คุมมือยิง ว่าที่เจ้าสาวและแม่ยายทำแผน-ฝากขังพรุ่งนี้

ผบก.ภ.จว.ชลบุรี นำกำลังคุมตัวมือยิง ว่าที่เจ้าสาวและแม่ยาย ทำแผนประกอบรับคำรับสารภาพ ขณะเตรียมฝากขังต่อศาลพรุ่งนี้ พร้อมค้านประกันตัว นอนคุกวันแรกไม่เครียด ไร้คนเยี่ยม

นายยศพล แหก้าน

พ.ต.ท.เตชิต กุลพาณิชย์ พงส.ผู้ชำนาญการ สภ.เสม็ด จ.ชลบุรี เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า จากกรณี ตำรวจสามารถจับกุม นายยศพล แหก้านอายุ 37 ปี ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง นางวิมล หงษ์ทอง อายุ 53 ปี และ น.ส.เกวลิน หงษ์ทอง อายุ 28 ปี สองแม่ลูกเสียชีวิตอย่างอนาถนั้น

ล่าสุดเมื่อเช้านี้ ได้นำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพแล้ว และนำตัวกลับมาควบคุมตัวที่ สภ.เสม็ด ทันที ซึ่งเมื่อคืนนี้ ตัวผู้ต้องหาไม่เครียดและไม่มีใครมาเยี่ยม

ส่วนในวันพรุ่งนี้ (14 ส.ค.) จะนำตัวผู้ต้องไปฝากขังต่อศาลจังหวัดชลบุรี เป็นผลัดแรก ในข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควรหรือจำเป็นเร่งด่วน และยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน โดย พงส. จะคัดค้านการประกันตัวด้วย

พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.กิตติพัฒน์ พงษ์พนัส ผกก.สภ.เสม็ด ได้นำตัว นายยศพล แหก้าน อายุ 37 ปี มือปืนก่อเหตุใช้ปืน 9 มม. ยิง น.ส.เกวลิน หงส์ทอง อายุ 27 ปี และนางวิมล หงส์ทอง อายุ 49 ปี มารดาของ น.ส.เกวลิน เสียชีวิต

ภายในร้านตกแต่งเครื่องยนต์ พี.เอส. โมดิฟายด์ ริมถนนสายบายพาสเลี่ยงเมืองห้วยกะปิ ม.1 ต.ห้วยกะปิ อ.เมือง จ.ชลบุรี เหตุเกิด เมื่อวันที่ 8 ส.ค. ที่ผ่านมา และสามารถดำเนินการติดตามจับกุมตัวได้ที่ชายแดนเขตติดต่อประเทศไทย-กัมพูชา บริเวณด่านผี ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว เพื่อจะหลบหนีไปยังประเทศกัมพูชานั้น

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ท่ามกลางประชาชนที่ทราบข่าว และมาติดตามดูเหตุการณ์อย่างมากมาย โดยระหว่างการทำแผน นายอารมณ์ นันทชลากรกิจ บิดาแท้ ๆ ของ น.ส.เกวลิน ผู้เสียชีวิต ได้ออกมาด่า นายยศพล และประกาศผ่านทางสื่อว่า ต้องการให้ นายยศพล เดินทางไปขอขมาศพ มิฉะนั้นจะไม่มีการเผาศพอย่างแน่นอน

นายยศพล แหก้าน นายยศพล แหก้าน นายยศพล แหก้าน

เปิดชื่อ 4 คนไทย ถูกลักพาตัวในไนจีเรีย

ก.ต่างประเทศ เร่งเจรจา ไนจีเรียและอิสราเอล ช่วยเหลือ 4 คนไทยที่ถูกคนร้ายใน ไนจีเรียลักพาตัว

surapong

ความคืบหน้ากรณี คนไทย 4 คนถูกลักพาตัวในประเทศไนจีเรียว่า ล่าสุด กระทรวงการต่างประเทศทราบชื่อแล้ว คือ 1.นายพันพินิจ สมโมหก (Panpinij Sommohok) 2.นางบุษยา ศรีปัญญา (Butsaya Sripanya) 3.นายไชยยันต์ ไทชมพู (Chaiyan Taichompu) และ 4.นายบุญเทียน (Bontian) ไม่ทราบนามสกุล ซึ่งทั้งหมดทำงานให้กับบริษัท โพมิดะของอิสราเอล

อย่างไรก็ตามชาวไนจีเรีย 1 คนที่หลบหนีออกมาได้ให้ข้อมูลว่า คนร้ายมีประมาณ 5-6 คน น่าจะเป็นคนในพื้นที่ ซึ่งตำรวจพื้นที่ประเมินว่าน่าจะเป็นแก๊งลักพาตัว โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังหาเบาะแสให้ความช่วยเหลืออยู่

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ขณะนี้มีญาติของผู้ที่ถูกจับกุมบางรายโทรศัพท์ติดต่อสอบถามข้อมูลไปที่บริษัท ในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ นายณรงค์ ศศิธร อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา ได้พูดคุยกับทั้งเอกอัครราชทูตไนจีเรียและเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยแล้ว เพื่อขอให้รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศช่วยดูแลคนไทยที่ถูกจับ เพราะไม่ต้องการให้เกิดเหตุรุนแรงใดๆ ขึ้น

เหตุลักพาตัวดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยสำนักงานข่าวต่างประเทศ ได้รายงานอ้างการเปิดเผยของ นายเอ็มมานูเอล ชินดาห์ รัฐมนตรี ที่รับผิดชอบด้านการเกษตรของรัฐริเวอร์ส ทางตอนใต้ของประเทศไนจีเรียระบุว่า กลุ่มคนร้ายซึ่งมีอาวุธได้เข้าสกัดรถของกลุ่มคนไทยที่กำลังเดินทางมุ่งหน้าไปยังฟาร์มโอมิดาในเขตบูกูมา เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ก่อนที่กลุ่มคนร้ายจะลักพาตัว คนไทย 4 คน และผู้ร่วมงานที่เป็นชาวไนจีเรียอีก 2 ราย แต่ชาวไนจีเรียทั้ง 2 คน ถูกปล่อยตัวออกมาอย่างรวดเร็ว และจนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่ทราบชะตากรรมตัวประกันที่เป็นคนไทยทั้ง 4 ราย

MThai news

ปอท.ยันตรวจไลน์เฉพาะกลุ่ม-ปชช.อย่าห่วง

ผบก.ปอท. เผย สั่งจับตาไลน์มือถือ เฉพาะกลุ่มธุรกิจสีเทาและกลุ่มการเมือง ที่หมิ่นเหม่ความมั่นคงเท่านั้น ขอ ประชาชนอย่าห่วง

พล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.)

พล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เปิดเผย ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ตามที่มีกระแสข่าว ปอท. จะคุมเข้มการใช้ไลน์ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ เพื่อป้องกันเหตุอาชญากรรมทางโลกไซเบอร์นั้น

กรณีนี้จะเป็นการตรวจสอบเฉพาะกลุ่มที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายต้องสงสัยว่า จะประกอบธุรกิจ หรือมีเจตนาที่จะกระทำผิดกฎหมายเท่านั้น ไม่ใช่หมายถึงประชาชนทั่วไป ที่ดำเนินชีวิตตามปกติ

ส่วนกลุ่มที่เข้าข่ายถูกตรวจสอบ อาทิ พวกที่โพสต์ขายปืน ขายอาวุธ หรือสิ่งที่ผิดกฎหมาย กลุ่มที่เกี่ยวข้องกลุ่มการเมือง ที่เข้าข่ายยุยงปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวาย ซึ่งจะถูกตรวจสอบอย่างใกล้ชิด ดังนั้นกรณีนี้ขอให้ประชาชนอย่าได้วิตกกังวลว่า จะถูกละเมิดสิทธิส่วนบุคคลตามที่เข้าใจแต่อย่างใด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

42CE532741464BF088A2F6C461D92B1D ปอท.เตรียมคุม Line หวั่นกระทบความมั่นคง