ไปกันใหญ่! อัยการสูงสุด เล็งซื้อ ดาวเทียม-เครื่องบินล่องหน ตามจับโจรใต้ เผยหน่วยลับสหรัฐฯ เคยใช้ได้ผล รับแพงแต่คุ้มค่าแน่
วันนี้ 9 ส.ค. 56 ผู้สื่อข่าว MThai News รายงานว่า ที่กระทรวงกลาโหม พล.ต.สุรชาติ จิตต์แจ้ง หัวหน้าประชาสัมพันธ์ส่วนประชาสัมพันธ์และสารสนเทศ สำนักรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมและประธานอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์ พร้อมด้วยผู้แทนจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าวความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข่าว
โดย พ.อ.จรูญ อำภา ที่ปรึกษาสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)กล่าวถึงกรณีคลิปที่อ้างข้อเสนอสของบีอาร์เอ็นให้ยุติการพูดคุยเพื่อสันติภาพว่า อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการพิสูจน์ทราบ อาจเป็นกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยกับการพูดคุย แต่ถือว่าการเสอผ่านทางยูทูบไม่เป็นทางการ เพราะจะต้องเสนอผ่านผู้อำนวยความสะดวก คือ มาเลเซีย
ซึ่งเราได้สอบถามไปผ่านทางมาเลเซียแล้ว และกำลังรอคำตอบอยู่ หากเป็นมติของกลุ่มบีอาร์เอ็นจริง นายฮัสซัน ตอยิบ รองเลขาธิการบีอาร์เอ็น จะต้องประสานผ่านทางมาเลเซียว่า ขอเลื่อนการพูดคุยในวันที่ 18 ส.ค.นี้ไปก่อน โดยฝ่ายไทยมีกรอบการพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็นในครั้งต่อไปว่า จะประมวลเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนรอมฎอน และข้อเรียกร้องของบีอาร์เอ็นว่า ได้ดำเนินการอย่างไรไปบ้าง ที่สำคัญ คือ ต้องคำนึงถึงเสียงของคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ส่วนกรณีที่นายฮัสซัน ยื่นให้ฝ่ายไทยตรวจสอบการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงช่วงเดือนรอมฎอนของเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยนั้น เราได้แจ้งถึงหลักการปฏิบัติงานที่เน้นในเชิงรุก และเชิงรับไปแล้ว โดยเฉพาะช่วงเดือนรอมฎอนเราได้หยุดติดตามคดีต่างๆ แต่หากมีเหตุการณ์ขึ้นก็จำเป็นต้องส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการ โดยได้แจ้งไปทางมาเลเซียแล้ว
ส่วนที่ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงมองว่าเป็นการต่อรองเพื่อให้เรารับข้อเสนอทั้ง 5 ข้อนั้น ถือเป็นข้อสังเกตการณ์ ซึ่งบีอาร์เอ็นเขารอว่าทางการไทยจะตอบรับข้อเสนอทั้ง 5 ข้ออย่างไร ในบางส่วนของข้อเสนอนี้เราปฏิบัติไปหลายข้อแล้ว
ส่วนข้อเสนออื่นๆ ต้องรอการหารือ ซึ่งในสัปดาห์หน้า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ( กปต.จชต.) โดยจะนำประเด็นนี้ไปหารือเพื่อหาข้อยุติว่าจะดำเนินการอย่างไร
ขณะที่ ด้าน ดร.วิชญ์ จีระแพทย์ อธิบดีสำนักงานวิชาการอัยการสูงสุด กล่าวว่า ได้มีการพูดคุยกับสภาความมั่นคงแห่งขาติ (สมช.) ถึงแนวทางการหาเครื่องมือในการเก็บหลักฐานและพยานเพื่อช่วยในกระบวนการด้านคดีในการเอาผิดกับผู้ก่อความรุนแรงในพื้นที่ โดยจะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของกปต.จชต. เพื่อดำเนินการต่อไป
และในวันที่ 1 ต.ค.นี้จะมีการตั้งสำนักอำนวยความยุติธรรมพิเศษขึ้นในพื้นที่เพื่อเร่งรัดการดำเนินการด้านคดีที่ค้างอยู่ นอกจากนี้จะเสนอให้จัดซื้อดาวเทียมเพื่อรายงานสถานการณ์ติดตามการก่อเหตุความรุนแรงในพื้นที่เวลาผู้ก่อเหตุเหตุ โดยเจ้าหน้าที่จะส่งเครื่องบินล่องหน(drone )ลงไปบันทึกภาพเป็นหลักฐานแบบเรียลไทม์
เหมือนหน่วยราชการลับในสหรัฐอเมริกาเคยใช้ได้ผลมาแล้ว แม้ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก แต่เมื่อเทียบกับความเสียหายที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต้องบอกว่า คุ้มค่า จึงจำเป็นและเร่งด่วนที่หน่วยงานความมั่นคงจะต้องมีเครื่องมือตัวนี้ หากได้เครื่องมือเหล่านี้มาจะส่งผลให้การอำนวยความยุติธรรมมีประสิทธิภาพมากขึ้น และส่งผลต่อภาพรวมในพื้นที่ให้เกิดความสงบเรียบร้อยเร็วขึ้น
MThai News








