งานเข้า! สคบ. สั่งแบนโฆษณาเครื่องดื่ม อยากเป็นหมอ หวั่นทำเด็กเข้าใจผิด

จากกรณีที่สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์แห่งประเทศไทยในพระอุปถัมภ์ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี (สพท.) เคลื่อนไหวเรียกร้องให้ บริษัท โอสถสภา จำกัด ในฐานะผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มยี่ห้อหนึ่งโดยขอให้ละเว้นการนำนิสิตนักศึกษาแพทย์ มารับหน้าที่พรีเซ็นเตอร์ เพราะก่อให้เกิดภายลักษณ์ที่ไม่เหมาะสม และอาจเป็นการละเมิดหลักจรรยาบรรณนิสิตนักศึกษาแพทย์บางประการ

เครื่องดิ่ม,อยากเป็นหมอ,สคบ.

วานนี้ (29ก.ค.) นายจิรชัย มูลทองโร่ย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) อ้างถึงการได้รับหนังสือจากแพทยสภาขอหารือเกี่ยวกับการโฆษณาเครื่องดื่ม จึงได้ทำหนังสือถึงกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทโอสถสภาฯ เพื่อขอความร่วมมืองดแพร่ภาพการโฆษณาเครื่องดื่มดังกล่าวซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการสอบเข้าติดคณะแพทย์ด้านต่างๆ เพราะอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อผู้บริโภคได้ ดังนี้

1.การโฆษณาเกี่ยวกับสรรพคุณของเครื่องดื่มที่มีผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานสมอง รวมทั้งการสื่อให้เข้าใจว่าเมื่อดื่มแล้วจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ อาทิ คณะแพทยศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์

2.การโฆษณาที่สื่อให้เข้าใจว่าเมื่อเข้าร่วมโครงการเตรียมสมองพร้อมสอบจะสอบติดทั่วประเทศ

3.ความเหมาะสมของการนำนักศึกษาที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยต่างๆ มาโฆษณา โดยไม่ได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้อง

4.การสื่อให้เข้าใจว่าหากเข้าร่วมโครงการเตรียมสมองพร้อมสอบจะทำให้ได้เป็นแพทย์เฉพาะทาง เช่น จักษุแพทย์ จะต้องเรียนต่อโดยสอบเข้าเฉพาะด้านที่สูงกว่าปริญญาตรี และการเข้ามหาวิทยาลัยตามปกติ

ทั้งนี้ สำนักงาน สคบ.จะเชิญบริษัท โอสถสภาฯ ชี้แจงต่อคณะอนุกรรมการติดตามสอดส่องและวินิจฉัยการโฆษณาต่อไป

ขอบคุณภาพประกอบจาก สำนักข่าวอิศรา

MThai News

เครื่องดิ่ม,อยากเป็นหมอ,สคบ.

นักวิชาการชี้ ทุ่นเส้นผมดูดซับน้ำมันได้ แต่ไม่นิยมทำในทะเลเหตุเก็บยาก

นักวิชาการชี้ ทุ่นเส้นผมสามารถดูดซับน้ำมันดิบได้ แต่ไม่นิยมใช้ซับน้ำมันดิบรั่วในทะเลในทะเล เพราะต้องใช้ปริมาณมาก และสร้างปัญหาตามมาในระยะยาว ยากต่อการเก็บ

จากกรณีที่มีคลิปออกมาแสดงความจำนงค์ขอรับบริจาคเส้นผม เพื่อนำไปทำเป็นทุ่นไปยับยั้งคราบน้ำมันที่ไหลอยู่เต็มทะเล จ.ระยอง โดขณะนี้มีการแชร์เรื่องราวนี้ออกไปตามสื่อต่างๆ นั้น

ทุ่นเส้นผม, น้ำมันรั่ว ระยอง
ซากทุ่นเส้นผมของบริษัท BP ที่เคยใช้ดูดซับน้ำมันในอ่าวเม็กซิโก ปี2010

ล่าสุด ได้มีผู้ออกมาแสดงความเห็นต่อกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า ในการทดลองตามคลิป เป็นการทดลองในภาชนะหรือบรรจุภัณฑ์ซึ่งสามารถทำได้ แต่ในกรณีที่ไปใช้ในทะเลจริงๆ นั้นอาจทำให้คราบน้ำมันกระจายวงกว้างออกไปกว่าเดิม อีกทั้งการเก็บกำจัดเส้นผมเหล่านั้นก็ทำได้ยาก เพราะเมื่อโดนเส้นผมดูดเอาน้ำมามากจะทำให้หนักและจมลง

ทั้งนี้จากความเห็นดังกล่าว ได้สอดคล้องกับความเห็นของนายวิเชียร จุ่งรุ่งเรือง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ที่ให้ความเห็นถึงเรื่องดังกล่าวว่า เส้นผม และขนสัตว์ดูดซับน้ำมันสามารถทำได้จริง แต่ทำได้ในภาคครัวเรือนเท่านั้น และหากนำไปใช้กับทะเลก็คงไม่มีประโยชน์อะไรมากแถมจะเพิ่มมลภาวะทางทะเล

ด้านนางสุชนา ชวนิตย์ อาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ไม่เคยได้ยินว่า การใช้เส้นผมดูดซับคราบน้ำมันจะได้ผลจริง ได้ยินแต่เพียงการใช้ฟางมัดก้อนใหญ่ๆ ซับคราบน้ำมัน ซึ่งสามารถช่วยได้บ้างแต่ไม่เยอะ สิ่งสำคัญ คือ ต้องป้องกันไม่ให้คราบน้ำมันกระจายออกไปยังพื้นที่อื่นมากกว่า

อย่างไรก็ดีมีรายงานว่า ก่อนหน้านี้ บริษัทบีพี ได้เคยใช้วิธีการนี้กำจัดน้ำมันที่รั่วไหลในอ่าวเม็กซิโกมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน แต่ก็ต้องยุติปฏิบัติการณ์ดังกล่าวลง  เพราะมีวิศวกรรายหนึ่งแย้งว่า ทุ่มผมนั้นอาจทำให้สถานการณ์การยับยั้งน้ำมันแย่ลง เพราะจะเกิดปัญหาซากเส้นผมจำนวนมากตามมานั่นเอง

MThai News

…………………………………………………………

ข่าวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ทุ่นเส้นผม

ชาวเน็ตช่วยแชร์ ขอบริจาคเส้นผมคน ดักคราบน้ำมันที่ระยอง
ชาวเน็ตช่วยแชร์ ขอบริจาคเส้นผมคน ดักคราบน้ำมันที่ระยอง หลังพบมีคุณสมบัติขจัดคราบดังกล่าวได้

พระเทพ พระราชทานบ้านให้ดญ.ชาวอยุธยา

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานบ้านให้ เด็กหญิง วัย 14 ปี ชาวอยุธยา หลังถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหลัง

พระเทพฯพระราชทานบ้านหลังใหม่

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า พระราชทานบ้านให้ ด.ญ.กัญติสา สินธุสุวรรณ อายุ 14 ปี เรียนอยู่โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย พักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 7/2 หมู่ 1 ต.พระขาว อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา

สืบเนื่องมาจากบ้านได้ถูกไฟไหม้ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2555 สาเหตุมาจากไฟฟ้าลัดวงจร ไหม้ไปทั้งหลัง ทำให้ไม่มีที่อยู่อาศัย ฐานะยากจน ไม่มีกำลังสร้างบ้านใหม่ ประกอบกับ บ้านหลังเก่าถูกน้ำท่วมทุกปี เนื่องจาก อ.บางบาล เป็นที่ราบลุ่มท้องกระทะ

ด.ญ.กัญติสา ได้ทำหนังสือกราบบังคมทูล ทราบถึงความเดือดร้อนฐานะยากจน พ่อแม่ มีอาชีพรับจ้าง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จึงโปรดเกล้า พระราชทานเงิน จำนวน 300,000 บาท ร่วมกับ ธนาคารสงเคราะห์ หน่วยงานต่าง ๆ อีก 200,000 บาท พร้อมเครื่องครัวครบชุด สร้างบ้านให้ ด.ญ.กัญติสา โดยมี นายสำเริง เอี่ยมสะอาด รองราชเลขานุการใน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นผู้แทนพระองค์