ที่ประชุม ดีเอสไอ เห็นชอบให้ออกหมายจับ”โล้นคำ”พุธนี้(17 ก.ค.) ข้อหาหลอกลวงตาม พ.ร.บ.คอมฯ และกระทำชำเราพรากผู้เยาว์ พร้อมประสาน ปปง. อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

วันนี้ (15 ก.ค.) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้เรียกประชุมพนักงานสอบสวนพิจารณาคดี นายวิรพล สุขพล หรือ อดีตหลวงปู่เณรคำ สรุปความเห็น โดยที่ประชุมมีมติใน 7 ประเด็น ได้แก่ 1.เห็นชอบขออนุมัติออกหมายจับ นายวิรพล ในวันพุธที่ 17 ก.ค.นี้ ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 กรณีเว็บไซต์ของ นายวิรพล เข้าข่ายเป็นการหลอกลวงประชาชน และฐานกระทำชำเรา และพรากผู้เยาว์เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี 2.ส่งเรื่องให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.)ดำเนินการเพิกถอนหนังสือเดินทางของ นายวิรพล ส่วนการเพิกถอนวีซ่าทางดีเอสไอจะประสานกับทางการของสหรัฐอเมริกาโดยตรง
นอกจากนี้ ดีเอสไอ จะทำการอายัดทรัพย์สินในบัญชีธนาคาร 41 บัญชี และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมจะมีหนังสือถึงกรมที่ดิน เพื่ออายัดที่ดินที่เป็นชื่อของ นายวิรพล ทั่วประเทศ รวมถึงส่งหนังสือไปยัง กรมการขนส่งทางบก ในการอายัดการโอนรถที่เป็นชื่อของ นายวิรพล ทั่วราชอาณาจักรด้วย
พร้อมทั้งประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ทำการยึดทรัพย์สินที่นอกเหนือจากบัญชีธนาคารที่เป็นชื่อของ นายวิรพล และในวันที่ 18 ก.ค.นี้ ดีเอสไอ จะยื่นเรื่องต่อศาลเยาวชนและครอบครัว จ.ศรีสะเกษ เพื่อมีคำสั่งให้เด็กอายุ 11 ปี ที่อ้างว่า เป็นบุตรซึ่งเกิดจาก นายวิรพล กับหญิงที่อ้างว่า มีความสัมพันธ์กันให้เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย และมีสิทธิ์รับค่าเลี้ยงดู ต่อไป
ขณะเดียวกัน นายสุขุม วงประสิทธิประธานเครือข่ายบ้านวิมุตติธรรม กล่าวว่า ได้ติดต่อพูดคุยกับอดีตหลวงปู่เณรคำโดยตรง และยังอ้างว่าอดีตหลวงปู่เณรคำไม่คิดอะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น ขออโหสิกรรมไม่เอาเรื่อง ไม่มีการฟ้องร้องใคร และขอแผ่เมตตาให้คนที่กล่าวหาขอให้มีแต่ความเจริญ
ส่วนที่บอกว่าจะเดินทางกลับมาประเทศไทยในวันที่ 31 กรกฎาคม ยังไม่แน่ชัดว่าจะได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ ไม่ขอเปิดเผยหลักฐานว่ามีการพูดคุย ติดต่อสื่อสารระหว่างตนกับหลวงปู่เณรคำ รวมทั้งที่อยู่ปัจจุบันของหลวงปู่เณรคำว่าอยู่ในประเทศไหน เพราะอาจมีผลต่อสิทธิมนุษยชนของหลวงปู่เณรคำ หากท่านต้องการเปิดเผยก็คงจะเปิดเผยด้วยตัวท่านเอง
“ขณะนี้การตั้ง 8 ข้อหาหนักของดีเอสไอ ก็ไม่มีหลักฐานชัดเจนอย่างน้อย 4 ข้อ 1.บอกว่าอวดอุตริ แต่ในคำตัดสินของคณะสงฆ์ศรีษะเกษให้ปาราชิก มีแต่เรื่องเสพเมถุน ไม่มีข้อหาอวดอุตริ 2.บอกว่าฉ้อโกงประชาชน กรณีหลวงปู่พุทธอิสระฟ้องร้องว่ามีการฉ้อโกง แต่ทางศาลก็ไม่รับฟ้อง 3.บอกว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เมื่อไปตรวจที่สำนักสงฆ์ป่าขันติธรรมก็ไม่พบหลักฐานใดๆที่จะชี้ชัดว่ามียาเสพติด 4.บอกว่าอ้างใช้ ดร.เถื่อนที่มหาวิทยาลัยสันติภาพ ก็มีการตรวจสอบแล้วว่าหลวงปู่เณรคำไม่มีความเกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยสันติภาพโลก” นายสุขุม กล่าว
MThai news