หน้ากากขาวไล่ธาริต กรณีแถลงข่าวตัดต่อภาพ

กลุ่มหน้ากากขาว รวมตัว โห่ขับไล่ อธิบดีดีเอสไอ ให้ลาออก หลังไม่พอใจกรณีแถลงข่าว บอก นายกฯ คือประมุข

หน้ากากขาวไล่ธาริต

กลุ่มหน้ากากขาว กว่า 30 คน รวมตัวกันประท้วง หน้าอาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เนื่องจากไม่พอใจ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กรณีที่แถลงข่าวรับคดีตัดต่อภาพ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คู่กับป้ายอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เป็นคดีพิเศษโดยระบุเหตุผลว่า เป็นหน้าที่ของดีเอสไอ เพราะนางสาวยิ่งลักษณ์ ถือเป็นประมุข ฝ่ายบริหาร ในฐานะนายกรัฐมนตรี

โดยกลุ่มผู้ชุมนุมมีการถือป้ายขับไล่ กล่าวหาว่า ดีเอสไอผ่านงานด้านกฎหมายมาโชกโชน แยกไม่ออกว่าประมุขประเทศ และหัวหน้ารัฐบาล แตกต่างกันอย่างไร และยังมีข้อความอื่นๆอีกจำนวนมาก รวมถึงมีการตะโกนขับไล่นายธาริตอย่างต่อเนื่อง

พร้อมกันนี้ จากการสอบถามตัวแทนกลุ่มหน้ากากขาว ทราบว่า หลังจากนี้จะส่งตัวแทน 4-5 คน เข้าพบ นายธาริต เพื่อสอบถามถึงสาเหตุ กรณีการแถลงข่าวไม่เหมาะสม เมื่อวานที่ผ่านมา

——————————————————-

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ธาริต เพ็งดิษฐ์, ข่าวธาริต

ธาริตซัดคนอคติโยงหมิ่นสถาบัน-สอบมัลลิกาตัดต่อรูป

คลิปฉาว ปลัดเทศบาล ชวนขรก.C8-ลูกน้อง เล่นไพ่ในสำนักงาน

วันนี้(15 ส.ค.) รายการครอบครัวข่าวเช้า รายงานข่าวสุดฉาวโดยเป็นการเปิดเผยคลิปเหตุการณ์ที่ปลัดเทศบาล ในตำบลแห่งหนึ่ง อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน ตั้งวงเล่นการพนันในสถานที่ราชการ พร้อมตั้งวงร่ำสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ครบครัน

คลิปฉาว ปลัดเทศบาล ชวนขรก.C8-ลูกน้อง เล่นไพ่ในสำนักงาน

โดยรายงานข่าวนี้ยังระบุอีกว่า ปลัดคนดังกล่าวจะชวนลูกน้องและข้าราชการระดับ ซี 8 อีกหลายคนมาตั้งบ่อนในที่ทำงาน เล่นกันแต่เย็นจนถึงค่ำ นอกจากนี้ยังมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ในราชการเป็นคนนั่งดูต้นทางให้อีกด้วย ซึ่งภายในคลิปจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าสถานที่ที่เล่นมีอุปกรณ์สำนักงานและป้ายข้อมูลของหน่วยงานติดอยู่

ขอบคุณคลิปจาก รายการครอบครัวข่าวเช้า

MthaiNews

วงถก “วัยว้าวุ่น ฮอร์โมน” ม.ศรีปทุม ชี้ชัด สังคมเปลี่ยน พ่อแม่ไร้เวลาให้ลูก

แนะเยาวชนมองเป้าหมายชีวิต ทำตัวมีคุณค่า

เมื่อเวลา 18.00 น. 13 ส.ค.56 ผู้สื่อข่าว MThai News รายงานว่า ที่อาคาร 11 ห้อง 12A06 มหาวิทยาลัยศรีปทุม นักศึกษาหลักสูตรนิเทศศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีปทุม จัดเวทีสัมมนาหัวข้อ “วัยรุ่น วัยว้าวุ่น เมื่อฮอร์โมน พลุ่งพล่าน” ผ่านมุมมอง 3 คน 3 แนวคิด “ศิรินา สันทัดงาน”  นักวิชาการกรมสุขภาพจิต– “อาร์ม อิสระ” นักเขียนบทละคร – “น้องเนย” ดาวมหาวิทยาลัยศรีปทุมปี 2556

22454

เนื่องจากวัยรุ่นเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์และสังคม เป็นช่วงรอยต่อวัยเด็กสู่วัยผู้ใหญ่ โดยการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งมีผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มวัยรุ่นด้วยกันเองและบุคคลรอบข้าง และเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่เกี่ยวกับเรื่องของการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องของวัยรุ่นรวมทั้งแลกเปลี่ยนมุมมองต่อซีรีส์วัยรุ่นสุดฮิต “ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น”

โดยนางศิรินา สันทัดงาน นักวิชาการส่งเสริมสุขภาพ กรมสุขภาพจิต กล่าวว่า วัยรุ่นไทยในยุคนี้มีเหตุผล รู้ทันเทคโนโลยีต่าง ๆ เป็นตัวของตัวเอง ทำให้มีพฤติกรรมที่ชัดเจน กล้าถาม กล้าตอบเป็นคุณสมบัติที่เหมาะกับโลกปัจจุบัน อันเป็นยุคการสื่อสารไร้พรหมแดน แต่ก็มีส่วนที่น่าห่วงกังวลในเรื่องความอ่อนแอในเชิงวัฒนธรรมและวิถีชีวิต เพราะปัจจุบันพ่อแม่ไม่มีเวลาให้ลูกหรือครอบครัวมีปัญหา  และด้านสภาพจิตใจที่ขาดความมั่นคงทางอารมณ์  เนื่องจากสังคมที่สับสนวุ่นวาย เต็มไปด้วยการแข่งขัน ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมา เช่นปัญหาด้านยาเสพติด ปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร

สำหรับซีรี่ส์ ฮอร์โมนนั้น มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ขึ้นอยู่กับมุมมอง และประสบการณ์ การตัดสินใจของแต่ละบุคคล ในส่วนของการดูละครแล้วจะเกิดพฤติกรรมเลียนแบบหรือไม่ โดยส่วนตัวคิดว่า แนวโน้มเยาวชนมีทิศทางที่จะเลียนแบบดาราเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตามคิดว่าวัยรุ่นควรที่จะทบทวนเรื่องคุณค่าในตัวเอง บทบาทหน้าที่ และเป้าหมายในชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอบตัวเองให้ชัดเจน ถึงสิ่งที่ต้องการ

ขณะที่ด้านนายอาคม อาษาชำนาญ นักเขียนบทละคร เจ้าของนามปากกา “อาร์ม อิสระ” กล่าวว่าในการเขียนบทละครแต่ละครั้ง ตัวละครที่เป็นวัยรุ่นมักนำเรื่องราวมาจากชีวิตจริงของวัยรุ่นในยุคนั้น และจากเหตุการณ์ที่ปรากฏเป็นข่าว แต่บางครั้งตัวละครที่ถูกเขียนขึ้นมาก็กลับไปมีอิทธิพลต่อชีวิตจริงวัยรุ่นในสังคม ซึ่งลูกของตนเองก็อยู่ในวัยนี้เช่นกัน จึงจำเป็นอย่างมากที่จะต้องเลี้ยงด้วยความเข้าใจ ไม่ใช้ความรุนแรงหรือการบังคับ เพราะสภาพสังคมปัจจุบันเต็มไปด้วยสิ่งยั่วยุและสามารถเข้าถึงได้ง่าย เพราะสังคมยุคปัจจุบันเปิดกว้างในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและสังคมออนไลน์

22448

สำหรับซีรี่ส์ฮอร์โมนนั้นไม่ได้จงใจทำเนื้อหาให้แรงเกินความจริงในสังคม แต่เป็นละครสะท้อนสังคม ที่ถูกมองว่าแรงเพราะออกอากาศทางเคเบิลทีวี ซึ่งอิสระทั้งภาพและเนื้อหา ซึ่งวัยรุ่นทุกวันนี้คิดเองได้ว่าอะไรถูก-ผิด จึงไม่น่าจะส่งผลต่อการชี้นำให้วัยรุ่นเดินในทางที่ผิดแต่ที่กลายเป็นกระแสเปรี้ยงปร้าง เพราะมีทำการตลาดดี คือ คัดตัวละครดี ทำให้วัยรุ่นยุคนี้เกิดการ “จิ้น” หรือ จินตนาการไปตามเนื้อหา อยากให้พระ-นางได้คู่กัน และด้วยเนื้อหาที่ใกล้เคียงวัยรุ่น ทำให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เร็ว ในแง่จรรยาบรรณของคนเขียนบท ซึ่งเป็นผู้ผูกโจทย์ขึ้นมา มักจะมีการแก้โจทย์ให้ผู้ชมสอดแทรกอยู่แล้ว ท้ายที่สุดทุกสิ่งย่อมเป็นไปตามกรรม คือ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว สะท้อนผ่านตัวละคร

พร้อมกันนี้ด้านนางสาวสุรีพร คลังนุช ดาวมหาวิทยาลัยศรีปทุมปี 2556 กล่าวว่า สำหรับตนเองในช่วงมัธยมที่ผ่านมา ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่กับเพื่อน กินข้าว ดูหนัง เดินห้างสรรพสินค้า แต่พอเริ่มเข้ามหาวิทยาลัย เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการทำกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยและโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค แทบจะเรียกได้ว่าเป็นปัจจัยที่5 ของชีวิตเลยทีเดียว ส่วนเรื่องเที่ยวกลางคืน ก็เลยลองไปบ้างแต่ไม่ชอบ ซึ่งต่างจากเพื่อนในวัยเดียวกันที่ชอบเที่ยวกลางคืน เรียกง่ายๆว่า ติดเพื่อนแต่ไม่ตามเพื่อน สำหรับในส่วนของการดำเนินชีวิต ที่ผ่านมาถ้ามีปัญหาอะไรก็จะปรึกษาแม่ เพราะปกติเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบเที่ยวกลางคืน สำหรับซีรีส์เรื่องฮอร์โมน เชื่อว่าไม่ค่อยมีผลกับพฤติกรรมวัยรุ่น เชื่อว่าสิ่งที่ส่งผลต่อวัยรุ่นมากกว่าละครคือเพื่อน เพราะวัยรุ่นติดเพื่อนมากกว่าละคร

MThai News

e_22459

22455

22462

22458

22456

22453

22452

22451

22450
(นางสาวสุรีพร คลังนุช ดาวมหาวิทยาลัยศรีปทุมปี 2556)

22449  22447

22446

22445

e_22461

e_22460