เพื่อนบ้านอ้างเป็นตร. ยิงปืนขู่ คาด เหม็นมูลสัตว์เลี้ยง

อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยิงปืนขู่เพื่อนบ้าน คาด เหม็นและรำคาญมูลสุนัขและสัตว์เลี้ยง

เพื่อนบ้านอ้างเป็นตร. ยิงปืนขู่

ตำรวจ สายตรวจ 191 สภ.เมืองลำปาง รุดเดินทางไปยัง หมู่บ้านการเคหะ ต.พระบาท อ.เมือง ลำปาง หลังรับแจ้งจาก นางคริสต์มาส สายเหมย อายุ 36 ปี ว่าถูกเพื่อนบ้าน “ชื่อเอก” (นามสมมุติ) และอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ  ใช้ขวดเบียร์ขว้างเข้าใส่ในบ้าน จากนั้นก็ขี่รถ จยย. ตะโกนด่าท้าทายที่หน้าบ้าน ยังไม่หนำใจ ยิงปืนข่มขู่ที่บริเวณหลังบ้านอีก

เบื้องต้น จากการสอบถาม นางคริสต์มาส ทราบว่า สาเหตุของเรื่องทั้งหมดอาจจะมาจากการที่ตนมีอาชีพเพาะพันธุ์สัตว์ขาย เช่น สุนัข นก หนูตะเภา เป็นต้น และอาจจะมีกลิ่นจากมูลสัตว์ หรือ เสียงร้องของสัตว์ดังกล่าว รบกวนบ้านใกล้เคียงบ้าง

นางคริสต์มาส กล่าวว่า นางเอก(นามสมมติ) ไม่น่ากระทำการรุนแรงขนาดนี้ เพื่อนบ้านกันน่าจะค่อย ๆ พูดคุยกันได้ เพื่อจะได้หาทางแก้ไขร่วมกัน
ทั้งนี้ ตำรวจยังตรวจสอบที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุน ขนาด 11 มม. ตกอยู่และเศษขวดเบียร์ตกกระจายเกลื่อนอยู่รอบบ้าน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะนำเรื่องไปสอบสวนและดำเนินดีตามกฎหมายต่อไป

เพื่อนบ้านอ้างเป็นตร. ยิงปืนขู่

ปชช.ยังมั่นใจ คุณภาพข้าวไทย

ประชาชนมั่นใจคุณภาพข้าวไทย ไร้กังวล ขณะที่ผู้ประกอบการชี้แบบตักแบ่งขายอากาศถ่ายเทสะดวก นิยมมากกว่า

คุณภาพข้าวไทย

จากการสำรวจการจำหน่ายข้าวสารภายในตลาดวัดกลางย่านบางยืนเรือ พบว่า ส่วนใหญ่ประชาชนที่มาเลือกซื้อข้าวสารจะเป็นผู้ประกอบการร้านอาหารตามสั่ง ร้านขายข้าวแกง และประชาชนทั่วไป ซึ่งเป็นลูกค้าประจำของร้านค้าข้าวสาร โดยยังมีความมั่นใจในการเลือกซื้อและบริโภคข้าวสารไทยไม่หวั่นวิตกต่อกระแสข่าวแต่อย่างใด แต่ทั้งนี้จะมีการพิจารณาเรื่องลักษณะ สี และกลิ่นของข้าวเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเลือกซื้อเฉพาะข้าวสารแบบตักแบ่งขาย เนื่องจากมีราคาไม่แพงมากทั้งนี้ผู้ประกอบการร้านขายข้าวสาร เปิดเผยว่า  กระแสข่าวการปนเปื้อนของสารต่างๆในข้าวจะเกิดขึ้นเฉพาะข้าวถุงโดยส่วนใหญ่ ซึ่งมักเกิดจากการที่อบไว้นานไม่มีอากาศถ่ายเท  แต่หากเป็นข้าวตัดแบ่งขายลักษณะของถุงที่บรรจุจะมีอากาศถ่ายเทที่สะดวก ซึ่งอยู่ได้นานกว่าและมีราคาถูกกว่าข้าวสารบรรจุถุงตามห้างสรรพสินค้า โดยหลังจากมีกระแสข่าวนั้นลูกค้าที่มาซื้อไม่ลดน้อยลงและไม่มีความกังวลแต่อย่างใด

ดีเอสไอลุยสอบญาติเณรคำต่อ-ล่าตัวคนอมทองคำ8ตัน

 ดีเอสไอ ลงพื้นที่ อุบลฯ ศรีสะเกษ รวมหลักฐานล่าตัวเณรคำ ต่อ สอบเรียงตัวญาติสนิท หาทรัพย์สินที่เหลือ และคนอมทองคำ 8 พันตัน ที่ร่ำลือด้วย ชี้ หมายจับเพิ่มมีแน่

ดีเอสไอ-เณรคำ

นายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ หัวหน้าศูนย์ข้อมูลและวิเคราะห์คดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผย ไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า ความคืบหน้า การรวบรวมพยานหลักฐาน ในคดีของ อดีตพระเณรคำ ฉัตติโก ที่ต้องข้อหา ฉกรรจ์ 3 ข้อหาก่อนหน้านั้น

ขณะนี้ ทีมสืบสวนสอบสวนของดีเอสไอ ยังอยู่ที่ จ.ศรีสะเกษ และ จ.อุบลราชธานี เพื่อสอบปากคำ ผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะคดีฉ้อโกงประชาชน เพื่อหาทรัพย์สินที่เหลืออยู่จำนวนมากของเณรคำ ที่คาดว่า จะยังแอบซ่อนอยู่โดยคนใกล้ชิด รวมไปถึง ทองคำ ที่มีผู้บริจาคมาจำนวนมาก ที่บางกระแสกล่าวว่า อาจมีสูงถึง 8,000 กก. ด้วย ซึ่ง ดีเอสไอ กำลังร่วมกับ ปปง. สอบเชิงลึกว่า ทองคำที่ว่าเก็บไว้ที่ใครกันแน่ แต่จำนวนจะมากตามที่เป็นข่าวหรือไม่นั้น ไม่สามารถยืนยันได้ นอกจากนี้ กรณีที่มีคนอื่น เช่น ญาติ หรือ คนใกล้ชิด เกี่ยวข้องในคดีฉ้อโกงด้วยหรือไม่ นายอังศุเกติ์ กล่าวว่า หากสาวไปถึงใครก็ออกหมายจับทั้งหมด ทั้งญาติ หรือคนใกล้ชิด แต่ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ดีเอสไอ คาดว่า เมื่อ เณรคำ ถูกออกหมายจับ และหลบหนี ขบวนการนี้จะอ่อนกำลังลง ดังนั้นการเอาผิดคนที่เกี่ยวข้อง ก็ไม่ใช้เรื่องยาก