โพลชี้จำนำข้าวฉุดคะแนนนิยมรัฐ-ปฏิวัติก็แก้โกงไม่ได้

สวนดุสิตโพล ประชาชน ชี้โครงการจำนำข้าวฉุดคะแนนนิยมรัฐลดลง กังวลนักการเมืองขัดแย้งและคอร์รัปชั่น ขณะที่ ABAC เผย ปชช.มองแก้ทุจริตยาก แม้ปฏิวัติก็แก้ไม่ได้ จี้ รัฐบาลเปิดการใช้จ่ายงบฯให้ตรวจสอบ

โพล, ข่าวจำนำข้าว, ปฏิวัติ

สวนดุสิตโพล สำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง การเมืองไทยและรัฐบาลในสายประชาชน จาก 1,499 ตัวอย่าง ถึงความกังวลและความกลัวของประชาชนต่อการเมืองไทย ณ วันนี้ พบว่า
ร้อยละ 35.63 กังวลและกลัวความไม่สามัคคีและความขัดแย้งของนักการเมือง
ขณะที่ ร้อยละ 31.49 กังวลและกลัวการทุจริตคอร์รัปชั่น ส่วนผลงานของรัฐบาลที่เข้าตาประชาชน และทำให้คะแนนนิยมดีขึ้นนั้น
ร้อยละ 38.14 เห็นว่า เป็นการขึ้นเงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาท และการขึ้นค่าแรง 300 บาท
ขณะที่ ร้อยละ 19.49 เห็นว่า เป็นการปราบปรามยาเสพติด

นอกจากนี้ ผลงานของรัฐบาลที่ฉุดความนิยมรัฐบาลให้ลดลงนั้น พบว่า ร้อยละ 47.13 เห็นว่า เป็นโครงการรับ
จำนำข้าว ขณะที่ ร้อยละ 14.56 เห็นว่า เป็นการทุจริตคอร์รัปชั่นในโครงการต่างๆ ของรัฐ

ABAC โพล คนมองแก้โกงยาก ถึงปฏิวัติก็แก้ไม่ได้

สำนักวิจัยเอแบคโพล เผยผลสำรวจ เรื่อง ความคิดเห็นของประชาชนต่อแนวทางการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น จากประชาชนใน 17 จังหวัด จำนวน 2,442 คน พบว่า
ร้อยละ 73.5 คิดว่า การประกาศต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นได้
ขณะที่ ร้อยละ 65.8 คิดว่า รัฐสภา ไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นได้
ร้อยละ 51.2 คิดว่า องค์กรอิสระ ไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นได้
ส่วนร้อยละ 57.1 คิดว่า ผู้ใหญ่ชนชั้นนำในสังคม ไม่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นได้

นอกจากนี้ ร้อยละ 78.5 คิดว่า การทำรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาล ไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นได้เช่นกัน
ขณะที่ ร้อยละ 80.3 คิดว่า การชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาล ไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นได้
ทั้งนี้ร้อยละ 59.0 คิดว่า การปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ ไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นได้

อย่างไรก็ตาม มีเพียงประเด็นเดียวที่กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 58.8 คิดว่าจะสามารถช่วยแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นได้ คือ การประกาศการใช้จ่ายงบประมาณให้คนทั้งประเทศรู้ว่า รัฐบาลใช้จ่ายเงินและกระจายไปให้องค์กร บริษัทใดบ้าง เพื่อประชาชนจะได้ช่วยกันตรวจสอบในรายละเอียด

ตร.จับแว้นป่วนพระราม6 ยึดจยย.45คัน

ตำรวจพญาไท ปิดล้อมสกัดจับเด็กแว้นซิ่งป่วนพระราม 6 ได้ผู้ต้องหา 21 คน ยึด รถ จยย. 45 คัน นำตัวตรวจสารเสพติด เตรียมส่งศาลจันทร์นี้

พ.ต.ท.จุมพล คณานุรักษ์ รองผู้กำกับการจราจร สถานีตำรวจนครบาลพญาไท พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 80 นาย ร่วมกันวางแผนสกัดจับกลุ่มวัยรุ่น รวมตัวกันแข่งขันรถจักรยานยนต์บนทางสาธารณะ ซึ่งมักจะรวมตัวกันในคืนวันศุกร์และวันเสาร์ ในพื้นที่รับชอบของสถานีตำรวจนครบาลพญาไท

เด็กแว้น, จับเด็กแว้น, ข่าวจับเด็กแว้น

ด้าน พ.ต.ท.จุมพล เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบพบว่า มีกลุ่มวัยรุ่นรวมตัวกันเพื่อเตรียมแข่งขันรถจักรยานยนต์ จึงวางแผนนำกำลังปิดล้อมพื้นที่เพื่อสกัดจับ โดยได้มีการประสานรถสามล้อเครื่องประมาณ 80 คัน เข้าปิดแยกอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และแยกตึกชัย ถนนพระราม 6

จนกระทั่งเวลาประมาณ 04.00 น. กลุ่มวัยรุ่นได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านเข้ามาในบริเวณดังกล่าว จึงแสดงตัวเข้าจับกุม ซึ่งระหว่างนั้น กลุ่มวัยรุ่นที่ขับขี่รถจักรยานยนต์มาประมาณ 80 คัน ได้พยายามหลบหนี ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถยึดรถจักรยานยนต์ได้ 45 คัน จับกุมวัยรุ่น 21 คน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นเยาวชนจำนวน 7 คน

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แยกทำประวัติ พร้อมนำตัวไปตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดในร่างกาย และตรวจสอบรถจักรยานยนต์ ว่าเป็นรถที่ถูกโจรกรรมมาหรือไม่ จากนั้นจะมีการแจ้งข้อกล่าวหา แข่งขันรถจักรยานยนต์บนทางสาธารณะ กับกลุ่มวัยรุ่นทั้งหมด ก่อนนำตัวส่งศาลเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ในช่วงเช้าวันจันทร์ ที่ 15 กรกฎาคมนี้

ศาลไม่อนุมัติค้นกุฏิ ‘พระเณรคำ’หาดีเอ็นเอ

นิติวิทยาศาสตร์ เผย ศาลไม่อนุมัติค้นกุฏิ “พระเณรคำ” นำวัตถุพยานเทียบดีเอ็นเอหญิงถูกข่มขืนและลูก หลวงปู่เณรคำ

พ.ท.นพ.เอนก ยมจินดา ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงการตรวจสอบดีเอ็นเอ หญิงที่อ้างว่า ถูก พระเณรคำ ข่มขืน ก่อนอายุ 15 ปี จนมีลูกด้วยกันว่า ศาลไม่อนุมัติหมายค้น กุฏิและบ้านพักของพระเณรคำ เจ้าหน้าที่จึงไปเก็บวัตถุพยาน เช่น แปรงสีฟัน สบง จีวร มาตรวจเทียบดีเอ็นเอ ไม่ได้

ส่วนพ่อแม่และญาติพระเณรคำ ก็ยังไม่ยอมมอบดีเอ็นเอ มาให้เจ้าหน้าที่ ตอนนี้จึงทำได้เพียงการตรวจดีเอ็นเอของหญิงสาว ที่อ้างว่าถูกพระเณรคำข่มขืน เทียบกับลูก เพื่อยืนยันว่า เป็นแม่ลูกกันจริงก่อน ซึ่งขณะนี้ วิธีการที่จะตรวจเทียบดีเอ็นเอ ที่ง่ายที่สุดคงต้องรอให้ทางเอฟบีไอ จับตัวพระเณรคำ ได้ก่อน แล้วส่งผลมาเทียบกับทางแลปของนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้เหมือนกันทั่วโลก