บิณฑ์ โดนต้มจนเปื่อย ลุงตามหาลูกที่แท้มิจฉาชีพ

วันนี้(16 ส.ค.) จากกรณีที่ชาวเฟซบุ๊คแห่แชร์ภาพลุงตามหาลูกและต่อมานายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ได้ช่วยเหลือโดยการมอบเงิน 5000บาทและส่งขึ้นรถกลับบ้านเกิดทีจังหวัดสุรินทร์

บิณฑ์ ลุงตามหาลูก

ล่าสุดเรื่องราวพลิกกลับตาลปัตรเพราะลุงคนนี้เป็นมิจฉาชีพ โดยพระเอกใจบุญได้โพสต์ ข้อความดังนี้

สวัสดีครับเพื่อนๆ..ผมขอชี้แจงเรื่องของนายเนียม ที่เมื่อวานก่อนผมดำเนินการเอาตัวลุงเนียม ส่งกลับบ้านที่สุรินทร์ เมื่อวันที่14สิงหา เวลา 23.10น เมื่อรถออกจาก หมอชิต รถได้ขับเลยไปแค่รังสิต ลุงเนียมก็ขอลงทันที

โดยบอกคนขับรถให้จอด แต่คนขับรถไม่จอด จึงโวยวาย คนขับรถจึงจอด และได้ขู่กับลุงว่าจะแจ้งให้ผมทราบก่อน แต่ก็ไม่ได้ผล คนขับก็เกรงใจผู้โดยสารท่านอื่น จึงเปิดประตู้รถให้ลงไป ทันที่ที่ลงจากรถก็วิ่งอย่างเร็วหายไปเลยครับ

ท่านใดเจออย่าให้การช่วยเหลือนะครับ ผมว่าน่าจะเป็นการสร้างสถานการณ์การสงสารเผื่อให้คนเห็นใจ เพราะวันนั้นมีพยาบาลบอกแล้วว่าเขาหากินอยู่ในกรุงเทพเข้าออก รพ หลายครั้งเพราะมีพลเมืองดีมาส่ง แกล้งเป็นลม แล้วร้องไห้ให้คนสงสาร

ผมเองก็เสียความรู้สึกมากๆกับการกระทำของลุงคนนี้ ใครเจออย่าช่วยเหลือนะครับ เพราะลุงยังมีเงินอยู่อีก5,000บาท ต้องขอโทษจริงๆครับผมก็ไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้

MthaiNews

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บิณฑ์ เผย ลุงตามหาลูก แค่คนเมา ส่งกลับบ้านแล้ว

บิณฑ์ เผย ลุงตามหาลูก แค่คนเมา ส่งกลับบ้านแล้ว

นิด้า เผย ปชช.ส่วนใหญ่ ไม่เห็นด้วยปอท.คุมสื่อออนไลน์

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “สื่อออนไลน์กับความมั่นคงของชาติและรัฐบาล”  ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 13 – 15 สิงหาคม 2556 จากประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,232 หน่วยตัวอย่าง ที่ใช้สื่อออนไลน์หรือโซเชียลมีเดีย กระจายทุกระดับการศึกษาและอาชีพ

ไม่เห็นด้วยปอท.คุมสื่อออนไลน์

จากกรณีกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. ประกาศจับตาเฝ้าระวังควบคุมสื่อออนไลน์หรือโซเชียลมีเดียต่างๆ หลังจากมีการปล่อยข่าวเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติและรัฐบาล เช่น ข่าวลือเกี่ยวกับการปฏิวัติ รัฐประหาร โดยอ้างว่ากระทบต่อความมั่นคงของชาติ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์ถึงสิทธิส่วนบุคคล โดยมีค่าความคลาดเคลื่อนมาตรฐาน (Standard Error: S.E.) ไม่เกิน ร้อยละ 1.4

 จากการสำรวจเมื่อถามถึงความคิดเห็นต่อการที่ตำรวจเตรียมควบคุมการสื่อสารผ่านแอพพลิเคชั่น ไลน์ (Line) โดยอ้างว่ากระทบต่อความมั่นคงของชาติ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 73.54 ระบุว่าไม่เห็นด้วย เพราะ เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลในการรับรู้ข่าวสาร ขณะที่ ร้อยละ 20.29 เห็นด้วย เพราะ ถ้าเป็นข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงจริง ก็ควรจะมีการตรวจสอบ และร้อยละ 0.08 ไม่แน่ใจ/ไม่ระบุ

 เมื่อถามถึงความคิดเห็นต่อการห้ามไม่ให้กดไลค์ (Like)/แชร์ (Share) ข้อมูลที่กระทบต่อความมั่นคงของรัฐบาล ในสื่อออนไลน์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 68.18 ระบุว่า ไม่สมควร เพราะ รัฐบาลไม่ควรปิดกั้นประชาชน เป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานมากเกินไป ประชาชนควรที่จะมีสิทธิในการรับรู้ข่าวสารต่างๆ ตามระบอบประชาธิปไตย  ขณะที่ร้อยละ 23.78 ระบุว่า สมควร เพราะ หากมีข้อมูลเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐบาลรั่วไหลออกไป อาจจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศในเชิงลบ และสังคมออนไลน์การเผยแพร่ข้อมูลเป็นอย่างรวดเร็ว และยากต่อการตรวจสอบ และร้อยละ 0.16 ไม่แน่ใจ/ไม่ระบุ

  ท้ายสุด ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 44.40 เห็นด้วยกับข้อความ “กดไลค์(Like) ไม่ใช่อาชญากรรม”  รองลงมา ร้อยละ 39.20 ไม่เห็นด้วยทั้ง 2 ข้อความ  ร้อยละ 7.31 เห็นด้วยกับข้อความ  “แค่กดไลค์ (Like) ก็ติดคุกได้”  และร้อยละ 9.09  ไม่แน่ใจ/ไม่

ระบุ

ไม่เห็นด้วยปอท.คุมสื่อออนไลน์

MthaiNews

สยอง พบศพสาว ถูกฆ่ายัดกระเป๋า

พบศพหญิงสาวถูกยัดกระเป๋าทิ้งลงคลองติดอยู่ บริเวณสถานีสูบน้ำพระโขนง ใน ซ.สุขุมวิท 50 เร่งตรวจสอบ

ถูกฆ่ายัดกระเป๋า

ความคืบหน้าล่าสุดกรณีพบศพถูกยัดกระเป๋าทิ้งลงคลองติดอยู่บริเวณสถานีสูบน้ำพระโขนง ในซอยสุขุมวิท 50 โดย พล.ต.ต.สืบศักดิ์ พันธุ์สุระ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้เดินทางเข้าตรวจสอบ

เบื้องต้นจากการตรวจสอบทราบว่า ผู้เสียชีวิตเป็นหญิง อายุประมาณ 30 ปี ตามร่างกาย มีรอยสักคิ้วถาวร เจาะจมูกขวา และสวมแหวนอยู่ที่นิ้วกลางข้างขวา แต่งกายด้วยชุดกระโปรงแซกยาวช่วงบนลายขาวดำ ส่วนช่วงล่างสีแดง

ถูกพันธนาการด้วยเทปใสมัดมือขา รวมทั้งที่ปากและลำคอ จนขาดอากาศหายใจและเสียชีวิต ก่อนถูกยัดใส่กระสอบและถุงดำก่อนใส่กระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ทิ้งลงน้ำ เบื้องต้นสันนิษฐานว่า เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่าประมาณ 20 วัน

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบไม่พบเอกสารหรือหลักฐาน ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบการแจ้งคนหายพื้นที่พระโขนง
และใกล้เคียง

ทั้งนี้ จากการสอบถาม นายสุเทพ ผิวสุข ผู้เจอกระเป๋าใบดังกล่าว เล่าว่า ขณะที่กำลังพายเรือหาปลาอยู่ในคลองพระโขนงบริเวณตะแกรงดักขยะหน้าสถานีสูบน้ำพระโขนงจึงเปิดดูและพบศพจึงเรียกให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ

ถูกฆ่ายัดกระเป๋า