‘หมอประเวศ’ ปัดเข้าร่วมสภาปฏิรูปการเมือง

“น.พ.ประเวศ” ปภิเสธเข้าร่วมสภาปฏิรูปการเมือง แต่หนุนให้เป็นวาระแห่งชาติเพื่อให้ทุกคนเข้าร่วม ขณะเสนอ 3 กลไกออกแบบปฏิรูป

น.พ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางเข้าพบ น.พ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส เพื่อเชิญเข้าร่วมสภาปฏิรูปการเมือง

โดย น.พ.ประเวศ กล่าวว่า ส่วนตัวสนับสนุนการปฏิรูปการเมือง และขอเสนอให้เป็นวาระแห่งชาติ ให้ทุกคนได้เข้ามามีส่วนร่วม แต่ขอไม่เข้าร่วมสภาปฏิรูปการเมือง เพราะทำงานข้างนอกจะเป็นอิสระมากกว่า พร้อมทั้งเชื่อว่าอนาคต คนไทยจะให้อภัย และร่วมมือการทำให้ประเทศเข้าสู่ความปรองดอง แม้จะไม่เห็นทางออกในขณะนี้ แต่เชื่อว่าจะสำเร็จได้ในอนาคต

อย่างไรก็ตาม น.พ.ประเวศ ได้เสนอแนวคิดการออกแบบปฏิรูปการเมืองโดยมี 3 กลไกลสำคัญ คือกรรมการปฏิรูปการเมืองคณะกรรมการเครือข่ายประชาชนปฏิรูปการเมือง และสภาปฏิรูปการเมือง โดยให้ทำงานเชื่อมโยงกัน

เผยผลสอบน้ำมันรั่ว! เพราะท่อแตก

คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุน้ำมันรั่วในทะเลจังหวัดระยอง เผยผลสอบ น้ำมันที่รั่ว เกิดจากท่อน้ำมันแตก พร้อมเสนอพีทีทีจีซี สอบเชิงลึกถึงสาเหตุหลังไม่พบปัจจัยภายนอกที่ทำให้ท่อเสียหาย

20

คุณหญิงทองทิพ รัตนะรัต ผู้เชี่ยวชาญอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมี ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุน้ำมันรั่วในทะเลจังหวัดระยอง โดยผลการตรวจสอบพบว่า สาเหตุที่ทำให้น้ำมันไหลในทะเลเกิดจากท่อน้ำมันรั่ว แต่ไม่พบปัจจัยภายนอกที่ทำให้ท่อแตก

ขณะที่การปฎิบัติงานของพนักงานบริษัทพีทีที โกลบอลเคมิคอล จำกัด(มหาชน) หรือพีทีทีจีซี ก่อนการเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุเป็นไปตามกระบวนการทำงานทุกขั้นตอน โดยการใช้สารเคมีเพื่อขจัดคราบน้ำมันไม่ได้ประสิทธิภาพเท่าที่ควร เนื่องจากมีสภาวะคลื่นลมแรง ซึ่งยังส่งผลให้การใช้บูมกักน้ำมันไม่ได้ผลเต็มที่ ทำให้น้ำมันเคลื่อนตัวเร็วและเล็ดลอดเข้าสู่อ่าวพร้าว

รวมถึงการปฎิบัติการโปรยสารเคมีขจัดคราบน้ำมันโดยเครื่องบินล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ทางคณะกรรมการตรวจสอบฯได้ตั้งสมมุติฐานปริมาณน้ำมันที่ไหลออกจากท่อที่เกิดเหตุทั้งหมดไม่เกิน 54,341 ลิตร และน้ำมันที่เล็ดลอดมาที่อ่าวพร้าวมีประมาณ 11,773 ลิตร

นอกจากนี้ คณะกรรมการ ได้เสนอแนะให้บริษัทพีทีทีจีซี ควรตั้งคณะทำงานเพื่อสอบสวนสาเหตุการแตกของท่อเชิงลึก โดยผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิค พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนจัดทำแผนฟื้นฟูระยะสั้นระยะยาว รวมถึงจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อประสานความร่วมมือในการแก้ปัญหาจากหน่วยงานต่างๆของรัฐ ซึ่งจะทำให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

MThai news

ชูวิทย์โพสต์แนะปลอดประสพ เช็คร่างกายเหตุลงน้ำอ่าวพร้าวหลังตน

ชูวิทย์โพสต์แนะปลอดประสพ เช็คร่างกายเหตุลงน้ำอ่าวพร้าวหลังตน พร้อมเผยโฉมรูปนาฬิกาเรือนละ 75,000 บ. ที่สภา 

จากที่วานนี้ (13 ส.ค.) กรมควบคุมมลพิษ ได้ออกมาประกาศเตือนห้ามลงเล่นน้ำในเขตบริเวณอ่าวพร้าวและอ่าวทับทิมของเกาะเสม็ด เนื่องจากมีการตรวจพบสารพิษจำพวกสารปรอทมากถึง 29เท่านั้น

ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์, อ่าวพร้าว, น้ำมันรั่ว, นาฬิการัฐสภา

วันนี้ (14ส.ค.) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ก็ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบายความใน หลังเจ้าตัวเป็นคนแรกที่กล้าลงเล่นน้ำทะเลอ่าวพร้าว ก่อนที่กรมควบคุมมลพิษจะออกมาประกาศ โดยระบุว่า

ผมต้องไปตรวจเช็คร่างกาย

เมื่อ 2 อาทิตย์ก่อน ผมลงดำน้ำที่ “อ่าวพร้าว” เพื่อพิสูจน์คราบน้ำมัน แล้วถ่ายคลิปออกมาโชว์แบบหล่อๆ เมื่อวาน มีข่าวผลพิสูจน์ทางเคมี จาก “กรมควบคุมมลพิษ” ออกมาว่า น้ำทะเลที่อ่าวพร้าว มีปริมาณ “สารปรอท” มากกว่าปกติถึง “29 เท่า” เป็นอันตรายอย่างมากหากลงเล่นน้ำ โอ้โห! ซวยแล้วไง(กู) วันนั้นดันกลืนน้ำทะเลไปหลายอึก

ช่วงนี้ร่างกายรู้สึกทะแม่งๆอยู่ด้วย เพราะมีทั้ง พรบ.นิรโทษกรรม งบประมาณเงินกู้ 2.2 ล้านล้าน และกฎหมายสำคัญอีกหลายฉบับที่กำลังจะเข้า ทำให้ผมรู้สึกกังวลใจหวิวๆแปลกๆ สงสัยจะเป็นเพราะ “สารปรอท” ในตัวผมหรือเปล่าก็ไม่รู้? ผมคิดว่าจะไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลกรุงเทพเสียหน่อย

จริงๆแล้วผมว่าคุณปลอดประสพน่าจะไปตรวจก่อนผมนะครับ แกเพิ่งจะลงว่ายน้ำหลังจากผมไม่กี่วัน แต่อาศัยว่าผมเป็นนักกีฬาเก่า อายุน้อยกว่าคุณปลอดประสพ ร่างกายอาจจะมี “ภูมิต้านทาน” มากกว่า ส่วนคุณปลอดประสพแกอายุมากแล้ว กลัวจะทนไม่ไหวเอาน่ะสิ

ส่วนใครอยากฟังความเห็นผมเรื่องแอพฯ “Line” รอหน่อยนะครับ เย็นๆจะมาโพสต์ เมื่อกี๊ผมเพิ่ง “พิมพ์ไลน์” ไปนัดหมอ ไม่รู้ว่า “ปอท.” เขาจะได้อ่านหรือเปล่า?

นอกจากนี้นายชูวิทย์ ยังได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นถึงเรื่องการซื้อนาฬิกาของรัฐสภาที่มีราคาแพงเกินความเป็นจริงด้วยว่า

งบประมาณของสภาฯ

ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์, อ่าวพร้าว, น้ำมันรั่ว, นาฬิการัฐสภา

เช่นเดียวกับงบประมาณของทุกกระทรวง ทบวง กรม ระบบการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐบาลแทบทั้งหมดเกี่ยวข้องกับ “เส้นสาย” หรือ “คอนเนคชั่น” ของผู้ที่มีอำนาจอนุมัติ ผลลัพธ์คือ “คอมมิชชั่น” หรือ “เงินทอน” ที่ถูกแจกจ่ายไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ

นาฬิกาที่ติดอยู่ทั่วพื้นที่ของรัฐสภา อย่างในภาพนี้ ติดอยู่เหนือประตูห้องสูบบุหรี่ของ ส.ส. ใกล้ห้องอาหาร นาฬิกานี้มีมูลค่า 75,000 บาทต่อเรือน แน่นอนว่าเป็นราคาที่ “สูงมาก” และผมก็ไม่เห็นเหตุผลใดที่จะต้องซื้อนาฬิกาเรือนละ 75,000 บาท เพื่อเอามาแขวนเหนือประตูห้อง ไม่ว่าจะเป็นห้องทำงาน ห้องสูบบุหรี่ หรือห้องน้ำ

ผมไม่อยาก “โต้เถียง” ถึงการสิ้นเปลืองเงินจากผู้เสียภาษี แต่นี่มันมากเกินไป นาฬิกา “ไซโก้” ราคา 1,500 บาท ก็ใช้แขวนได้ เดินตรงเวลา และทนทาน อย่างที่ “ลีกาซิง” ชาวฮ่องกง ผู้ที่รวยที่สุดในเอเชีย สวมนาฬิกา “ซิตี้เซน” เขายังคงทำเงินมากกว่าใครทุกคนในเอเชีย เขาพูดประโยคที่ว่า “เขาไม่สนใจหรอกว่านาฬิกาจะแพงแค่ไหน ขอให้มันเดินตรงเวลา แค่นั้นก็พอ”

มิน่าเล่า เขาถึงรวยที่สุดในเอเชีย ส่วนคนไทยก็ยัง “รวยหนี้” เหมือนเดิม

MThai News