รัฐบาล อัด ปชป. ดื้อตาใส คอยจุดชนวนความรุนแรงนอกสภาฯ ยัน ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้แกล้งไร้เดียงสา แต่อยากให้การสร้างความปรองดอง เป็นเรื่องของทุกคน
MThai News 25 ก.ค. 56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สาเหตุที่รัฐบาลปล่อยให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญและการตัดสินใจเกี่ยวกับการสร้างความปรองดองให้เป็นเรื่องของรัฐสภานั้น เป็นเพราะรัฐบาลเห็นว่า ความปรองดองจะเกิดขึ้นได้ ต้องเกิดการการตกลงใจของทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล หรือ ภาคประชาชน

ดังนั้น รัฐบาลจึงปล่อยให้เป็นเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติหรือรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาดำเนินการ ไม่ได้แปลว่า นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ลอยตัวอยู่เหนือปัญหาแต่อย่างใด ทั้งนี้ หากพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เห็นด้วยกับกฎหมายฉบับใด ก็ขอให้แสดงออกผ่านทางกลไกรัฐสภา ตามกติกาประชาธิปไตย
ไม่ใช่มุ่งแต่จะเอาชนะรัฐบาล จนหันไปกระตุ้นให้เกิดความรุนแรงนอกสภา และหากมีเหตุการณ์นองเลือดเกิดขึ้น พรรคประชาธิปัตย์จะรับผิดชอบไหวหรือไม่ พรรคประชาธิปัตย์ต่างหาก ที่เป็นฝ่าย “ดื้อตาใส” และจ้องแต่จะปลุกกระแสความรุนแรงข้างนอกสภาฯ อยู่ใช่หรือไม่ หากพรรคประชาธิปัตย์เลิกดื้อตาใส บ้านเมืองคงจะมีทางออกจากความขัดแย้งได้
ทั้งนี้ ขอยืนยันว่ารัฐบาลไม่ใช่ฝ่ายจุดชนวนให้บ้านเมืองลุกเป็นไฟอย่างแน่นอน มีแต่ใช้น้ำเย็นเข้าลูบ ซึ่งสังคมก็คงเห็นว่า ที่ผ่านมา รัฐบาลยิ่งลักษณ์ยึดหลักแก้ปัญหาต่างๆ โดยใช้น้ำเย็นเข้าลูบมาตลอด และยินดีรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างในทุกเรื่องอยู่เสมอ โดยไม่เคยมองเห็นคนที่คิดต่างเป็นศัตรู
หากมีข้อเสนอแนะอะไรที่เป็นประโยชน์ รัฐบาลก็ยินดีนำมาปรับใช้ในแนวทางการทำงาน เพื่อให้เป็นที่พอใจของทุกฝ่าย เพราะอยากให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้า แต่ในกรณีของพรรคประชาธิปัตย์ ที่มักจะวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล อย่างไม่เป็นความจริง และเต็มไปด้วยอคตินั้น ก็เป็นการวิจารณ์ที่ไม่เกิดประโยชน์ เนื่องจากรัฐบาลไม่สามารถนำไปปฏิบัติได้ เพราะจะส่งผลเสียต่อการทำงานมากกว่าผลดี
นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์อาจไม่รู้ตัวว่า ขณะนี้สังคมเริ่มสับสนว่าพรรคประชาธิปัตย์ มีจุดยืนอย่างไรกันแน่ เพราะบางวันก็พูดว่า สนับสนุน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับแม่น้องเกด บางวันก็พูดว่า ไม่สนับสนุน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับใดทั้งสิ้น
หากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เคลียร์ประเด็นนี้ให้ชัดเจน อาจถูกมองว่า ไม่มีจุดยืนทางการเมืองได้ และอาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของ นายอภิสิทธิ์ และ พรรคประชาธิปัตย์ในที่สุด
MThai News