายค้านเรียกว่า”ขาดทุน”นี้นั้น ก็คือเงินที่ตกถึงมือชาวนา ชาวนารับไปเต็มๆนั่นเองครับ รัฐบาลขาดทุนมาก ชาวนาก็กำไรมาก รัฐบาลขาดทุนน้อย ชาวนาก็กำไรน้อย ถ้ารัฐบาลไม่ยอมขาดทุน ชาวนาก็ลำบากเป็นหนี้เป็นสินไปจนตาย ก็แค่นี้เอง

หลังจากนี้รัฐบาลจะเจอ กระบวนการปล่อยข่าวอีกเยอะครับ เดี๋ยวก็หาว่าข้าวเน่าเสียยกโกดัง พอพิสูจน์ได้ว่าข้าวไม่เน่า ก็จะปล่อยข่าวอีกว่าที่ไม่เน่าเป็นเพราะ ใส่ยากันเน่าใครกินข้าวระวังจะเป็นมะเร็ง แล้วแบบนี้ใครจะอยากมาซื้อข้าวไทยละครับ หากรัฐบาลขายข้าวออกได้ ก็จะโดนปล่อยข่าวอีกว่า มีการโกงการรั่วไหลเกิดขึ้น เฮ้อออ…

เล่นการเมืองแบบนี้ เล่นง่ายแต่ประเทศไทยเจริญยากครับ…!!

MThai News