สาวๆกรี๊ด ยามหน้าหล่อ ม.เชียงใหม่ ทำแฟนเพจให้

MThai News: ยุคนี้สมัยนี้ใครหน้าตาดีก็มักมีคนทำแฟนเพจให้ ถึงไม่ใช่ดาราแต่คนเหล่านักก็มักได้รับกระแสชื่นชมจากผู้ใช้อินเตอร์เน็ตจำนวนไม่น้อย อย่างเช่น แฟนเพจหนุ่มไฉไล by นายร้อยครับผม หรือแฟนเพจ Cute Girl Cute Boy ประจำโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยต่างๆ

ก๊อต ยามหน้าหล่อ,ม.เชียงใหม่

ล่าสุดก็มีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตจำนวนหนึ่งทำแฟนเพจให้กับ ก๊อต พนักงานรักษาความปลอดภัยหนุ่มของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยใช้ชื่อแฟนเพจว่า  CMU Cute ยาม ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 7ก.ค. ที่ผ่านมา แต่มีผู้กดไลค์แล้วกว่า 20,897 ไลค์

ก๊อตเป็นคนอำเภอเชียงดาว หน้าตาคมเข้ม ตาโต รับคิ้วหนา ปากนิด จมูกเป็นสัน ร่างสูงโปร่ง เขาเข้าเวรรักษาความปลอดภัยระหว่าง 1 ทุ่ม ถึง 7 โมงเช้าของทุกวัน ที่บริเวณประตูคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ฝั่งถนนห้วยแก้ว ใกล้ทางขึ้นดอยสุเทพ ซึ่งขณะนี้พักอาศัยบริเวณตัวอำเภอเมือง  ซึ่งความน่ารักของก๊อต ยามหน้าหล่อ ก็เรียกสาวๆให้มาถ่ายภาพ ถ่ายคลิปในช่วงเวลาที่เขาทำงานได้จำนวนมาก ประกอบกับเครื่องแบบรปภ.นั้นยิ่งทำให้ก๊อตดูดีขึ้นไปอีก

ขอบตุณภาพจากแฟนเพจ CMU Cute ยาม

MThai News

ก๊อต ยามหน้าหล่อ,ม.เชียงใหม่

ก๊อต ยามหน้าหล่อ,ม.เชียงใหม่

ก๊อต ยามหน้าหล่อ,ม.เชียงใหม่

พรากผู้เยาว์ ดีเอสไอเผยมีหลักฐานมัดเณรคำ

ดีเอสไอ ยัน มีหลักฐานมัด “พระเณรคำ” พรากผู้เยาว์ ส่งเจ้าคณะจังหวัดพิจารณาสึกแล้ว รับ พยานชี้เอี่ยวยาเสพติด ส่ง ป.ป.ส. ตรวจ

หลวงปู่เณรคำ

พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว ผู้บัญชาการสำนักคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้าคดีตรวจสอบ พระเณรคำ ฉัตติโก แห่งสำนักสงฆ์ขันติธรรม จ.ศรีสะเกษ ว่า ขณะนี้มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ในระดับหนึ่งเกี่ยวกับการที่ พระเณรคำ มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับสีกาคนหนึ่งที่อายุไม่ถึง 15 ปี พอที่จะนำเข้าพิจารณาเป็นคดีพิเศษได้ โดยมีหลักฐานจากการสอบปากคำตัวผู้หญิงคนดังกล่าว รวมถึงบุตรที่เกิดด้วยกัน และพยานแวดล้อมให้การสอดคล้อง ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายอาญา กระทำชำเราเด็กไม่ถึง 15 ปี และพรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจาร

ส่วนการรับเป็นคดีพิเศษนั้น จะมีการพิจารณาสิ้นเดือนนี้ โดยวันที่ 9 ก.ค.นี้ จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. สำนักพุทธศาสนา หรือ พศ. กองปราบปราม นำข้อมูลที่รวบรวมได้ทั้งหมด เพื่อแบ่งการทำงานกัน โดยได้สรุปข้อมูลการเสพเมถุนให้เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ และเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานีฝ่ายธรรมยุต เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาวสึก พระเณรคำ

ส่วนการเกี่ยวพันยาเสพติดนั้น มีพยานหลายปากให้การว่ายุ่งเกี่ยวจริง โดย ป.ป.ส. จะร่วมตรวจสอบและดำเนินการด้วย ส่วนการค้าเงินและทองคำแท่ง ก็ตรวจสอบอยู่อย่างเข้มงวด ทั้งนี้ มีประเด็นน่าสนใจเพิ่มเติมที่พบว่า พระเณรคำ ดูแลเงินด้วยตนเอง และรถหรูที่นำมาใช้ ก็จะให้คณะตรวจสอบรถหรูเข้ามาดูด้วย

มศว.นำเข้า เครื่องรักษามะเร็ง ไม่ต้องผ่าตัด มูลค่า 60ล้าน เครื่องแรกของไทย

เมื่อวันที่ 6 ก.ค. ที่ผ่านมา ผศ.นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เผยว่า ขณะนี้ทางคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้ร่วมกับบริษัท เอสคูแลป คลินิก (เอเชีย) จำกัด ร่วมวิจัยพัฒนาและให้บริการ เครื่องมือรักษาเนื้องอกด้วยคลื่นเสียง ความถี่สูง หรือ High-Intensity Focused Ultrasound (HIFU) มูลค่า 60 ล้านบาทได้ทำการติดตั้งที่ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อ.องครักษ์ จ.นครนายก เป็นเครื่องแรกของประเทศ

เครื่องHigh-Intensity Focused Ultrasound (HIFU)

สำหรับการทำงานของเครื่อง HIFU มีหลักการคล้ายกับการใช้แว่นขยายที่รวมแสงอาทิตย์ให้มาตกอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน (focus) ทำให้มีความเข้มข้นของแสงสูงจนเกิดเป็นความร้อน แพทย์จะยิงคลื่นความร้อนนี้ผ่านผิวหนังไปยังเซลล์เนื้องอกหรือเซลล์มะเร็ง โดยไม่ทำลายผิวหนังหรือเนื้อเยื่ออื่น ๆ เลย ซึ่งการรักษาด้วยเครื่องHIFU นี้มีผลเทียบเท่าการผ่าตัด แต่ผู้ป่วยไม่ต้องเสียเลือดเพื่อเปิดแผล

ด้าน ผศ.นพ.วิทย์ วราวิทย์ หัวหน้าภาครังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มศว. องครักษ์ เผยว่า ในเบื้องต้นทางศูนย์การแพทย์ได้มีโครงการวิจัยและเปิดให้บริการ เบื้องต้นจำนวน 2 โรคคือ มะเร็งตับและมะเร็งทางเดินน้ำดี และมะเร็งตับอ่อน

แต่สำหรับมะเร็งปอด มะเร็งเต้านม หรือมะเร็งสมอง ไม่สามารถใช้เครื่องดังกล่าวได้ เนื่องจากเครื่องนี้ไม่สามารถยิงคลื่นความร้อนผ่านกระดูกได้และในระยะที่มะเร็งลุกลามแล้วจะทำได้เพียงประคับประคองไปเท่านั้น ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ อีกทั้งศักยภาพในการบริการด้วยเครื่องดังกล่าว สามารถทำได้มากสุดวันละ 10 รายเท่านั้น

ผศ.นพ.วิทย์ ยังกล่าวว่า สำหรับการบำบัดรักษาด้วยเครื่อง HIFU จะใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง โดยผู้ป่วยจะพักฟื้นเพียง 3 วัน และรอดูอาการว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อนอีกระยะหนึ่ง ซึ่งภาวะแทรกซ้อนอาจทำให้มีความเสี่ยงของการสะสมความร้อนที่ผิวหนังและอวัยวะ มีโอกาสที่ผิวหนังจะเกิดความร้อนเหมือนโดนน้ำร้อนลวก หรืออาจมีภาวะเลือดออกในก้อนมะเร็งหรือเลือดออกในช่องท้องรวมไปถึงอวัยวะข้างเคียง เช่น ลำไส้หรือกระเพาะปัสสาวะได้รับอันตราย แต่อาการข้างเคียงเหล่านี้มีโอกาสเกิดขึ้นเพียง 1-2% เท่านั้น เนื่องจากระหว่างการทำมีการใช้อัลตราซาวด์ในการกำหนดตำแหน่งรักษาอยู่ตลอดเวลา

ขณะที่ค่ารักษาด้วยเครื่อง HIFU จะอยู่ที่ 58,000 บาทต่อครั้ง และไม่สามารถเบิกค่าใช้จ่ายได้ตามสิทธิการรักษาพยาบาลทุกประเภท โดยการรักษาโดยเฉลี่ยจะมากกว่า 1 ครั้ง ขึ้นอยู่กับขนาดของก้อนและการพิจารณาของแพทย์ผู้รักษา

MThai News