ดีเอสไอเผยกงสุลถอนพาสปอร์ต’เณรคำ’แล้วมีผลวันนี้

อธิบดีดีเอสไอ เผย กงสุล ยกเลิกหนังสือเดินทาง “อดีตพระเณรคำ” แล้ว ชี้ เพิ่มโอกาสได้ตัวกลับ ประสานอเมริกา ผลักดันออกประเทศ ขณะที่ ปปง. แถลง ยึดทรัพย์ อีก 60 ล้านบาท พร้อมเร่งสอบทองคำ 8 ตัน

หลวงปู่เณรคำ

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เปิดเผยว่า เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา กรมการกงสุลได้มีหนังสือลงวันที่ 19 กรกฎาคม 2556 แจ้งว่า ตามที่ DSI ได้ทำหนังสือถึงกรมการกงสุล เพื่อให้เพิกถอนหนังสือเดินทางของ นายวิรพล สุขผล อดีตพระเณรคำ ฉัตติโก ประธานสำนักสงฆ์ขันติธรรม จ.ศรีสะเกษ ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา รัชดา ในฐานความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กระทำชำเราและพรากผู้เยาว์เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี และฉ้อโกง

ล่าสุด กรมการกงสุล ได้ยกเลิกหนังสือเดินทาง เลขที่ R980719 ออกวันที่ 6 กรกฎาคม 2554 ของ นายวิรพลแล้ว โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2556 ทั้งนี้ เป็นไปตามระเบียบ กระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ. 2548

พร้อมกันนี้ นายธาริต ได้ระบุด้วยว่า การเพิกถอนหนังสือเดินทางของ นายวิรพล ในครั้งนี้ ถือว่ามีความเป็นไปได้สูง ที่จะได้ตัว นายวิรพล กลับมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยขั้นตอนหลังจากนี้ ดีเอสไอ จะแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทราบเรื่องดังกล่าว พร้อมกับประสานไปยังทางการสหรัฐอเมริกา เพื่อทำการผลักดันต่อไปโดยยืนยันว่าขณะนี้ นายวิรพล ยังคงพักพิงอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา

 ปปง.อายัดทรัพย์เณรคำอีก60ล.-ลุยสอบทอง8ตัน

พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรมการเงิน ซึ่งมีมติให้อายัดทรัพย์สิน นายวิรพล สุขผล อายุ 34 ปี หรือ อดีตพระเณรคำ จำนวน 60 รายการ มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรถยนต์ 23 คัน ที่ดิน 10 แปลง และบัญชีเงินฝากในธนาคาร 27 บัญชี จาก 150 บัญชี พบว่า มีเงินเหลือเพียง 320,000 บาท โดยในส่วนของบัญชีเงินฝากนั้น พบว่า มีการยักย้ายถ่ายเทเงินออกไปก่อนหน้านี้แล้ว จากการตรวจสอบยืนยันได้ว่า เงินที่ถูกยักย้ายถ่ายเทออกไปต่างประเทศ มีไม่ถึง 1,000 ล้านบาท แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด ส่วนกรณีที่ให้มีการตรวจสอบทองคำ น้ำหนักกว่า 8 ตัน ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลชัดเจน อยู่ในระหว่างการประสานกับ นายสงกรานต์ อัจฉริยทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติม

ทั้งนี้ พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวว่า เหตุที่ยึดทรัพย์แค่ 60 ล้านบาท ทั้งที่มีข้อมูลว่า เณรคำ ร่ำรวยผิดปกติ และมีทรัพย์สินจำนวนมากนั้น เนื่องจากต้องทำการตรวจสอบและต้องมีหลักฐานชัดเจน ซึ่งทรัพย์สินที่ยึดวันนี้ เป็นบัญชีของเณรคำ และญาติคนสนิท ส่วนบัญชีอื่น ๆ ต้องรอการตรวจสอบย้อนหลังจากธนาคารอีกครั้ง

เจ้าหญิงเคท มิดเดลตันใกล้มีพระสูติกาลรัชทายาทแล้ว

ซีเอ็นเอ็น อ้าง เจ้าหญิงเคท ใกล้จะมีพระประสูติกาลรัชทายาทองค์ใหม่ให้กับราชวงศ์อังกฤษ เร็ว ๆ นี้ หลัง เดินทางเข้าแอดมิท ที่ โรงพยาบาลเซนต์แมรี่ กรุงลอนดอน แล้ว เคท มิดเดิลตัน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์

สำนัก ข่าว ซีเอ็นเอ็น อ้างแหล่งข่าววงในของราชสำนักว่า เจ้าหญิง เคท มิดเดิลตัน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ พระชายาของเจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ กำลังจะมีพระประสูติกาล รัชทายาทองค์ใหม่ให้กับราชวงศ์อังกฤษในเร็ว ๆ นี้ หลังมีรายงานจากวงใน เปิดเผยว่า เจ้าหญิงเคท ได้เดินทางไปแอดมิท ที่ โรงพยาบาลเซนต์แมรี่ ในกรุงลอนดอนแล้ว  โดยเมื่อเวลา 15.00 น. ตามเวลาของประเทศอังกฤษ ซีเอ็นเอ็น ได้อ้างแหล่งข่าววงในของราชสำนัก ระบุว่า เจ้าหญิงเคท เดินทางออกจากพระราชวังบักกิ้งแฮม  ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าแพทย์ ให้การดูแล มาแอดมิทที่โรงพยาบาล หลังจากที่ทรงเริ่มมีอาการเจ็บพระครรภ์ในขั้นต้น และบุคคลกลุ่มแรกที่จะได้รับทราบเรื่องการประสูติกาลของรัชทายาท จะเป็น สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 , นายกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน ของอังกฤษ และผู้ว่าราชการของแต่ละประเทศในเครือจักรภพ จนไปถึง บุคคลในสำนักพระราชวังและครอบครัวมิดเดิลตัน

อย่างไรก็ตาม หากว่า รัชทายาทประสูติกาลในช่วงเวลาเที่ยงคืน  ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ที่จะปลุก สมเด็จพระราชินี ให้ตื่นจากพระบรรทม ดังนั้น การประกาศเรื่องการประสูติกาลของรัชทายาทต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการ  ก็น่าจะยังไม่เกิดขึ้นจนกว่าจะถึงตอนเช้า ขณะที่ พระนามขององค์รัชทายาท คาดว่า จะมีการแจ้งให้ทราบอีกครั้ง ในอีก 10 วัน หลังการประสูติ

ภราดรคาดเอกสารBRNท้วงไทย มาถึง21กค.ปัดเริ่มก่อน

เลขา สมช. เผย ยังไม่เห็นหนังสือ BRN ที่ส่งผ่าน ‘ผู้อำนวยความสะดวกการพูดคุย’อ้างไทยละเมิดข้อตกลงลดความรุนแรงเดือนรอมฎอน คาดถึง 21 ก.ค. ขณะ คนร้าย ลอบยิง สามี-ภรรยา ระหว่างทำธุระที่ อ.ยะหริ่ง ปัตตานี ตาย 2

นายฮัสซัน ตอยิบ แกนนำขบวนการบีอาร์เอ็น

โรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ หรือ ดีเอสเจ รายงานข่าวจากประเทศมาเลเซียว่า นายฮัสซัน ตอยิบ แกนนำขบวนการบีอาร์เอ็น ในฐานะตัวแทนในการพูดคุยสันติภาพกับตัวแทนรัฐบาลไทย ได้ยื่นหนังสือต่อ ดาโต๊ะ สรี อาห์มัด ซัมซามิน ฮาซิม อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติมาเลเซีย ในฐานะ ผู้อำนวยความสะดวกการพูดคุยสันติภาพระหว่างไทยกับบีอาร์เอ็น โดยประท้วงว่า ฝ่ายไทย ละเมิดข้อตกลงในการลดความรุนแรงในเดือนรอมฎอน

ทั้งนี้ รายงานระบุว่า ฝ่ายบีอาร์เอ็น จะหยุดการก่อเหตุยิง อย่างที่ อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติมาเลเซีย ได้ประกาศไว้ 100 เปอร์เซ็นต์  แต่ แกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็น อ้างว่า การที่ประชาชน ครูตาดีกา ผู้นำศาสนา คนที่มีคดีติดตัวและคนอื่น ๆ หลายคนที่ถูกสังหาร ทำให้ประชาชนไม่เชื่อมั่นต่อกระบวนการสันติภาพ ทำให้คนของ บีอาร์เอ็น หรือ กลุ่มกองกำลังอาร์เคเค ไม่สามารถอดทนได้ ทำให้ต้องออกมาตอบโต้อย่างที่เกิดขึ้น

เลขา สมช. เผย ยังไม่เห็นหนังสือบีอาร์เอ็น คาด ถึงมือพรุ่งนี้

พลโท ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เปิดเผย สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงกรณีโรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ หรือ ดีเอสเจ รายงานข่าวจากประเทศมาเลเซียว่า นายฮัสซัน ตอยิบ แกนนำขบวนการบีอาร์เอ็น ในฐานะตัวแทนในการพูดคุยสันติภาพกับตัวแทนรัฐบาลไทย ได้ยื่นหนังสือต่อ ดาโต๊ะ สรี อาห์มัด ซัมซามิน ฮาซิม อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติมาเลเซีย ในฐานะ ผู้อำนวยความสะดวกการพูดคุย เพื่อประท้วงว่า ฝ่ายไทย ได้ละเมิดข้อตกลงในการลดความรุนแรงช่วงรอมฎอนว่า ได้ทราบความเคลื่อนไหวและอ่านข่าวดังกล่าวแล้ว แต่ยังไม่ได้เห็นหนังสือที่ส่งผ่าน ผู้อำนวยความสะดวก แต่คาดว่าหนังสือฉบับดังกล่าว น่าจะถึงมือ ในวันที่ 21 ก.ค.นี้ ทั้งนี้เพราะหนังสือที่ บีอาร์เอ็น ยื่นมานั้นใช้ภาษามลายู ทางผู้อำนวยความสะดวกจะต้องทำการแปลเป็นภาษาอังกฤษและภาษาไทย ก่อนจะส่งมายังทางการไทย ทำให้ขบวนการค่อนข้างต้องใช้เวลา

สำหรับข้ออ้างเรื่องการประท้วงของบีอาร์เอ็นนั้น ทางการไทย ขอยืนยันในหลักการเดิมคือ เราจะใช้มาตรการการตั้งรับที่เข้มข้นขึ้น แต่หากมีเหตุซึ่งหน้า เราก็จำเป็นที่จะต้องทำการตอบโต้ เพราะถ้าเราไม่ทำ ผลเสียมันก็ตกอยู่ที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ไทย ส่วนการที่จะให้ฝ่ายไปปฏิบัติการก่อนนั้น ขอรับประกันได้ว่า ไม่มีการปฏิบัติอย่างนั้นแน่นอน

คนร้ายลอบยิง2ผัว-เมียดับ จนท.เร่งสอบ

เกิดเหตุคนร้าย ลอบยิง 2 สามีภรรยา เสียชีวิตบริเวณบ้านดูซงปาแยตะวันออก หมู่ที่ 3 ต.ตอหลัง อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เป็นเหตุให้ นายอิสมาแอ กามา และ นางมีเนาะ กามา เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ เหตุเกิดขณะที่สองสามีภรรยา กำลังขี่รถจักรยานยนต์เพื่อทำธุรในพื้นที่ อ.ยะหริ่ง ระหว่างทาง มีคนร้ายไม่ทราบกลุ่ม 2 คน ใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะ ใช้อาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาด ยิงใส่ก่อนหลบหนี  ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบที่เกิดเหตุ