แนะเยาวชนมองเป้าหมายชีวิต ทำตัวมีคุณค่า
เมื่อเวลา 18.00 น. 13 ส.ค.56 ผู้สื่อข่าว MThai News รายงานว่า ที่อาคาร 11 ห้อง 12A06 มหาวิทยาลัยศรีปทุม นักศึกษาหลักสูตรนิเทศศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีปทุม จัดเวทีสัมมนาหัวข้อ “วัยรุ่น วัยว้าวุ่น เมื่อฮอร์โมน พลุ่งพล่าน” ผ่านมุมมอง 3 คน 3 แนวคิด “ศิรินา สันทัดงาน” นักวิชาการกรมสุขภาพจิต– “อาร์ม อิสระ” นักเขียนบทละคร – “น้องเนย” ดาวมหาวิทยาลัยศรีปทุมปี 2556

เนื่องจากวัยรุ่นเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์และสังคม เป็นช่วงรอยต่อวัยเด็กสู่วัยผู้ใหญ่ โดยการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งมีผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มวัยรุ่นด้วยกันเองและบุคคลรอบข้าง และเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่เกี่ยวกับเรื่องของการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องของวัยรุ่นรวมทั้งแลกเปลี่ยนมุมมองต่อซีรีส์วัยรุ่นสุดฮิต “ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น”
โดยนางศิรินา สันทัดงาน นักวิชาการส่งเสริมสุขภาพ กรมสุขภาพจิต กล่าวว่า วัยรุ่นไทยในยุคนี้มีเหตุผล รู้ทันเทคโนโลยีต่าง ๆ เป็นตัวของตัวเอง ทำให้มีพฤติกรรมที่ชัดเจน กล้าถาม กล้าตอบเป็นคุณสมบัติที่เหมาะกับโลกปัจจุบัน อันเป็นยุคการสื่อสารไร้พรหมแดน แต่ก็มีส่วนที่น่าห่วงกังวลในเรื่องความอ่อนแอในเชิงวัฒนธรรมและวิถีชีวิต เพราะปัจจุบันพ่อแม่ไม่มีเวลาให้ลูกหรือครอบครัวมีปัญหา และด้านสภาพจิตใจที่ขาดความมั่นคงทางอารมณ์ เนื่องจากสังคมที่สับสนวุ่นวาย เต็มไปด้วยการแข่งขัน ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมา เช่นปัญหาด้านยาเสพติด ปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร
สำหรับซีรี่ส์ ฮอร์โมนนั้น มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ขึ้นอยู่กับมุมมอง และประสบการณ์ การตัดสินใจของแต่ละบุคคล ในส่วนของการดูละครแล้วจะเกิดพฤติกรรมเลียนแบบหรือไม่ โดยส่วนตัวคิดว่า แนวโน้มเยาวชนมีทิศทางที่จะเลียนแบบดาราเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตามคิดว่าวัยรุ่นควรที่จะทบทวนเรื่องคุณค่าในตัวเอง บทบาทหน้าที่ และเป้าหมายในชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอบตัวเองให้ชัดเจน ถึงสิ่งที่ต้องการ
ขณะที่ด้านนายอาคม อาษาชำนาญ นักเขียนบทละคร เจ้าของนามปากกา “อาร์ม อิสระ” กล่าวว่าในการเขียนบทละครแต่ละครั้ง ตัวละครที่เป็นวัยรุ่นมักนำเรื่องราวมาจากชีวิตจริงของวัยรุ่นในยุคนั้น และจากเหตุการณ์ที่ปรากฏเป็นข่าว แต่บางครั้งตัวละครที่ถูกเขียนขึ้นมาก็กลับไปมีอิทธิพลต่อชีวิตจริงวัยรุ่นในสังคม ซึ่งลูกของตนเองก็อยู่ในวัยนี้เช่นกัน จึงจำเป็นอย่างมากที่จะต้องเลี้ยงด้วยความเข้าใจ ไม่ใช้ความรุนแรงหรือการบังคับ เพราะสภาพสังคมปัจจุบันเต็มไปด้วยสิ่งยั่วยุและสามารถเข้าถึงได้ง่าย เพราะสังคมยุคปัจจุบันเปิดกว้างในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและสังคมออนไลน์

สำหรับซีรี่ส์ฮอร์โมนนั้นไม่ได้จงใจทำเนื้อหาให้แรงเกินความจริงในสังคม แต่เป็นละครสะท้อนสังคม ที่ถูกมองว่าแรงเพราะออกอากาศทางเคเบิลทีวี ซึ่งอิสระทั้งภาพและเนื้อหา ซึ่งวัยรุ่นทุกวันนี้คิดเองได้ว่าอะไรถูก-ผิด จึงไม่น่าจะส่งผลต่อการชี้นำให้วัยรุ่นเดินในทางที่ผิดแต่ที่กลายเป็นกระแสเปรี้ยงปร้าง เพราะมีทำการตลาดดี คือ คัดตัวละครดี ทำให้วัยรุ่นยุคนี้เกิดการ “จิ้น” หรือ จินตนาการไปตามเนื้อหา อยากให้พระ-นางได้คู่กัน และด้วยเนื้อหาที่ใกล้เคียงวัยรุ่น ทำให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เร็ว ในแง่จรรยาบรรณของคนเขียนบท ซึ่งเป็นผู้ผูกโจทย์ขึ้นมา มักจะมีการแก้โจทย์ให้ผู้ชมสอดแทรกอยู่แล้ว ท้ายที่สุดทุกสิ่งย่อมเป็นไปตามกรรม คือ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว สะท้อนผ่านตัวละคร
พร้อมกันนี้ด้านนางสาวสุรีพร คลังนุช ดาวมหาวิทยาลัยศรีปทุมปี 2556 กล่าวว่า สำหรับตนเองในช่วงมัธยมที่ผ่านมา ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่กับเพื่อน กินข้าว ดูหนัง เดินห้างสรรพสินค้า แต่พอเริ่มเข้ามหาวิทยาลัย เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการทำกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยและโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค แทบจะเรียกได้ว่าเป็นปัจจัยที่5 ของชีวิตเลยทีเดียว ส่วนเรื่องเที่ยวกลางคืน ก็เลยลองไปบ้างแต่ไม่ชอบ ซึ่งต่างจากเพื่อนในวัยเดียวกันที่ชอบเที่ยวกลางคืน เรียกง่ายๆว่า ติดเพื่อนแต่ไม่ตามเพื่อน สำหรับในส่วนของการดำเนินชีวิต ที่ผ่านมาถ้ามีปัญหาอะไรก็จะปรึกษาแม่ เพราะปกติเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบเที่ยวกลางคืน สำหรับซีรีส์เรื่องฮอร์โมน เชื่อว่าไม่ค่อยมีผลกับพฤติกรรมวัยรุ่น เชื่อว่าสิ่งที่ส่งผลต่อวัยรุ่นมากกว่าละครคือเพื่อน เพราะวัยรุ่นติดเพื่อนมากกว่าละคร
MThai News









(นางสาวสุรีพร คลังนุช ดาวมหาวิทยาลัยศรีปทุมปี 2556)




