หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จี้รัฐบาล ถอนร่างนิรโทษกรรมทุกฉบับออกจากสภา หวั่นแตกแยก หนุนฉบับ “อลงกรณ์” แนะ คอป. ร่วม ห่วง ม.68 วุ่น

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวก่อนเดินทางไป จ.สงขลา โดยเรียกร้องให้รัฐบาลถอนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมทั้งหมด ออกจากการพิจาณาสภาผู้แทนราษฎร ทั้งนี้เชื่อว่า หากมีการเดินหน้าผลักดันตามใบสั่ง จะยิ่งสร้างความขัดแย้งในวงกว้าง จึงขอแนะนำให้รัฐบาลหาจุดร่วมกันจากทุกภาคส่วน แล้วเสนอเข้าพิจารณาเป็นฉบับเดียว โดยให้คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ หรือ คอป. เข้ามามีส่วนร่วมด้วย
พร้อมกันนี้ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังเห็นด้วยกับ นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ในนามของพรรคประชาธิปัตย์ โดยครอบคลุมไปถึงปี 2548 เพราะเนื้อหาสาระสอดคล้องกับแนวคิดของพรรค ที่ไม่นิรโทษกรรมให้กับผู้กระทำความผิดทางอาญา และผิดตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 112 อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่า การพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 68 จะเกิดปัญหาความวุ่นวายตามมาอย่างแน่นอน
วรชัย รับได้วิปรัฐเคาะพรบ.อื่นเข้าสภาก่อนนิรโทษฯ
นายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า กรณีที่ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ระบุว่า จะไม่มีการนำร่างนิรโทษฯ เข้าสู่สภา วันที่ 1 ส.ค.นี้นั้น ส่วนตัวยังไม่ได้มีการพูดคุยกับ นายเจริญ ถึงเรื่องดังกล่าว เพราะ นายเจริญ เป็นคนบรรจุร่างไว้และเรื่องนี้ตนเองยังไม่ได้คุยกับทางพรรคเช่นเดียวกัน เพราะวันที่ 30 ก.ค. ก็จะมีการประชุมพรรคเพื่อไทย และจะมีความชัดเจนในเรื่องดังกล่าว แต่ยืนยันว่าร่างนิรโทษกรรม จะต้องถูกนำมาพิจารณา ส่วนการประชุมวิปรัฐบาล ในวันที่ 24 ก.ค.นี้ ตนเองยังไม่ได้พูดคุยกับวิปรัฐบาลเช่นกัน และหากวิปรัฐบาลเปลี่ยนใจนำร่างอื่นมาพิจารณาก่อน ส่วนตัวก็ไม่น้อยใจเพราะเป็นเรื่องของประเทศชาติ ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่รู้สึกกังวลม็อบต้านกลุ่มต่างๆ รวมทั้ง เสธ.อ้าย เพราะขณะนี้ยังไม่มีเหตุผลเพียงพอในการล้มรัฐบาล อีกทั้งม็อบดังกล่าวยังเป็นม็อบจัดตั้ง
จารุพงศ์ ยันร่างนิรโทษฯทำประเทศสงบ
นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงร่าง พ.ร.บ.นิโทษกรรม ว่า เนื่องจากช่วงหลายปีที่ผ่านมา สังคมเกิดความแตกแยก มีการชุมนุมจากหลายกลุ่มหลายสี จึงทำให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวาย อีกทั้งร่างดังกล่าว ยังเป็นการศึกษาจาก 3 สถาบัน ประกอบด้วย สถาบันพระปกเกล้า คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย หรือ คปก. และสภาผู้แทนราษฎร ที่มีความคิดเห็นตรงกัน คือ ออกร่างนิรโทษกรรม เพื่อทำให้บ้านเมืองสงบ ไม่แตกแยก ตนเองจึงอยากตำหนิผู้สื่อข่าว ที่เสนอข่าวทำให้บ้านเมืองสับสนว่าร่างดังกล่าวทำให้บ้านเมืองเลวร้าย เพราะหากไม่ดำเนินการ บ้านเมืองก็ไม่สามารถยุติความขัดแย้ง และอาจจะทำให้ประชาชนสูญเสียมากกว่าพันคนได้
พร้อมกันนี้ ยังระบุว่า หลังจากนี้ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย จะเดินหน้าบทโหด และพร้อมท้าชนคนที่เห็นต่าง เพราะคนที่ขัดขวาง แสดงว่าไม่ต้องการให้บ้านเมืองเกิดความสงบ


