ผบ.ทอ. เผย ผบ.สส. เตรียมนัด เหล่าทัพ ถก คลิปเสียงทักษิณแสดงจุดยืน ชี้ไม่โกรธ บิ๊กอ๊อด เรียก “ไอ้” หวังคลิปเสียงไม่ใช่เรื่องจริง
ผู้สื่อข่าว MThai News รายงานว่า ที่หอประชุมกองทัพอากาศ เมื่อเวลา 08.30 น. 9ก.ค. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีคลิปคล้ายเสียงของพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม สนทนากับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า

ฟังตอนแรก ตนยังงง คิดว่า เป็นเรื่องจริงหรือไม่ ซึ่งในเร็วๆ นี้ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด จะหารือกับผบ.เหล่าทัพ และจะแถลงข่าวเพื่อแสดงท่าทีของผบ.เหล่าทัพ ต่อเรื่องดังกล่าว
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา ตนได้มีโอกาสไปเยือนประเทศพม่าพร้อมกับพล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ด้านกีฬา ซึ่งเป็นกำหนดการล่วงหน้าไม่ได้เกี่ยวข้องกับคลิปดังกล่าว และได้มีโอกาสพบกับ ผบ.สส.ประเทศพม่าด้วย
โดยเราอยากให้พม่าเข้าใจว่า กองทัพไทยยังคงมีจุดยืนที่มั่นคงในเรื่องของการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง 2ประเทศ มากกว่าจะทำให้เกิดความเคลือบแคลงใจกัน
แต่พล.อ.ธนะศักดิ์ได้พูดคุยกับผบ.สส.พม่าเรื่องคลิปหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ เพราะตนไม่ได้เข้าไปพูดคุยด้วย คงต้องสอบถามพล.อ.ธนะศักดิ์เอง แต่ตนเห็นพล.อ.ธนะศักดิ์ มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสดี โดยเราจะเดินทางไปพม่าอีกครั้งในวันที่ 14-15 ก.ค.นี้ เพื่อไปปิดการแข่งขันกีฬาที่ประเทศพม่าฃ
ทั้งนี้ ผบ.เหล่าทัพ ยังเชื่อใจ พล.อ.ยุทธศักดิ์ อยู่หรือไม่นั้น เชื่อว่าทางเหล่าทัพจะแสดงบทบาทได้ชัดเจนในการทำหน้าที่ และคงจะต้องมั่นคงในการที่จะทำงานต่อไป เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ และสิ่งสำคัญกองทัพยังคงยืนหยัดในการรักษาชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
ส่วนที่มีการพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างตนกับพล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรีนั้น ตนฟังและพยายามทบทวนแล้วยังไม่เข้าใจว่า หมายความว่าอย่างไร แต่ความสัมพันธ์ ตนเคยเป็นผู้ใต้บังคับชาของท่านมาเป็นเวลานาน และตนยังอยู่ในตำแหน่ง ที่ต้องทำงานสำคัญให้กับท่าน
ดังนั้นในแง่การทำงานหรือส่วนตัว ตนยังเคารพรักและศรัทธาในตัวของท่าน สิ่งที่พูดกันในคลิป ยังไม่เข้าใจว่า สื่อความหมายอย่างไร และคงต้องรอการพิสูจน์ว่า คลิปดังกล่าวเป็นของจริงหรือไม่
ทั้งนี้ พล.อ.อ.ชลิต ไม่ได้โทรศัพท์มาหาตน เพราะช่วงเวลาที่เผยแพร่คลิป ตนปฏิบัติราชการอยู่ประเทศพม่า ขณะที่พล.อ.ยุทธศักดิ์ โทรมาเคลียร์กับหรือไม่นั้น เพราะในคลิปมีการเรียก “ไอ้” นำหน้าชื่อ คงไม่เป็นไร เพราะท่านเป็นทั้งพี่และผู้บังคับบัญชา
ส่วนทางกองทัพรับได้หรือไม่หาก พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาประเทศไทย และหยุดเล่นการเมืองนั้น ต้องดูในหลักการโดยต้องแยกเป็น 2ด้าน คือ
1.เราต้องการให้คนในประเทศมีความรักและความสามัคคี
2.เราต้องการให้กฎหมายเป็นกฎหมาย จึงต้องดูทั้ง 2เรื่องนี้ควบคู่กันไป
ส่วนกรณีที่จะมีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมนั้น ถือเป็นเรื่องใหม่ ต้องศึกษา ซึ่งเชื่อว่า ถ้าผบ.สส.มาพบกับผบ.เหล่าทัพ น่าพูดคุยเรื่องนี้ด้วย แล้วเราจะแสดงท่าทีว่า เรามีจุดยืนเรื่องนี้อย่างไร
ขณะเดียวกัน ความพยายามที่จะนำเรื่องนิรโทษกรรม มาเป็นข้อแลกเปลี่ยนกับการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารนั้น การพูดในคลิปอาจจะไม่ใช่เรื่องจริงที่จะเกิดขึ้น ส่วนกองทัพจะมีบทบาทอย่างไรนั้น จะต้องมีการพูดคุยกัน และต้องเป็นไปในแนวทางเดียวกัน จึงอยากขอเวลาที่ได้มีโอกาสพูดคุยกับผบ.เหล่าทัพก่อน จึงจะมีความชัดเจน
พร้อมกันนี้ในช่วงกลางเดือน ก.ค.นี้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ จะเชิญผบ.เหล่าทัพมาพูดคุยนอกรอบเกี่ยวกับการโยกย้ายนอกรอบนั้น เรื่องการปรับย้ายมี 2 แนวทาง
1.กองทัพทำขึ้นไปเพื่อเสนอเข้าบอร์ด
2. นายกฯในฐานะรมว.กลาโหม ต้องนัดหมายเพื่อประชุม ซึ่งเชื่อว่ากองทัพจะมีการตรวจสอบเพื่อเตรียมการในส่วนของเหล่าทัพ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนถึงเวลาที่นายกฯนัดหมาย
ส่วนวันเวลาเดิม ที่พล.อ.ยุทธศักดิ์ นัดไว้คงจะปรับใหม่จาก 15 ก.ค. เป็นวันที่ 15 ส.ค.เพราะวันที่ 15 ก.ค.นี้ ผบ.เหล่าทัพน่าจะต้องไปชี้แจงการใช้จ่ายงบประมาณของกระทรวงกลาโหมที่สภาฯ มากกว่า
อย่างไรก็ตาม พล.อ.ยุทธศักดิ์ จำเป็นต้องลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบหรือไม่นั้น ตนไม่แสดงความคิดเห็น เพราะยังต้องศึกษาเรื่องคลิป และต้องรอปรึกษาหารือกับผบ.เหล่าทัพก่อน ส่วนที่มีการมองว่า กองทัพซูเอี๋ยกับฝ่ายการเมืองเพื่อรักษาตำแหน่งนั้น ตนยังไม่แน่นใจว่าคลิปเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ซึ่งตนหวังว่าคงจะไม่ใช่เรื่องจริง
ส่วนยังมีความเชื่อมั่นในตัว ผบ.สส. และผบ.ทบ. หรือไม่นั้น ตนมีความเชื่อมั่น เพราะ ผบ.สส.และผบ.เหล่าทัพท่านไม่ได้เป็นคนพูดในคลิปนั้น และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องเพียงแต่ถูกพาดพิง ส่วนในคลิปพูดเสมือนว่า ผบ.สส. และผบ.ทบ. รับทราบว่าพ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินกลับประเทศนั้น ต้องศึกษาคลิป และรอความเห็นจาก ผบ.เหล่าทัพ และผู้ที่จะตอบได้ดีที่สุดคือ ผบ.สส. และผบ.ทบ.
นอกจากนี้ เรื่องนี้จะไม่นำไปสู่การปฏิวัติใช่หรือไม่นั้น ไม่น่าที่จะเกิดขึ้น เป็นเรื่องที่ไม่มีใครประสงค์ที่จะให้เกิด ส่วนพ.ร.บ.ปรองดองควรจะเข้าที่ประชุมสภากลาโหมหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ต้องศึกษาเพราะเป็นเรื่องที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน สภากลาโหม ไม่น่าที่จะเกี่ยวข้องในการตัดสินในเรื่องของกฎหมาย แต่อาจให้ความเห็นได้แต่ต้องใช้เวลาในการศึกษา ตรงนี้เรายังไม่ทราบรายละเอียดเลย
MThai News