จากกระแสความดังของละครซีรีส์ชุด สุภาพบุรุษจุฑาเทพ ที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ทั้งหมด 5 เรื่องได้แก่ คุณชายธราธร คุณชายปวรรุจ คุณชายพุฒิภัทร คุณชายรัชชานนท์ และคุณชายรณพีร์ ซึ่งใกล้อวสานปิดฉากซีรี่ย์ไทยที่ฉายมายาวนานหลายเดือน
เล่นเอาสาวใหญ่สาวน้อยกรี๊ดกร๊าดไปตามๆกัน เรียกได้ว่าพอคุณชายคนนั้นจบ ก็มีคนนี้มาให้กรี๊ดใหม่อย่างต่อเนื่องซึ่ง Mthaiข่าวภาคซ่าส์ ขอนำเสนอเรื่องราวส่งท้ายคุณชายทั้ง 5 แห่งวังจุฑาเทพที่เกิดเป็นปรากฎการณ์บนสังคมไทย
แห่ตั้งชื่อลูกตามคุณชายแห่งวังจุฑาเทพ
ข้อมูลทะเบียนราษฎร์เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พบว่า มีประชาชนนำชื่อพระเอกของละครชุดสุภาพบุรุษจุฑาเทพมาตั้งชื่อบุตรที่เกิด ใหม่ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมาเป็นจำนวนกว่า 1,000 คน ตามลำดับ ดังนี้
อันดับที่ 1 คือชื่อ รัชชานนท์ จำนวน 664 คน
อันดับที่ 2 คือชื่อ พุฒิภัทร จำนวน 412 คน
อันดับที่ 3 คือชื่อ ธราธร 142 คน
อันดับที่ 4 ชื่อ ปวรรุจ จำนวน 112 คน
อันดับที่ 5 ชื่อ รณพีร์ จำนวน 26 คน
นอกจากนี้ยังมีชื่อ จุฑาเทพ อีกจำนวน 30 คน
บัญญัติ 10 คุณสมบัติสะใภ้จุฑาเทพ

คุณธาม เชื้อสถาปนศิริ นักวิชาการสื่อสาธารณะได้เขียนบทความเกี่ยวกับ “10 คุณสมบัติ” ของ “สะใภ้” วังจุฑาเทพ ที่มี “ย่าอ่อน กับ ย่าเอียด” เป็นผู้กำหนดมาตรฐานและอนุรักษ์ หรือเป็นคนถือมาตรฐานการเป็นสะใภ้ที่ดี ลองมาดูกันบ้างว่ามีอะไรบ้าง
” ……(1) ยึดมั่นใน ความดี ความงาม ความซื่อสัตย์ ความกตัญญู
(2) เป็นกุลสตรี เพียบพร้อมงานบ้าน งานเรือน การบ้าน การเมือง
(3) ทนงในศักดิ์ศรีของตนเอง เป็น ทิฐิสำคัญ
(4) เป็นแม่ศรีเรือน มีเสน่ห์ปลายจวัก รู้จักกาลเทศะ
(5) เป็นคู่คิด คู่ครองที่ดีเสมือนเหมือน ชูหน้าชูตาสามี
(6) รักผู้อื่น เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม รักความถูกต้อง ความกล้าหาญ ความซื่อตรง
(7) มีความมุมานะ อดทน ไม่ย่อท้อต่อความลำบาก
(8) มีการศึกษา เรียนรู้ และวิชาเป็น ปัญญาวุธ
(9) มีความยึดมั่นในความรักแท้ บริสุทธิ์ และศรัทธาในชายอันเป็นที่รัก!
(10) มีฐานะทางสังคมจากสืบสกุลสายเลือด เช่นเป็นคุณหญิง ท่านหญิง รัชทายาท หรือได้รับสถานะทางสังคม เช่น เป็นนางสาวสยาม….”
ผลสำรวจทัศนคติของคนไทย : ทางเอแบคโพลล์ ได้จัดทำผลสำรวจในหัวข้อ ดูละครแล้วย้อนดูสังคมไทย กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปใน 17 จังหวัดของประเทศ ยกกรณีตัวอย่างของละครเรื่องสุภาพบุรุษจุฑาเทพ พบว่า
เมื่อถามถึงการพบเห็นความเป็นสุภาพบุรุษของ ผู้ชายในสังคมไทยปัจจุบัน พบว่า
-ร้อยละ 76.7 ระบุพบเห็นน้อยถึง ไม่เคยเห็นเลย
-ร้อยละ 23.3 ระบุเคยพบเห็นมาก ถึง มากที่สุด
โดยที่ผ่านมาผู้คนในสังคมมักจะวิพากษ์วิจารณ์ละครที่มีแต่การตบตีกัน แย่งผัวแย่งเมียกัน และกลุ่มทุนผู้สร้างละครก็คิดว่า “ขายได้” โดยคิดว่ายิ่งถูกวิจารณ์ยิ่งได้รับความสนใจแต่ไม่คิดถึงความต้องการแท้จริงของสังคมว่า คนไทยส่วนใหญ่ต้องการความสงบสุข ความรื่นเริง อารมณ์ขัน ความเป็นสุภาพบุรุษ แบบละครเรื่องนี้
ซึ่งจากผลสำรวจผู้คนส่วนใหญ่ในสังคมอยากเห็นสังคมแห่งความช่วยเหลือเกื้อกูลมีน้ำใจต่อกันมากกว่า และเห็นได้ว่าภาพยนตร์หรือรายการโทรทัศน์ที่สนุกสนานขบขันก็สามารถโกยรายได้มหาศาล และละครที่สร้างสรรค์ก็ทำให้เสียงวิพากษ์วิจารณ์เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น จึงเสนอให้ “ผู้สร้างละครเป็นผู้สร้างสรรค์” เปลี่ยนแปลงสังคมไทยและรักษาความดีความงามที่เป็นเอกลักษณ์น่าชื่นชมของนานาประเทศทั่วโลกเอาไว้ตลอดไป
ขอบคุณข้อมูลจาก คุณธาม เชื้อสถาปนศิริ นักวิชาการสื่อสาธารณะ