อึ้ง ค้นคุกรัตนบุรี เจอมือถือ28เครื่อง-ฉี่ม่วง7ราย

เรือนจำรัตนบุรี สุรินทร์ ตรวจค้นจู่โจมภายในเรือนจำ พบโทรศัพท์มือ 28 เครื่อง พบผู้ต้องขังฉี่สีม่วง 7 ราย

ค้นคุกเจอมือถือ

นายวิรัตน์ ปานศรี ผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอรัตนบุรี แถลงผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดและบังคับใช้กฎหมาย ในรอบเดือนสิงหาคม 2556 ว่า เรือนจำอำเภอรัตนบุรี ได้ปฏิบัติงานตามแผน โดยนำกำลังเจ้าหน้าที่เรือนจำ เข้าตรวจค้นจู่โจมภายในเรือนจำ จำนวน 5 ครั้ง และได้ร่วมกับสถานีตำรวจภูธรรัตนบุรี นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าร่วมจู่โจมตรวจค้นภายในเรือนจำ 3 ครั้ง

ผลการดำเนินงานสามารถตรวจยึดโทรศัพท์มือถือห่อด้วยถุงพลาสติกกันน้ำ ซุกซ่อนในโถส้วม ภายในห้องนอนผู้ต้องขัง แดนเรือนนอน 1 จำนวน 16 เครื่อง กลบฝังไว้ใต้พื้นดินภายในแดนฝึกวิชาชีพ จำนวน 10 เครื่อง ซุกซ่อนใต้ที่นอนในห้องนอนผู้ต้องขังแดนเรือนนอน 2 จำนวน 1 เครื่อง และซุกซ่อนในท่อระบายน้ำทิ้ง จำนวน 1 เครื่อง

รวมโทรศัพท์มือที่ตรวจยึดได้ทั้งสิ้น 28 เครื่อง และได้มีการประสานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอรัตนบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะผู้ต้องขังชาย จำนวน 246 ราย โดยผลการตรวจพิสูจน์เบื้องต้น มีตัวอย่างปัสสาวะที่ให้ผลบวก จำนวน 7 ราย และได้นำส่งไปตรวจยืนยันผลอีกครั้งเพื่อจะดำเนินคดีตามกฎหมาย

ค้นคุกเจอมือถือ

ค้นคุกเจอมือถือ

ค้นคุกเจอมือถือ

ม็อบยางชุมนุมวันที่8 ถาวร ไม่รู้ตร.จ่อออกหมายจับ

ม็อบสวนยางชุมนุมวันที่ 8 แล้ว ด้าน นายก ส.กำนัน-ผู้ใหญ่ ชี้ ม็อบจุดติดแล้วขอคืนพื้นที่ยาก แนะรัฐบาลยอมรับข้อเสนอชาวบ้าน ขณะ “ถาวร เสนเนียม” ยังไม่รู้ตำรวจเตรียมขอศาลออกหมายจับ ฐานสนับสนุนม็อบ ยัน ไม่เกี่ยวข้อง

สถานการณ์การชุมนุมบริเวณสี่แยกควนหนองหงษ์ และที่บริเวณแยกจุดตัดทางรถไฟบ้านตูล ที่ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ยังคงปักหลักต่อเนื่องเป็นวันที่ 8 แล้ว ด้านนายยงยศ แก้วเขียว กำนันตำบลเขาพระบาท อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช และนายกสมาคมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย เปิดเผยสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า

ม็อบสวนยาง, ถาวร เสนเนียม, หมายจับถาวร, ข่าวม็อบสวนยาง

สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง เพราะขณะนี้ม็อบจุดติดแล้ว และต้องระวังมือที่ 3 เข้ามาก่อกวน และจากการที่เป็นตัวแทนในการไปเจรจากับทางผู้ชุมนุมนั้น ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นคนที่รัฐบาลส่งมา เพียงแต่ต้องนำหน้าที่กำนัน ที่ต้องดูแลลูกบ้าน

แต่สำหรับการให้กลุ่มผู้ชุมนุมเปิดเส้นทางคืนพื้นที่ ดูแล้วเป็นไปได้ยาก เพราะทางกลุ่มผู้ชุมนุมยังยืนที่ราคาอย่างต่ำ 100 บาท/ก.ก. ในขณะที่ทางรัฐให้ได้แค่ 80 บาท/ก.ก. ทำให้กลุ่มผ้ชุมนุมไม่ยอม ซึ่งทางออกของปัญหานี้ ทางรัฐต้องยอมกลืนเลือด ให้ราคาตามที่ผู้ชุมนุมร้องขอ ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลาย

ถาวรยังไม่รู้ตร.เตรียมออกหมายจับฐานสนับสนุนม็อบสวนยาง

นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีมีรายงานข่าวว่า ตำรวจนครศรีธรรมราช เตรียมหารือกัน เพื่อขออนุมัติศาล ออกหมายจับ นายถาวร และ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง ฐานเป็นผู้สนับสนุนให้มีการชุมนุมของชาวสวนยางพารา ใน จ.นครศรีธรรมราช ว่า

ส่วนตัวยังไม่ทราบ เพราะที่ผ่านมาตนก็ปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการชุมนุมของชาวสวนยางแต่อย่างใด และที่เห็นตนไปปรากฏตัวอยู่ที่การชุมนุมนั้นเป็นเพราะต้องการไปให้กำลังใจ เพื่อหาแนวทางการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนได้อย่างไรบ้าง
พร้อมกันนี้ นายถาวร ยังกล่าวแบบติดตลกว่า ส่วนตัว ก็รู้สึกอยากได้หมายจับบ้าง เพราะตั้งแต่เกิดมา ยังไม่เคยถูกออกหมายจับเลย และถ้าถูกออกหมายจับจริง จะไปซื้อหวย แต่หากมีการออกหมายจับ ตนจะยอมให้ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี หรือ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จับกุมเท่านั้น เพราะหากเป็นบุคคลอื่น ถือว่าไม่สมศักดิ์ศรี

อย่างไรก็ตาม กระแสข่าวการออกหมายจับ นายถาวร และ นายนิพิฏฐ์ ดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากทั้ง 2 คน เดินทางไปเยี่ยมมวลชนที่ชุมนุมใน จ.นครศรีธรรมราช ขณะที่ พล.ต.ท.ยงยุทธ เจริญวานิช ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ยังคงปฏิเสธว่า ยังไม่มีการหารือเรื่องการออกหมายจับบุคคลทั้งสอง

ม็อบสวนยาง, ถาวร เสนเนียม, หมายจับถาวร, ข่าวม็อบสวนยาง

แค้นจัด! หนุ่มลำพูนแทงตำรวจ 9แผล ทะลุปอด ฉุนตั้งด่านจับบ่อย

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา นายศุภฤกษ์ วันวนา อายุประมาณ 35 ปีได้ก่อเหตุใช้มีดพับแทงร้อยตำรวจตรีศิริพงษ์ ณ ลำพูน จำนวน 9 แผล ทะลุปอดได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่บริเวณป้อมจราจร ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน โดยอาการล่าสุดพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังต้องพักฟื้นอยู่ในโรงพยาบาล

แทงตำรวจ,หนุ่มลำพูน,ตั้งด่าน
(ขอบคุณภาพจาก http://www.tnews.co.th)

ต่อมาชุดสืบสวน สภ.เมืองลำพูนได้จับกุมตัวนายศุภฤกษ์ได้ โดยรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุ ได้ไปรอรับพี่สาวจากที่ทำงานภายในนิคมอุตสาหกรรมลำพูน ซึ่งห่างจากป้อมตำรวจเพียง 200 เมตร ต่อมาเห็นมีตำรวจอยู่ที่ป้อมเพียงนายเดียว ซึ่งตนมีความแค้นใจเป็นการส่วนตัวเนื่องจากถูกตำรวจป้อมนี้ตั้งด่านจับบ่อยครั้ง จึงเดินเข้าไปกรีดเบาะรถจักรยานยนต์ของตำรวจ เป็นจังหวะที่ร้อยตำรวจตรีศิริพงษ์ มาเห็นพอดี จึงเกิดการต่อสู้ชกต่อยกัน ก่อนจะใช้มีดพับที่พกไปแทงตำรวจหลายแผล แล้วหลบหนีไป จนกระทั่งถูกตามจับกุมได้ในที่สุด

อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้แจ้งข้อหา พยายามฆ่าเจ้าพนักงานขณะปฎิบัติหน้าที่

MThai News