ปลัด กห.นำเหล่าทัพแจงงบปี 57 รวม 1.8แสนล้าน ทัพบกเต็ง 1 มากสุด ยันงบส่วนนี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ
MThai News วานนี้ 15 ก.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 ที่มีนายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะรองประธานกมธ. เป็นประธานการประชุม ซึ่งเป็นการพิจารณาในส่วนงบประมาณของกระทรวงกลาโหม ซึ่งในปี 2557 ได้รับงบประมาณ วงเงิน 184,737,484,200 บาท เพิ่มขึ้นจากปี 2556 จำนวน 4,245 ล้านบาท คิดเป็น 2.35%

โดยมีพล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ปลัดกระทรวงกลาโหม นำทีมผบ.เหล่าทัพ ประกอบด้วย พล.อ.อ.บุญยฤทธิ์ เกิดสุข รองผบ.สส. มาแทน พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฎิมาประกร ผบ.สส. ติดราชการที่ประเทศพม่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผบ.ทร พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. เข้าร่วมชี้แจงต่อกมธ.โดยกล่าวถึงภารกิจ ภาพรวมของกระทรวงกลาโหม
โดยพล.อ.ทนงศักดิ์ กล่าวว่า กระทรวงกลาโหมมี 7 หน่วยงานในกำกับ ได้แก่ สำนักปลัดกระทรวงกลาโหม ได้รับงบประมาณ 6,140,097,100 บาท กรมราชองครักษ์ 684,585,900 บาท กองบัญชาการกองทัพไทย 15,144,614,800 บาท กองทัพบก 91,597,556,300 บาท กองทัพเรือ 32,216,788,200 กองทัพอากาศ 33,619,111,000 บาท
และสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (องค์การมหาชน) วงเงิน 1,334,730,900 บาท ซึ่งเงินงบประมาณที่ได้รับการจัดสรร ได้ดำเนินการภายใต้การบริหารราชการ ที่ได้กำหนดวิสัยทัศน์ให้สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม
เป็นองค์กรนำในด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ การพัฒนากองทัพไปสู่การพึ่งพาตนเอง และพัฒนาความร่วมมือด้านความมั่นคงกับต่างประเทศ โดยเฉพาะแผนงานการรองรับเข้าสู่ประชาคมอาเซียนจำนวน 5 หมื่นล้านบาทเศษ
ทั้งนี้หากดูผิวเผินกระทรวงกลาโหมอาจได้รับงบประมาณจำนวนมาก แต่เทียบกับภารกิจแล้วถือว่าไม่มาก เพราะส่วนใหญ่งบประมาณจะหมดไปกับค่าใช้จ่ายประจำ ค่าเบี้ยเลี้ยงของบุคลากร ที่มีมากกว่า 4.3 แสนคน
แม้การลงทุนของกระทรวงกลาโหมจะไม่ส่งผลต่อการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจโดยตรง แต่เรื่องดังกล่าวถือเป็นสิ่งที่จำเป็น และเป็นส่วนสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลในการป้องกันประเทศ รวมถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร
การสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงกับต่างประเทศ การป้องกันด้านสงคราม ที่จำเป็นต้องมีศักยภาพเพียงพอ และขอยืนยันว่าจะบริหารงบประมาณอย่างโปร่งใส ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อความมั่นคง การพิทักษ์รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ การปกป้องอธิปไตย รวมถึงการแก้ไขปัญหาในยามคับขันให้สามารถผ่านพ้นวิกฤตต่อไป
ส่วนภาพรวมสำนักปลัดกระทรวงกลาโหมนั้น มียุทธศาสตร์ในการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน งานเทิดทูน พิทักษ์ และรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ แผนสร้างความปรองดองสมานฉันท์และฟื้นฟูประชาธิปไตย แผนงานป้องกัน ปราบปราม และบำบัดผู้รักษายาเสพติด
และแผนงานเสริมสร้างระบบป้องกันประเทศ ที่ใช้งบประมาณ 6,056 ล้านบาท เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงกับประเทศเพื่อนบ้าน มิตรประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศ การบริการจัดการป้องกันประเทศ การวิจัย พัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีเพื่อการทหารและความมั่นคง เสริมสร้างพลังกองทัพ เพื่อพัฒนาประเทศ ตามยุทธศาสตร์ปกป้องประเทศ
เนื่องจากมีความจำเป็นต้องสร้างศักยภาพในด้านการรบให้ทัดเทียมกับประเทศอื่นที่ขณะนี้มีการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีไปไกลแล้ว โดยเฉพาะการรบใต้ผิวน้ำ ที่ต้องการเครื่องที่ทันสมัย มีศักยภาพ เพื่อการป้องกันอธิปไตยของประเทศ ตลอดจนการซ่อมบำรุง และการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับกำลังพล
MThai News