ปิดตลาดโบ๊เบ๊ แม่ค้าโวย

ผู้ค้าตลาดโบ๊เบ๊ ร้อง รองผู้ว่าฯกทม. ให้พิจารณาการประกาศยกเลิกวางแผงขายของ ลั่นทำเดือดร้อนกว่า 200 ราย รองผู้ว่าฯกทม.แจง2-3วันร่วมการือผู้รับผิดชอบ

468019-01
พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รับหนังสือร้องเรียนจาก นางสุรางค์รัตน์ วัฒน์ธนาวิทย์กุล ผู้ค้าตลาดโบ๊เบ๊ พร้อมกลุ่มผู้ค้าจำนวน 20 ราย เดินทางมายื่นหนังสือเพื่อขอให้ทบทวนยกเลิกการค้า หลังจากทางสำนักงานเขตปทุมวัน และสำนักงานเขตดุสิต ได้ออกประกาศ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมา ว่า ให้ผู้ค้ายกเลิกทำการค้าบริเวณตลาดโบ๊เบ๊สะพาน 1-4 เขตปทุมวัน (สะพานข้ามคลองผดุงกรุงเกษม) และบริเวณตลาดโบ๊เบ๊สะพาน 5-6 เขตดุสิต

ทั้งนี้ เห็นว่า การประกาศยกเลิกดังกล่าว ทำให้กลุ่มผู้ค้ากว่า 200 ราย ต้องได้รับผลกระทบและความเดือดร้อน พร้อมขอให้ที่ปรึกษาฯ ช่วยประสาน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อขอให้ทบทวนนโยบาย และผ่อนผันให้มีทำการค้าได้ตามปกติ

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.วิชัย จะมีการหารือฝ่ายที่รับผิดชอบเรื่องนี้ อาจจะเป็นการกำหนดพื้นที่แผงค้า เพราะที่ผ่านมามีการลุกล้ำบนพื้นทางเดิน คาดว่าจะได้ข้อสรุปใน 2-3 วัน

ชาวเน็ตแชร์ภาพ ชาวเขาในชุดครุยถ่ายรูปคู่พ่อ

กลายเป็นกระแสในรอบสัปดาห์นี้สำหรับภาพชายคนหนึ่งในชุดครุยยืนเคียงข้างผู้เป็นพ่อ และครอบครัวที่บ้านเกิดของตนเอง จนภาพถูกแชร์ต่อและมีผู้แสดงความเห็นชื่นชมผู้ชายรายนี้จำนวนมาก

ชาวเขา,ชุดครุย,ถ่ายรูปกับพ่อ

ล่าสุด เว็บไซต์เด็กดีดอทคอม ได้ลงสัมภาษณ์พิเศษผู้ชายในชุดครุยคนนี้ ชื่อว่า “มิน” เป็นชาวม้ง บ้านเกิดอยู่ที่อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน  พ่อของเขาเป็นใบ้และเริ่มเป็นโรคซึมเศร้าหลังจากที่แม่เสียไป ตั้งแต่เขายังเด็ก มินมีพี่น้องรวม 5 คน เขาเป็นลูกคนเล็ก แต่เพราะฐานะที่ยากจนเขาจึงต้องสูญเสียพี่ชายไปด้วยโรคภัยอีก 3 คน จนปัจจุบันครอบครัวเหลือเพียงมิน พ่อและพี่ชาย

มินนั้นบวชเรียนมาตั้งแต่ป.1 จนถึง ม.6 ก่อนจะมาต่อปวส. และสอบเข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ในคณะบริหารธุรกิจ สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ มินต้องกู้เงินมาเรียน ทำงานไปด้วยเพื่อให้มีทั้งค่าเทอมและค่าใช้จ่าย กระทั่งเรียนจบ ในวันรับพระราชทานปริญญาบัตร มินอยากให้พ่อและพี่ชายมาร่วมงานด้วย แต่ทั้งสองอยู่ไกลมาก

เมื่องานรับพระราชทานปริญญาบัตรจบลงเขาจึงเดินทางกลับมาที่บ้าน มาถ่ายรูปคู่กับพ่อแล้วพูดข้างๆหูว่า “ผมเป็นลูกพ่อนะ ผมเรียนจบแล้วครับพ่อ” แล้วพ่อก็ยิ้มตอบกลับมา

ขอบคุณที่มา เว็บไซต์เด็กดีดอทคอม

MThai News

กรมอุทยานฯ แจงเหตุ ฅ.คนรักรถ ถ่ายดริฟท์ลงเขาใหญ่

กรมอุทยานฯ แจงเหตุ ฅ.คนรักรถ ถ่ายดริฟท์ลงเขาใหญ่ อ้างไม่รู้มีแข่งรถ เพราะแจ้งมาเพียงถ่ายโฆษณารถเท่านั้น เล็งฟ้องเอาผิดบริษัทผู้ผลิตรายการ

จากกรณีที่วานนี้ (24 ก.ค.) ชาวเน็ตได้เรียกร้องให้ทางรายการ ฅ. คนรักรถ และผู้เกี่ยวข้องออกมาตอบคำถาม และระงับการออกอากาศ หลังอนุญาติให้มีการขนดารา-นักแข่ง ไปดริฟท์ลงอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เนื่องจากเป็นความผิดพ.ร.บ.อุทยานฯ และมิให้เป็นการเผยแพร่ตัวอย่างผิดๆ ต่อสาธารณชน ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ดริฟท์ลงเขาใหญ่, ฅ.คนรักรถ

ในวันเดียวกันทางกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ก็ได้ออกมาเปิดถึงเรื่องดังกล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านมา 2เดือนกว่าแล้วซึ่งการที่กรมอุทยานฯ ได้อนุญาตให้เข้าไปใช้สถานที่ถ่ายทำนั้น เป็นเพราะทางบริษัทเจ้าของรายการได้ทำหนังสือขอใช้สถานถ่ายโฆษณารถยนต์ แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นการดริฟท์รถลงเขา

เมื่อทางเจ้าหน้าที่รู้ว่ามีการแข่งรถก็เข้าไปห้าม และให้หยุดการถ่ายทำและเชิญทีมงานทั้งหมดออกจากพื้นที่ทันที ขณะเดียวกัน ก็ได้ทำการเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย รวมไปถึงขึ้นบัญชีดำห้ามใช้พื้นที่อุทยนแห่งชาติทุกแห่ง และได้มอบหมายทีมที่ปรึกษากฎหมายฟ้องร้องดำเนินคดีกับบริษัทดังกล่าวแล้วด้วย

MThai News