ศิษย์’เณรคำ’ ร้องกองปราบ ตรวจภาพนอนสีกา

ลูกศิษย์ “หลวงปู่เณรคำ” ร้องกองปราบ ดำเนินคดี ตรวจสอบภาพนอนร่วมหมอนสีกา ระบุ หากผิดจริง จะขอให้สึก

ลูกศิษย์ หลวงปู่เณรคำ

นายสุขุม วงษ์ประสิทธิ์ พร้อมด้วยลูกศิษย์ พระวิรพล สุขผล หรือ หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม จ.ศรีสะเกษ เดินทางเข้าพบ พนักงานสอบสวน กองปราบปราม  เพื่อให้ตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้ปล่อยภาพ บุคคลที่มีใบหน้าคล้ายหลวงปู่เณรคำ นอนหมอนใบเดียวกับสีกา เพื่อสืบสวนว่า ภาพดังกล่าว มีการตัดต่อ หรือเป็นภาพที่เกิดขึ้นจริง

ทั้งนี้ นายสุขุม อ้างว่า มีข้อมูล ภาพดังกล่าว มีการเผยแพร่ขึ้นเมื่อ 5 ปีก่อน โดยบุคคลที่ทำรูปนี้ขึ้นมาเป็นคนแรก คือ นักเรียนชั้นมัธยมปลายแห่งหนึ่ง ใน จ.ศรีสะเกษ และมีครูคนหนึ่งที่เคยเป็นลูกศิษย์หลวงปู่เณรคำ ซึ่งไม่พอใจหลวงปู่ ที่ถูกกันออกจาก กรรมการวัด จึงอาจกระทำการตัดต่อภาพดังกล่าวขึ้นมา เพื่อทำลายชื่อเสียง

อย่างไรก็ตาม กลุ่มลูกศิษย์หลวงปู่เณรคำ ต้องการให้กองปราบปราม ตรวจสอบข้อเท็จจริง ภายใน 7 วัน เพื่อส่งมอบหลักฐานให้กับผู้เกี่ยวข้อง นำไปดำเนินการตามกฎหมาย หากผิดพระธรรมวินัยจริง ก็ขอให้ หลวงปู่เณรคำ สึกจากความเป็นพระ มาใช้ชีวิตในโลกฆารวาส แต่หากไม่มีความผิด ขอให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทั้งหมด ที่ร่วมกันทำให้ หลวงปู่เณรคำ เสื่อมเสียชื่อเสียงต่อไป

เจ๋ง! พระญี่ปุ่นตั้งวงร็อค จัดคอนเสิร์ตสอนศาสนา

MThai News: สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บาทหลวงและพระสงฆ์อีก 6 รูป ในประเทศญี่ปุ่นได้รวมตัวกันตั้งวงดนตรีร็อค “บ๊อกซี่” จัดคอนเสิร์ตร็อค เพื่อเผยแพร่ศาสนา

วงร็อค,พระ,สอนศาสนา

ทั้งนี้ หนึ่งในพระสงฆ์ของวงบ๊อกซี่ กล่าวว่า อยากจะสอนศาสนาให้วัยรุ่นได้เข้าใจเนื้อแท้ของศาสนา พร้อมทั้งมีความสุขไปกับการฟังดนตรีด้วย

ขณะที่พระสงฆ์อีกองค์ได้ชี้แจงถึงการตั้งวงดนตรีว่า แม้การเล่นดนตรีจะขัดกับหลักการของนิกายเซน แต่เราก็ต้องตั้งใจทำเพื่อให้เข้าถึงจิตวิญญาณ

สำหรับวงบ๊อกซี่นี้ ตั้งขึ้นมาตั้งแต่เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว โดยมีกลุ่มคนบางกลุ่มให้ความสนใจ แต่วงบ๊อกซี่ก็หวังว่าวงนี้จะเป็นที่รู้จักและติดตามเพลงสอนศาสนาของพวกเขา

MThai News

TFPA แนะวิธีลดปัญหาวิกฤติหนี้

สมาคมนักวางแผนการเงินไทย ห่วง ปัญหาคนไทยมีหนี้สินเพิ่ม แนะวิธีลดปัญหาวิกฤติหนี้ครัวเรือน

16

สมาคมนักวางแผนการเงินไทย (TFPA) มองสถานการณ์ปัญหาหนี้ครัวเรือนน่าเป็นห่วง แนะผู้บริโภคแต่ละเดือนจำนวนเงินผ่อนชำระหนี้ไม่ควรจะสูงเกินกว่าร้อยละ 36 ของรายได้ หากสูงเกินกว่านี้อาจส่งผลต่อการผ่อนชำระหนี้ในอนาคต และอาจนำไปสู่การฟ้องร้องให้เป็นบุคคลล้มละลายได้

จาก ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น ที่ครอบคลุมรวมไปถึงหนี้บัตรเครดิต และสินเชื่อบุคคล ที่เริ่มมีสัญญาณการหยุดชำระหนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มผู้มีรายได้ต่ำนั้น  นายธีระ ภู่ตระกูล นายกสมาคม TFPA  กล่าวว่า ภาย ใต้สถานการณ์ปัจจุบัน การหลีกเลี่ยงการก่อหนี้มีความเป็นไปได้ยากมากขึ้น ดังนั้น วิธีการที่ดีที่สุดคือ ทุกคนจะต้องเรียนรู้และมีการบริหารจัดการหนี้ที่ดี เพื่อลดปัญหาวิกฤติหนี้สินที่มีอยู่

สำหรับแนวทางการแก้ปัญหาหนี้สิน ควรเริ่มจากการสำรวจภาระหนี้สินที่มีว่ามีจำนวนเท่าใดที่เป็นหนี้สินที่ดี คือเป็นหนี้ที่สร้างความมั่งคั่งหรือก่อให้เกิดรายได้ในอนาคต เช่น หนี้กู้ยืมซื้อบ้าน หรือเพื่อการศึกษาของบุตร มีจำนวนเท่าใด และหนี้สินรวมทั้งหมดมีจำนวนเท่าใด จำนวนเงินผ่อนชำระในแต่ละเดือนควรจะไม่สูงเกินกว่าร้อยละ 36 ของรายได้ เพราะหากสูงเกินกว่านี้ อาจส่งผลต่อการผ่อนชำระหนี้ในอนาคต และอาจนำไปสู่การฟ้องร้องให้เป็นบุคคลล้มละลายได้

อย่าง ไรก็ตาม ควรพยายามลดในส่วนของหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดความมั่งคั่งเป็นลำดับแรก เพราะหนี้สินเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นหนี้สินที่เกิดจากการอุปโภคบริโภคในชีวิต ประจำวัน โดยการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต หรือสินเชื่อบุคคล ซึ่งเป็นหนี้ระยะสั้น มีอัตราดอกเบี้ยสูง

สิ่งที่ต้องทำคือ สำรวจทรัพย์สินที่ไม่มีความจำเป็นและสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสด เพื่อลดภาระหนี้ดังกล่าวรวมถึงการปรับโครงสร้างหนี้โดยการหาแหล่งเงินกู้ที่ มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ เช่น เงินกู้สวัสดิการพนักงาน เพื่อนำไปปลดหนี้ที่มีต้นทุนดอกเบี้ยสูง

นอกจากนี้ ควรพยายามจ่ายหนี้ให้มากกว่าอัตราชำระขั้นต่ำ มิเช่นนั้นโอกาสที่จะทำให้หลุดพ้นจากวงจรหนี้เป็นไปได้ยากมาก เพราะจะจ่ายได้ในส่วนของดอกเบี้ยเท่านั้น ไม่ได้ทำให้เงินต้นลดลงแต่อย่างใด ในขณะเดียวกัน ควรมีการบริหารรายรับรายจ่ายให้สมดุลโดยการทำบัญชีรายรับรายจ่าย เพื่อให้ทราบถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงและสามารถใช้เป็นข้อ พิจารณาในการลดรายจ่ายฟุ่มเฟื่อยหรือไม่จำเป็นลงได้ ทำให้มีรายรับสุทธิเพิ่มขึ้นเพื่อนำไปชำระหนี้ ซึ่งควรจะนำไปชำระหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงเป็นลำดับแรก และในจำนวนอื่นที่มีดอกเบี้ยต่ำลดลงมาตามลำดับ

นายธีระ กล่าวต่อว่า ยังต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคควบคู่กันไป โดยให้ใช้จ่ายตามความจำเป็นเท่านั้น อย่าใช้จ่ายตามความต้องการ ซึ่งจะเป็นการใช้จ่ายตามกระแสการโฆษณาประชาสัมพันธ์อันเป็นกลยุทธ์การตลาด เพื่อกระตุ้นการบริโภคสินค้า อย่างไรก็ตาม หลายๆ ครั้งการเป็นหนี้ อาจเกิดจากความจำเป็นที่ไม่สามารถคาดการได้ เช่น หนี้ที่เกิดจากรายการค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล ตกงาน หรือซ่อมแซมบ้าน เป็นต้น ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาดังกล่าว เมื่อปลอดจากภาระปัญหาหนี้สินแล้ว ควรมีการเก็บออมเงินเพื่อสภาพคล่องไว้จำนวนหนึ่ง อาทิ ฝากธนาคาร ให้เพียงพอสำหรับการใช้จ่ายปกติได้จำนวนอย่างน้อย 6 เดือน

MThai news