ไข้เลือดออกระบาดหนัก!ไข้ลดช็อคเสียชีวิต

สธ.เผยยอดผู้ป่วยไข้เลือดออก 9 เดือน จำนวน 67,889 ราย เสียชีวิต 71 ราย สูงกว่าปีที่แล้ว 3.2 เท่า แพทย์เตือนช่วงอัตรายไข้ลดระวังช็อกเสียชีวิต

09

สถานการณ์การระบาดของโรคไข้เลือดออกทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จากสถิติของกระทรวงสาธารณสุขตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 9 กรกฎาคม 2556 ปรากฏว่ามีผู้ป่วยไข้เลือดออกแล้ว 67,889 ราย เสียชีวิต 71 ราย สูงกว่าปีที่แล้ว 3.2 เท่า กลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยสูงสุด คือ 15-24 ปี (ร้อยละ 28.91) ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มนักเรียน (ร้อยละ 51.60) และกลุ่มอายุที่พบเสียชีวิตสูงสุด คือ 15-24 ปี (ร้อยละ 28.17) ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มนักเรียน (ร้อยละ 47.89) เช่นกัน

ดร.นายแพทย์พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า อาการหรือสัญญาณอันตรายของไข้เลือดออก ได้แก่ ไข้สูงลอยเกิน 2 วัน อาเจียน เบื่ออาหาร กินยาแล้วไข้ไม่ลดลงภายใน 1-2 วัน ถ้ามีอาการใดอาการหนึ่งให้รีบไปพบแพทย์โดยเร็ว เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาให้ทันท่วงที เมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นไข้เลือดออกในระยะแรกแล้ว มักให้ผู้ป่วยกลับมารักษาตัวที่บ้าน ซึ่งผู้ดูแลก็สามารถใช้วิธีปฏิบัติง่ายๆ คือ การเช็ดตัวให้ผู้ป่วยไม่ให้ตัวร้อนจัด รับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง ให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารอ่อนและอาหารที่ทำให้ร่างกายสดชื่น เช่น น้ำเกลือแร่ น้ำผลไม้ และพักผ่อนมากๆ

และที่สำคัญต้องคอยเฝ้าสังเกตอาการที่เปลี่ยนแปลงของผู้ป่วยอยู่เสมอ โดยเฉพาะช่วงที่ไข้ลดลงประมาณวันที่ 3-4 ถ้าผู้ป่วยฟื้นไข้ สดชื่น วิ่งเล่นได้ แสดงว่าหายป่วย และปลอดภัยจากโรคไข้เลือดออกแล้ว แต่ถ้าพบว่าผู้ป่วยซึมลง อ่อนเพลียมาก กินและดื่มไม่ได้ กระสับกระส่าย มือเท้าเย็น ปวดท้องกะทันหัน หรืออาเจียนเป็นเลือด แสดงว่าเข้าสู่ภาวะช็อก ต้องรีบนำผู้ป่วยกลับไปพบแพทย์อีกครั้งโดยเร็วที่สุด

สำหรับโรคไข้เลือดออก ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน ไม่มียารักษาเฉพาะ เมื่อป่วยแล้วแพทย์จะรักษาตามอาการ ซึ่งช่วงที่อันตรายของโรค คือ ช่วงที่ไข้ลดลง เนื่องจากเป็นช่วงที่เข้าสู่ระยะช็อก ซึ่งหากรักษาไม่ทันจะทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตภายใน 1 วันได้ และพบว่าผู้ป่วยที่เสียชีวิตส่วนใหญ่เนื่องมาจากมาพบแพทย์ช้าเกินไปในช่วงที่ไข้ลดแล้วช็อกนั่นเอง

เพราะฉะนั้น เมื่อป่วยเป็นไข้สูงเกิน 2 วัน อย่านิ่งนอนใจรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลฮอตไลน์ กระทรวงสาธารณสุข 1422 และศูนย์ปฏิบัติการกรมควบคุมโรค โทร 02 590 3333

MThai news

ด่วน! ราคาน้ำมันขึ้นอีก60 ส.ต.แก๊สโซฮอล์ทะลุ 40 บาทแล้ว

เชลล์ อั้นไม่อยู่ประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินอีก 60 สต./ลิตร วันนี้ (12 ก.ค.) ส่งให้ราคาแก๊สโซฮอล์ 95 ทะลุ 40 บาทแล้ว หลังสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น

07

บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย ประกาศปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์อีกลิตรละ 60 สตางค์ขณะที่ ดีเซล ยังคงเดิม ลิตรละ 29.99 บาท โดยมีผลตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา หลังสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นส่งผลให้ราคาน้ำมันในสถานีบริการของ เชลล์ เขตกรุงเทพฯและปริมณฑล เป็นดังนี้ เบนซิน 95 ลิตรละ48.05 บาท , แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 40.53 บาท , แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 38.08 บาท และ E20 ลิตรละ 35.58 บาท ส่วนดีเซล ยังคงที่อยู่ลิตรละ 29.99 บาท

MThai news

กรมวิทยาศาสตร์ฯ ตรวจข้าวถุง ไม่พบสารตกค้าง

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยผลตรวจข้าวถุง ไม่พบสารตกค้างตามข่าวลือในโลกออนไลน์ ค่ายีสต์เชื้อราน้อยกว่ามาตรฐานมาก

ตรวจข้าว

น.พ.นิพนธ์ โพธิ์พัฒนชัย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แถลงผลตรวจข้าวสารบรรจุถุงที่จำหน่ายในท้องตลาด หลังในสังคมออนไลน์ มีข่าวลือพบสารตกค้างที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ว่า

จากการตรวจสอบข้าวบรรจุถุงชนิดต่างๆ 54 ตัวอย่าง ได้แก่ ข้าวตราฉัตร, ตราฉัตรทอง, ตราฉัตรอรุณ, ตราฉัตรทิพย์, ตราฉัตรอุบล, ตราเบญจรงค์ ตรามาบุญครอง ข้าวหอมปทุมตราบิ๊กซี ฯลฯ ผลการตรวจจากแล็บ ยืนยันว่าข้าวตัวอย่างทุกชนิด มีความปลอดภัยต่อการบริโภค ไม่พบสารเคมีที่ใช้รมข้าว ไม่พบสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้าง และสารพิษจากเชื้อรา

ส่วนผลการตรวจจำนวนยีสต์และเชื้อราในข้าวสารถุง พบว่าน้อยกว่า 10 CFU ต่อกรัม ส่วนข้าวบรรจุกระสอบแบ่งขาย พบ 50 CFU ต่อกรัม น้อยกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ที่ 1,000 CFU ต่อกรัม ส่วนสิ่งแปลกปลอม พวกมด มอด แมลง มีบ้าง แต่น้อยมาก