พร้อมเตือนม็อบเคลื่อนไหวอย่าแหกกฎ
ผู้สื่อข่าว MThai News รายงานว่า ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานในการประชุม ผบ.เหล่าทัพ ครั้งที่ 5 / 2556 (สตช.เป็นเจ้าภาพการประชุม) โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง โดยใช้เวลาในการประชุมประมาณ 2 ชั่วโมง
จากนั้น พล.อ.ธนะศักดิ์ แถลงว่า ที่ประชุมเป็นการประชุมติดตามผลการดำเนินงานที่ผ่านมา โดยให้ทุกหน่วยพิจารณาเพิ่มประสิทธิภาพในงานการจัดระเบียบพื้นที่ชายแดน เพื่อแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว ยาเสพติด และการกระทำผิดกฎหมายต่างๆ ตามแนวชายแดน การช่วยเหลือประชาชนเพื่อรองรับสถานการณ์ภัยจากพายุในห้วงฤดูมรสุม พร้อมทั้งการช่วยเหลือสนับสนุนรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติที่ได้รับมอบหมาย โดยให้คำนึงถึงการประสานสอดคล้องเป็นหนึ่งเดียวกันของทุกเหล่าทัพรวมทั้งตำรวจ

สำหรับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เน้นการบูรณาการกำลัง 3 ฝ่าย ตำรวจ ทหาร และ พลเรือน อย่างมีเอกภาพ สรุปคดีทั่วไปมีทั้งสิ้น 118,818 คดี เป็นคดีความมั่นคง 9,017 คดี ออกหมายจับ 9,907 หมาย จับกุมได้ 6,317 หมาย พิสูจน์ทราบเครือข่ายได้ 11,704 คน วิสามัญคนร้ายเสียชีวิต 396 คน ยึดอาวุธปืน 645 กระบอก และตรวจสอบอาวุธปืนที่คนร้ายใช้ก่อเหตุได้ 5,644 กระบอก ซึ่งเป็นการปฏิบัติการตามกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชน รวมทั้งยุทธศาสตร์และนโยบายของรัฐบาล โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. ส่วนการแก้ไขปัญหาในมิติอื่น ๆ เป็นไปตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนของคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์ การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.กปต.) 6 กลุ่มงานของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเชื่อว่าสถานการณ์จะดีขึ้นตามลำดับ
ทั้งนี้ 17 กระทรวง 66 หน่วยงานร่วมมือกันทำงาน โดยมี นส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประธานในการกำกับดูแล ส่วนผมในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุดก็สนับสนุนกำลังยุทโธปกรณ์ที่มีให้กับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. ตามร้องขอ ซึ่งทุกคนรู้หน้าที่ของตัวเอง ส่วนการพูดคุยสันติภาพกับกลุ่มบีอาร์เอ็นนั้น ทุกคนอยากทำให้เหตุการณ์ดีขึ้น ใครรับผิดชอบอะไรก็ไปแสดงออก หรือ พูดคุยเพื่อหาแนวทาง ซึ่งอาจจะใช่หรือไม่ก็จะต้องปรับแก้กันไป แต่การพูดคุยเป็นเจตนาที่นำมาสู่สิ่งที่ดี และเป็นการแสดงออกของรัฐบาล และเจ้าหน้าที่ว่าเรามุ่งที่จะยุติปัญหา มุ่งที่จะให้การอยู่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย การพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็น ทาง สมช. เห็นว่าเหมาะสมก็ไปพูดคุยกัน

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มีการรายงานผลการฝึกร่วมกับกองทัพมิตรประเทศในการฝึกซ้อมบรรเทาภัยพิบัติ ในกรอบของการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมือง และความมั่นคงในภูมิภาคเอเซีย-แปซิฟิค หรือ ARF DiREx เมื่อวันที่ 6-11 พ.ค.56 ที่ผ่านมา ณ จังหวัดเพชรบุรี รวมทั้งการเตรียมพร้อมของหน่วยในการฝึกกองทัพประเทศสมาชิกอาเซียนด้านการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติครั้งที่ 2 ที่ประเทศบรูไน ห้วง 17-20 มิ.ย.56 และการฝึก ELANG THAINESIA ครั้งที่ 16 โดยกองทัพอากาศไทย ร่วมกับกองทัพอินโดนีเซียระหว่างวันที่ 24 มิ.ย.- 5 ก.ค.56
ส่วนกรณีการจับมือวางระเบิดหน้าปากซอยรามคำแหง 43/1 ได้ที่จังหวัดนราธิวาสจะมีความเชื่อมโยงกับการก่อความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้หรือไม่นั้น ขอยืนยันว่า ไม่ใช่สถานการณ์จากภาคใต้แน่นนอน มันไม่เกี่ยวกับด้านล่าง ซึ่งเหตุดังกล่าวเป็นการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ เป็นเรื่องเกี่ยวกับผลประโยชน์ เท่านั้น

ขณะเดียวกันกรณีที่มวลชนกลุ่มหน้ากากขาว หน้ากากแดง และกลุ่มต่าง ๆ ออกมาชุมนุมเคลื่อนไหวนั้น ทุกอย่างว่ากันไปตามกฎหมาย หากเคารพกฎหมายก็ไม่เดือดร้อน เพราะทุกคนมีสิทธิเสรีภาพ และทุกคนอยากเป็นประชาธิปไตยอยู่แล้ว อย่างที่ตนเคยพูดอยู่เสมอและตนยังยืนยันว่า ทุกคนอยากทำในสิ่งที่ดี ทำในสิ่งที่คิดว่า ทำแล้วประเทศชาติจะดี และแสดงออกในภาพของตัวเอง ตราบใดที่เราแสดงออก โดยไม่ส่งผลกระทบกระเทือน และไม่ผิดกฎหมายก็น่าจะเป็นการแสดงออกตามระบอบประชาธิปไตย แต่หากผิดกฎหมาย ทางตำรวจก็ต้องว่ากันไปตามกฎกติกาที่มีอยู่แล้ว
ส่วนที่มีความเป็นห่วงว่า การชุมนุมจะขยายวงกว้างออกไปหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับผู้นำว่า หวังดีต่อชาติบ้านเมืองหรือไม่ เขาขยายการชุมนุมเพราะเขาเห็นด้วย หรือเพราะมีเจตนาที่ไม่ดี ตนยังยืนยันคำเดิมว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎกติกา และตามกฎหมาย อย่างที่เคยบอกว่า คนที่ไม่เคยทำผิดและไปกล่าวหาเขาแล้ว เขาก็กลายเป็นคนผิดไปแล้ว แต่ถ้าคนที่มีเจตนาไม่ดีจะมีพฤติกรรมส่อไปในทางไม่ดี แต่การกระทำอะไรต้องมีขอบเขต เพราะการระวังการรักษาความสงบเรียบร้อยเป็นไปตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตามทางทหารกับตำรวจ จะมีการดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างไรนั้น ทุกอย่างมีกฎกติกาส่วนกรณีที่ผู้ชุมนุมเรียกร้องให้ทหารออกมาช่วยนั้น ตนอยู่ในระเบียบวินัย ตนอยู่กับปัจจุบัน อนาคตเป็นแผน ขอให้มั่นใจว่า เราทำอะไรอย่างมีเหตุผล ตนจะทำในสิ่งที่ดีที่สุด ทำตามหน้าที่ ทำตามระเบียบวินัย อะไรต่างๆที่สนับสนุนรัฐบาลได้ จะทำเต็มที่ตามรูปแบบ ของกฎหมาย และกฎกติกา
พร้อมกันนี้ ตนขอชื่นชมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะจากการที่ตนไปเยี่ยม ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปก.ตร. ต้องชื่นชมทางตำรวจว่า มีประสิทธิภาพการทำงาน ซึ่ง ผบ.ตร. สามารถนั่งควบคุมสั่งการโรงพักตามต่างจังหวัดในคดีต่างๆ ได้เลยในทุกๆ คดี กลายเป็นว่าตำรวจในยุคนี้แถวชิดอยู่ตลอดเวลาพร้อมจะรายงานเหตุตลอดเวลา ข้อมูลต่างๆ สามารถขอได้เลย
MThai News









ฃ







