ยิ่งลักษณ์ เข้ารับตำแหน่ง รมว.กลาโหม ลั่นไม่ล้วงโผทหาร

ยิ่งลักษณ์ เข้ารับตำแหน่ง รมว.กลาโหม ลั่นไม่ล้วงโผทหาร ขณะที่สื่อวิจารณ์แซด ผิดทำเนียมไม่ไหว้ศาลหลักเมือง ด้านผบ.ทัพสีหน้าเคร่งขรึม ไม่ยิ้มแย้ม

ผู้สื่อข่าว MThai News รายงานว่า ที่กระทรวงกลาโหม เมื่อเวลา 11.09 น. 11 ก.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางเข้ามายังกระทรวงกลาโหมเพื่อประกอบพิธีรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าเคลีย์พื้นที่กลุ่มผู้ชุมนุมที่มาชุมนุมอยู่บริเวณด้านหน้ากระทรวงกลาโหม

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, กลาโหม, ข่าวยิ่งลักษณ์

ทั้งนี้เมื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางมาถึง พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม พร้อม พล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)

พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) และคณะนายทหารระดับสูงได้รอให้การต้อนรับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อย่างพร้อมเพรียง โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เข้าสักการะเจ้าพ่อหอกลองและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในกระทรวงกลาโหม

พร้อมกันนี้ ทางกระทรวงกลาโหมยังได้จัดพิธีสวนสนามจากกองทหารเกียรติยศผสม 3 เหล่าทัพ เพื่อต้อนรับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อย่างสมเกียรติ จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับ รมช.กลาโหม ปลัดกกระทรวง ผบ.สส. และ ผบ.เหล่าทัพ พร้อมรับฟังบรรยายสรุปการทำงาน

พร้อมกันนั้นในเวลา 13.16 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้แถลงข่าวแก่สื่อมวลชน (ทีมติดตามนายกฯ) และสื่อมวลชนสายทหาร โดยมีผู้บัญชาการเหล่าทัพยืนอยู่บริเวณด้านหลัง “ด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึม ไม่ยิ้มแย้ม”

โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ แถลงว่า วันนี้ได้มีการประชุมร่วมกับผบ.เหล่าทัพเพื่อมอบนโยบาย กับกระทรวงกลาโหม โดยมีการพูดคุย และได้รับการตอนรับที่อบอุ่นจากกองทัพ ตนเองขอยืนยันในฐานะรมว.กลาโหม และรัฐบาลที่ทำงานร่วมกับกองทัพมา 2 ปีว่า

รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างสูงสุดต่อการพิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนเป็นหลัก โดยเราจะยึดถือปฏิบัติตามนโยบายของคณะรัฐมนตรีที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา รวมถึงการปฏิบัติตามแนวทางแห่งรัฐที่ได้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

และตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ รวมถึงร่วมกันสนับสนุนและเผยแพร่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการพระราชกรณียกิจ และพระบรมราโชวาทต่างๆอย่างต่อเนื่อง

พร้อมกันนี้ ในฐานะที่กระทรวงกลาโหมเป็นหน่วยงานหลักในการดูแลเรื่องความมั่นคง และเป็นเสาหลักในการค้ำจุน สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และป้องกันประชาธิปไตยเพื่อความผาสุกของประชาชน ตนได้ยืนยันกับกองทัพว่า เราจะร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น อย่างเต็มศักยภาพ

ตนได้ยืนยันกับที่ประชุม และกองทัพว่า มีความตั้งใจเข้ามาทำงาน เพื่อช่วยเหลือสนับสนุนการทำงาน ของกระทรวงกลาโหมให้เดินไปอย่างราบรื่น มีประสิทธิภาพ พร้อมร่วมผลักดันและแก้ไขปัญหาต่างๆ หรือลดอุปสรรคในการทำงาน และในฐานะที่อยู่ในส่วนของรัฐบาลจะมีการบูรณาการกับกองทัพให้เกิดเอกภาพ และการทำให้ราบรื่น

ตนอยากเห็นการแก้ไขปัญหาต่างๆโดยรวดเร็ว เช่น การแก้ปัญหาเรื่อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยาเสพติด ปัญหาก่อการร้าย ยาเสพติด และปัญหาการลักลอบเข้าเมือง สิ่งต่างๆเหล่านี้จะร่วมมือทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อให้การแก้ปัญหาสำเร็จเป็นรูปธรรม

ขณะเดียวกัน ขอให้กองทัพทำงานร่วมกันเพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน การเตรียมกำลังพลให้เพียงพอ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะที่เปลี่ยนแปลงไปว่า ในอนาคตเราหากเราเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เราจะดูแลพี่น้องประชาชนอย่างไร

ตนได้ฝากในที่ประชุมให้ดูแลเรื่องความสงบตามแนวชายแดน ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนั้นยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านกิจการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของกระทรวงกลาโหม เพื่อนำไปสู่การพึ่งพาตนเอง

ส่วนปัญหาชายแดนภาคใต้จะมีการร่วมกันบูรณาการงานของรัฐบาล กอ.รมน. และงานด้านความมั่นคง และร่วมกันทำแผนพัฒนาเพื่อให้เกิดการสร้างเสริมเศรษฐกิจชายแดนภาคใต้

ส่วนการทำงานเพื่อให้เกิดขวัญและกำลังใจ แก่เจ้าหน้าที่ รัฐบาลยินดีจะดูแลในการสร้างขวัญและกำลังใจของกำลังพลทุกระดับชั้นของกองทัพ โดยเฉพาะนายทหารชั้นประทวน ทหารผ่านศึก และผู้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยง ดิ

ฉันมีความยินดีให้การสนับสนุนกองทัพ ทั้งในฐานะ รมว.กลาโหม และ รัฐบาล เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา ลดอุปสรรค เพื่อให้บรรยากาศของกองทัพเป็นไปอย่างราบรื่น และเพื่อประโยชน์สูงสุด

ขณะที่รู้สึกอบอุ่นหรือไม่ที่ได้มานั่งอยู่ท่ามกลาง ผบ.เหล่าทัพนั้น จากการทำงาน 2 ปีที่ผ่านมา เราเข้าใจภารกิจของกองทัพ และการเข้ามาทำงานในวันนี้จะทำให้เข้าใจว่า จะทำอย่างไรให้ภารกิจในภาพรวมของรัฐบาลและประเทศดีขึ้น ส่วนเหตุผลที่ตนต้องมานั่ง ควบตำแหน่งรมว.กลาโหมนั้น ไม่ได้มีอะไร เพียงแค่เราอยากจะร่วมมือกันทำงาน และสนับสนุนให้เต็มที่มากกว่า

นี่คือ ประเด็นและเจตนารมณ์ ส่วนแนวความคิดในการปรับย้ายทหารประจำปีนั้น ขอให้เป็นไปตามขั้นตอนของสภากลาโหมที่จะพิจารณาดูแล และสนับสนุนให้ความเป็นธรรม รวมถึงให้โอกาสผู้ที่ทำงาน

ยืนยันว่า ไม่มีการล้วงลูกโผทหาร เพราะเราทำงานร่วมกับ ผบ.เหล่าทัพมา 2 ปีแล้ว คงจะทราบกันดี และในฐานะรมว.กลาโหม ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะทำให้งานไม่ราบรื่น เพราะเราอยากเห็นการทำงานที่มีความสามัคคีและราบรื่น เราเล็งเห็นการทำงานให้เป็นรูปธรรม

ส่วนนายกรัฐมนตรียังไว้วางใจ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหมหรือไม่นั้น ทุกคนต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ส่วนกรณีคลิปเสียงคล้ายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และพล.อ.ยุทธศักดิ์ สนทนาพาดพิงเหล่าทัพนั้น ทุกอย่างจะต้องพิสูจน์ที่การทำงาน เชื่อว่า การทำงานของกองทัพทุกคนต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน

เราต่างคนต่างทราบภารกิจของตัวเอง ทั้งนี้กองทัพจะให้โอกาสทำงานร่วมกัน ซึ่งได้ประกาศเจตนารมณ์แล้วว่า การที่เข้ามาทำงานในตำแหน่งเพื่อต้องการเสริมการทำงานด้วยกัน ส่วนการตรวจสอบข้อเท็จจริงคลิปดังกล่าวนั้น ต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิสูจน์ และดำเนินการไปตามขั้นตอน ทั้งนี้ขอให้พิสูจน์ในเรื่องการทำงานดีกว่า เรามาดูเรื่องผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลัก

นอกจากนี้ จะต้องให้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกหรือไม่นั้น ไม่เกรงใจท่านบ้างเลยหรือ เพราะ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ยืนอยู่ตรงนี้ ส่วนพล.อ.ยุทธศักดิ์ ยังเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งรมช.กลาโหมต่อไปนั้น การทำงานต่าง ๆ ต้องพิสูจน์ที่ผลงานเราไม่สามารถบอกได้ว่าท่านไหนเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม ผลงานจะเป็นเครื่องพิสูจน์

ขณะที่ผบ.เหล่าทัพจะหวาดระแวงในตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กับพล.อ.ยุทธศักดิ์ และรัฐบาลหรือไม่นั้น หากกองทัพมีความหวาดระแวงคงหวาดระแวงไปนานแล้ว เชื่อว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะทำให้กองทัพไม่สบายใจ เราอยากเห็นประเทศเดินไปข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงสาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ยกเลิกกำหนดการเข้าสักการะศาลหลักเมืองตามขั้นตอนประเพณีการปฏิบัติการเข้ารับตำแหน่งของรมว.กลาโหม โดยได้เข้ามาสักการะเจ้าพ่อหอกลองและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในกระทรวงกลาโหมเลยหลังมีกลุ่มผู้ชุมนุม จึงเกิดกระแสวิพากย์วิจารณ์ของสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก

MThai News

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, กลาโหม, ข่าวยิ่งลักษณ์

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, กลาโหม, ข่าวยิ่งลักษณ์

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, กลาโหม, ข่าวยิ่งลักษณ์

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, กลาโหม, ข่าวยิ่งลักษณ์

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, กลาโหม, ข่าวยิ่งลักษณ์

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, กลาโหม, ข่าวยิ่งลักษณ์

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, กลาโหม, ข่าวยิ่งลักษณ์

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, กลาโหม, ข่าวยิ่งลักษณ์

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, กลาโหม, ข่าวยิ่งลักษณ์

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, กลาโหม, ข่าวยิ่งลักษณ์

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, กลาโหม, ข่าวยิ่งลักษณ์

จับแก๊งค้าแมว ข้ามแม่น้ำโขง นำไปปรุงอาหาร เหมือนสุนัข

เมื่อเวลา 10.30 น.วันนี้ (11ก.ค.) พ.ต.อ.ณัฐนนท์ ประชุม ผกก.สส. 1 บก.สส.ภ 4 พร้อมพ.ต.อ. ศักดิ์ชาย สาดมะเริง ผกก.สภ.บ้านแพง ได้นำกำลังเข้าจับกุมขบวนการค้าแมวข้ามชาติ ที่บริเวณ อ.บ้านแพง จ. นครพนม

แก๊งค้าแมว,แม่น้ำโขง

ทั้งนี้พบนาย สดใส อำภะวา อายุ 26 ปี ชาวอ.ลำปายมาศ จ.บุรีรัมย์ พร้อมรถกระบะ บนถนนบ้านคำเจริญ ต.หนองแวง อ.บ้านแพง จ.นครพนมภายในรถพบ ลังพลาสติกจำนวน 6 ลัง  ภายในพบแมวที่ยังมีชีวิตอยู่ ถูกขังอยู่อย่างแออัดลังละ 15 ตัว รวมกว่า 90 ตัวจึงทำการจับกุม

นายสดใส ให้การว่ารับจ้างขับรถคันดังกล่าวจากเจ้าของแมวในอ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม เป็นเงิน 2,000บาท ให้มาส่งที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง อ.บ้านแพง จ.นครพนม เมื่อไปถึงแล้วจะมีคนมารับ เพื่อลงเรือส่งข้ามไปขายประเทศเพื่อนบ้าน ปลายทางประเทศเวียดนาม เพื่อนำไปปรุงเป็นเมนูเปิบพิสดาร ลักษณะคล้ายสุนัข

โดยการจับกุมครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่พบการส่งออกแมวข้ามชาติ สำหรับแมวที่จับได้เจ้าหน้าที่จะได้ประสานงานกับปศุสัตว์จังหวัด าทางดูแลช่วยเหลือต่อไป เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะเทียบเคียงแจ้งข้อหาหนักเหมือนการค้าสุนัข

ขอบคุณภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้

MThai News

DSIเจอรถเณรคำเพิ่มอีก 35 คัน!

ยิ่งคุ้ย ยิ่งเจอ ขุนทรัพย์ เณรคำ ล่าสุด DSI พบหลักฐานเพิ่ม ซื้อรถยนต์อีก 35 คัน หลายรุ่น หลายยี่ห้อ ทั้งยังได้ ดีเอ็นเอพี่ชายคนละแม่ มาพิสูจน์แล้ว

13

ความคืบหน้าคดีเกี่ยวกับพฤติกรรมและการกระทำโดยมิชอบของพระวิรพล ฉัตติโก หรือ หลวงปู่เณรคำ ล่าสุด นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เผยว่า ได้รับรายงานจาก พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ว่า ตรวจสอบพบพระวิรพลซื้อรถยนต์เพิ่มเติมจากเดิมอีก 35 คัน โดยเป็นรถยนต์และรถตู้หลายรุ่น หลายยี่ห้อ โตโยต้า คัมรี, มาสด้า ที่ได้ซื้อมาจากหลายแหล่ง ซึ่งข้อมูลการครอบครองรถททางดีเอสไอมีข้อมูลชัดเจนว่าเป็นการซื้อในชื่อของพระวิรพล

อย่างไรก็ตาม การตรวจดีเอ็นเอพ่อและแม่ของพระวิรพลขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานความคืบหน้า แต่เบื้องต้นสามารถตรวจดีเอ็นเอญาติสนิทคือพี่ชายต่างมารดาได้แล้ว 1 คน ซึ่งขอยืนยันว่าจะใช้ทุกวิถีทางในการนำผลตรวจทางดีเอ็นมาพิสูจน์ให้ได้

MThai news