MThai News ระยะทางแสนห่างไกลจากตัวเมืองกาญจนบุรี มุ่งสู่ตำบลสิงห์ อำเภอไทรโยค ไม่ถือเป็นปัญหาสำหรับชาวบ้านที่มุ่งมั่นศึกษาในแหล่งเรียนรู้ชุมชน ของสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย หรือ กศน. ภายใต้การดูแลของสำนักงาน กศน.จังหวัดกาญจนบุรี ที่ดูแลสร้างอาชีพชาวบ้านถึง 98 ตำบล พร้อมสร้างองค์ความรู้ทั้งทางวิชาการ รวมทั้งสอนความอยู่รอดให้ชาวบ้านในท้องถิ่น ให้เกิดความเข้มแข็งในการหารายได้เพื่อดูแลครอบครัว ตำบลสิงห์ แหล่งเรียนรู้ กศน.ตำบลสิงห์ อาคารเก่าที่ถูกปรับแต่งให้มีความเรียบง่ายสวยงามแบบวิถีชาวบ้าน ปรับปรุงเป็นแหล่งสร้างความรู้ ในด้านเกษตรพอเพียง “เกษตรธรรมชาติ” ตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง อาทิ ผักชี คะน้า กวางตุ้ง ผักกาด ฯลฯ ผักสวนครัวรั้วกินได้แบบไร้สารพิษ ที่นักศึกษา กศน.ต่างภาคภูมิใจลงมือตัดตอน คิดค้นสูตรปลูกร่วมอาจารย์ประจำศูนย์

แต่นั่นยังไม่พอ เนื่องด้วยพื้นที่ อ.ไทรโยค เป็นพื้นที่สอดรับการท่องเที่ยว ทั้งน้ำตกไทรโยคน้อย น้ำตกไทรโยคใหญ่ ปราสาทเมืองสิงห์ ฯลฯ กศน.จังหวัดจึงได้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพิ่มเติมในด้านการนวดผ่อนคลาย “นวดคลายเส้น บรรเทาอาการเมื่อยล้า” เพื่อตอบโจทย์ให้นักท่องเที่ยว อีกทั้งเพื่อสร้างความมั่นใจถึงความเป็นมืออาชีพในการนวด นักเรียนทุกคนจะต้องผ่านการเรียนไม่น้อยกว่า 100 ชั่วโมงนวด ก่อนออกไปปฏิบัติงานตามที่พัก หรือ รีสอร์ทต่าง ๆ โดยนักเรียนทุกคนจะขึ้นงานตรงกับ กศน.ตำบลสิงห์ เพื่อความไว้เนื้อเชื่อใจ มีคุณภาพ และความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว
พร้อมกันนั้น กศน.ตำบลท่าเสา ก็ถือเป็น กศน.อีกแหล่งการเรียนรู้ ที่มีความคล้ายคลึงในการสอนสร้างอาชีพ แต่ทว่าตำบลท่าเสาเอง มีพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่เป็นอย่างยิ่ง ชาวบ้านส่วนใหญ่ในพื้นที่ประกอบอาชีพปลูกน้อยหน่าขาย จึงทำให้ กศน.ตำบลท่าเสา เข้ามาสอนการต่อยอดการพัฒนาน้อยหน่าให้คนในพื้นที่ พร้อมทั้งการใช้ปุ๋ยไร้สารเคมี ( จนชาวบ้านต้องยกนิ้วให้น้อยหน่าที่ปลูกเองว่ามีความอร่อยที่สุดในโลก )

ป้าสุวนัด นุชนุ่ม ในวัย 60 ปี เจ้าของสวนน้อยหน่านับ 10 ไร่ ปลูกขายมานานร่วม 20 ปี เป็นอีกคนที่ประสบความสำเร็จจากการปลูกน้อยหน่าขาย พร้อมยอมรับว่า กศน.พื้นที่เข้ามามีบทบาทให้ความรู้ด้านการเกษตรปุ๋ยธรรมชาติ รวมทั้งอื่น ๆ อีกหลายด้านให้คนในตำบล จึงขอขอบคุณมาก ส่วนน้อยหน่าเมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตได้นั้น จะมีรถมารับซื้อ ไม่เว้นแม้กระทั่งพ่อค้าแม่ค้า ที่นำน้อยหน่าของป้าบุญส่ง ไปขายที่ ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา แต่ที่เป็นปัญหาคือเกิดน้อยหน่านอกฤดูทำให้ไม่มีตลาดระบาย ส่วนผลผลิตที่รวมเก็บได้ก็ประมาณ 1 – 1.5 ตัน ทั้งในฤดูและนอกฤดู
แต่กระนั้นยังไม่พอสำหรับ กศน.กาญจนบุรี นายสมยศ เพิ่มพงศาเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงานกศน.) จังหวัดกาญจนบุรี ยังอัดความรู้ด้านภาษาต่างประเทศเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนให้ประชาชนในจังหวัด เพื่อรองรับท่าเรือน้ำลึกทวาย ของประเทศพม่าอีก
โดย ผอ.กศน.จังหวัด ระบุว่า ตามที่สำนักงาน กศน.มีนโยบายให้สำนักงาน กศน.จังหวัดทั่วประเทศดำเนินการจัดการเรียนการสอนภาษาอาเซียนให้แก่ประชาชน เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนนั้น ในส่วนของ กศน.จังหวัดกาญจนบุรีได้ดำเนินการจัดโครงการสอนภาษาต่างประเทศเพื่อการสื่อสาร เพื่อรองรับการเปิดประชาคมอาเซียนด้วยหลักสูตร 100 ชั่วโมง 100 ประโยค ให้กับประชาชนในพื้นที่ตั้งแต่เดือนก.ย.2555 โดยนายชัยวัฒน์ ลิมวรรณธะ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณพัฒนาจังหวัดจำนวน 5 ล้านบาท เพื่อจัดสร้างสถาบันอาเซียนศึกษา และศูนย์เรียนรู้ภาษาต่างประเทศ

ระยะแรกการจัดการเรียนการสอนได้จัดให้แก่กลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ โดยเน้นไปที่กลุ่มที่ต้องทำงานเกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวหรือทำธุรกิจ ในจังหวัดกาญจนบุรี อาทิ พ่อค้า-แม่ค้าตามสถานที่ท่องเที่ยว หมอนวด แคดดี้ เป็นต้น ซึ่งเริ่มสอนใน 5 ภาษา คือ ภาษาอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และภาษาพม่า โดยกศน.จังหวัดกาญจนบุรีได้จ้างครูที่เป็นเจ้าของภาษามาสอน เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจและสามารถสื่อสารได้จริง สำหรับตำราที่ใช้ในการเรียนการสอนทุกภาษาได้มีการคัดประโยคที่จำเป็นที่ต้องใช้ประมาณ 50 ประโยค และ 50 ประโยค จะให้ผู้เรียนร่วมกันคิดประโยคที่เกี่ยวข้องกับงานของตัวเอง จากนั้นทีมวิชาการและผู้สอนจะแปลให้เป็นประโยคในภาษานั้นเพื่อนำมาจัดพิมพ์ตำราเพื่อใช้ในการเรียนการสอน
ขณะเดียวกัน หลังจากที่ได้มีการประเดิมจัดสอนในรุ่นแรกไปแล้ว ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากหน่วยงานต่าง ๆ ในจังหวัดกาญจนบุรีและได้ประสานให้กศน.จังหวัดกาญจนบุรีจัดสอนภาษาให้บุคลากรของตนเอง เช่นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรีได้ประสานให้ กศน.จัดสอนให้แก่ตำรวจในจังหวัดกาญจนบุรีทั้ง 1,600 คน ในต้นเดือนกรกฎาคม นี้
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กศน.จังหวัดยังได้จัดสร้างอาคารศูนย์สอนภาษา ใน 5 ภาษา คาดว่าจะแล้วเสร็จในต้นเดือนกรกฎาคม 2556 นี้ เพื่อสอนภาษาให้ผู้ที่สนใจในอาชีพต่าง ๆ อาทิ แคนดี้ รปภ. สามล้อ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง พนักงานโรงแรม พนักงานเสิร์ฟ พนักงานเอกชน เนื่องจากจังหวัดกาญจนบุรี เป็นจังหวัดการท่องเที่ยวของชาวต่างชาติ โดยได้รับเงินสนับสนุน 5 ล้านบาท จากผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี
พร้อมกันนั้น กศน.ยังได้ควักเงินอีก 1.5 ล้านบาท ปรับปรุงสร้างศูนย์อาเซียน เพื่อเป็นศูนย์ประชุมจัดกิจกรรมแสดงนิทรรศการ อีกทั้งเตรียมเปิดศูนย์อาชีพจังหวัด ภายในพื้นที่ กศน.จังหวัด ซึ่งจะให้มีทั้งการ ตีมีด ทำพลอย ผ้าขาวม้า ฯลฯ โดยจะมีเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์คอยให้ความรู้ คาดว่าจะเปิดได้ในต้นเดือนกรกฏาคมเช่นกันด้วย
MThai News



















3










