อึ้ง! ภาพคล้ายเครื่องปรับอากาศ ในห้องขยะรัฐสภา

อึ้ง! ภาพคล้ายเครื่องปรับอากาศ ในห้องขยะรัฐสภา ขณะที่เลขาธิการสภาฯ แจงแค่เครื่องดูดอากาศ อ้างซื้อนาฬิการาคาร่วม 15ล้าน ติดรัฐสภาเพื่อให้ ส.ส.-ส.ว.ดูเวลา

จากกรณีที่มีภาพคล้ายเครื่องปรับอากาศ ถูกติดตั้งอยู่ในห้องขยะของรัฐสภาปรากำตามสื่อต่างๆ จนทำให้มีเสียงวิจารณ์ว่าใช้งบประมาณไม่เหมาะสมเกินความจำเป็นนั้น

แอร์ในห้องขยะ, รัฐสภา, ซื้อนาฬิกา 15ล้าน

วันนี้ (5 ส.ค.) นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมาชี้แจงถึงเรื่องดังกล่าวว่า เครื่องที่เห็นปรากำตามสื่อเป็นเพียงเครื่องดูดอากาศเท่านั้น ไม่ใช่เครื่องปรับอากาศแต่อย่างใดถึงแม่ว่ารูปลักษณ์จะคล้ายกันก็ตาม

พร้อมกันนี้นายสุวิจักขณ์ ยังได้กล่าวถึงกรณีการจัดซื้อนาฬิกาจำนวน 200 เรือน รวมประมาณ 15 ล้านบาท โดยมีราคาเฉลี่ยต่อเรือนถึง7.5หมื่นบาทว่า สาเหตุที่ต้องจัดซื้อจำนวนมากเพราะต้องนำไปติดตามห้องประชุมคณะกรรมาธิการต่างๆ เพื่อให้ สส. และ สว.ได้ทราบเวลา

ทั้งนี้ตนยอมรับว่าจำรายละเอียดเรื่องราคาไม่ได้ แต่โครงการดังกล่าวการตรวจสอบไว้เรียบร้อยแล้วทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ จึงต้องมีการจัดซื้อดังกล่าว

อย่างไรก็ดีตนขอยืนยันว่าโครงการจัดซื้อจัดจ้างในสภาฯ ไม่ได้แพงเกินจริง อีกทั้งเป็นโครงการที่ได้ตั้งมาที่ได้ตำแหน่ง และได้มีการตรวจสอบครบถ้วนแล้ว ดังนั้นจึงต้องดำเนินการ เพราะหากไม่จัดการ ให้ทันกับปีงบประมาณ ก็จะต้องส่งคืนคลังทั้งหมด

MThai News

ทักษิณ จัดหนักไล่ อภิสิทธิ์ เข้าวัดสงบจิต อย่ายึดติดอำนาจ

ทักษิณจัดหนักไล่ อภิสิทธิ์ เข้าวัดสงบจิต อย่ายึดติดอำนาจ  โว ขอจบความขัดแย้งแบบหลักพุทธ ให้อภัยซึ่งกันและกัน

จากการที่เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ส่วนตัวเหน็บแนมพรรคประชาธิปัตย์ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ว่า อยากล้มรัฐบาลและอยากเป็นรัฐบาลจนลงแดงก่อนที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะออกมาตอบโต้ว่าไม่เคยลุ่มหลงในอำนาจ และลงแดงไม่เป็น พร้อมสวนพ.ต.ท.ทักษิณกลับไปว่า ถูกขี้ข้าหลอกกินเงินโดยไม่รู้ตัวนั้น

วันนี้ (5 ส.ค.) พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็ได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว @ThaksinLive อีกครั้ง โจมตีนายอภิสิทธิ์ ว่าเป็นคนกลับกลอก ไร้อุดมการณ์ทางการเมือง ก่อนแนะนำให้ไปนั่งสมาธิสงบสติอารมณ์ โดยระบุว่า

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ทักษิณ ชินวัตร

วันนี้ขอเริ่มด้วยคำสอนท่านพระพุทธทาส ที่ว่า”จิตวุ่นปัญญาหายจิตว่างปัญญามี” จิตที่วุ่นมันมักจะเกิดจากความหมกมุ่นในกิเลสที่มาจาก โลภ โกรธ หลง ผมพยายามทำความเข้าใจกับพฤติกรรมคุณอภิสิทธิ์ว่าแกทำไมเหมือนคนไม่ปกติทั้งๆ ที่การศึกษาก็ดีเกิดและโตในประเทศที่มีประชาธิปไตยที่พัฒนาไปไกล ทำไม?

ทำไม?คุณอภิสิทธิ์เป็นไปได้ขนาดนี้ พูดจาไม่อยู่กับร่องกับรอยกลับไปกลับมาแล้ว แต่ตอนแกพูดแกอยากได้อะไรลิ้นแกบิดได้ตลอดไม่มีหลักการอุดมการณ์เลย คำตอบมีอยู่ 2ทางคือทางธรรมและทางจิตวิทยา ทางธรรมคือแกยังปล่อยวางไม่ได้ชีวตหมกมุ่นกับโลภโกรธหลงแกโกรธเพราะแกไม่สามารถชนะในกติกาได้ทั้งๆ ที่แก้กติกาการเลือกตั้ง ที่คิดว่าได้เปรียบแล้วและแกก็หลงที่เป็นนายกฯ และอยากกลับมาเป็นอีก

ทั้งๆ ทื่ทำอะไรก็ไม่เป็นนอกจากพูดแถมไม่อยู่กับร่องกับรอยอีก นอกจากนั้นแกยังมีคู่หูที่เป็นคนที่หน้าด้านคอยยุแกก็เลยเป็นอย่างที่เห็น ส่วนทางจิตวิทยานั้นยิ่งชัดเพราะแกถูกเลี้ยงดูมาเพื่อเตรียมตัวเป็นนายกฯ ไปเกิด โต และเรียนที่อังกฤษไม่เข้าใจชีวิตของคนหาเช้ากินค่ำ แกเข้าใจแต่ความต้องการของตัวเองเท่านั้น ยิ่งตอนนี้ผมคือคนเดียวที่แกคิดว่าขัดขวาง ความต้องการของแก ก็เลยเกิดอาการติดหล่มทักษิณ คือหลับตาก็เห็นแต่ผม ลืมตาก็เห็นแต่ผมหลอกลอนแกตลอดเวลา

ผมอยากฝากให้คุณพ่อช่วยอภิสิทธิ์อีกครั้ง ช่วยพาแกไปพบจิตแพทย์และคุณแม่ซึ่งเป็นผู้ร่วมสร้างวัดพระธรรมกายตอนต้นๆ ได้พาอภิสิทธิ์ไปเอาธรรมไปนั่งสมาธิฝึกปล่อยวางให้ได้ก็จะเป็นคุณุประการต่อประเทศครับ เพราะเรื่องของปัญหาทางจิตใช้อภิสิทธิ์แบบการหนีทหารไม่ได้ครับ ส่วนคู่หูนั้นเป็นคนหน้าด้านแกอยากได้อะไรแกจะต้องเอาให้ได้แกไม่เคารพ ทั้งกฎหมายและศีลธรรมไม่เชื่อลองไปถามคุณพรเทพและคนแถวภูเก็ตดูซิครับ

ที่ผมพูดมานี้ก็โทษด้วยนะอยากให้รู้ตัวเองคนอื่นไม่กล้าพูดเพราะเป็นเด็กถูกตามใจมาทั้งชืวิต ผมยังจำได้แม่นที่ในปี2537 ต่อ2538 ผมเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศรัฐบาลนายชวน ผู้ร่วมปั้นอภิสิทธิ์ คุณอภิสิทธิ์เป็นโฆษกรัฐบาล

ไม่รู้คุณชวนไปขัดใจอะไรแก แกเลยให้สัมภาษณ์บางกอกโพสต์ว่าคุณชวนเป็นคนตัวสูงในหมู่คนเตี้ย (the tallest among the short) คุณชวนหมดโอกาสเป็นนายกฯ อินเตอร์แล้ว คุณชวนเลยไล่ให้แกไปถามแม่แก คุณอภิสิทธิ์แกจะพูดเป็นพระเอกอยู่ตลอดเวลาเพราะแกมั่นใจในความมีอภิสิทธิ์ของแก

คุณอภิสิทธิ์ไม่กลัวขึ้นศาลไทยเพราะแกมั่นใจว่าคดีที่แกสั่งฆ่าผู้ชุมนุมนั้นแกมีคนช่วยแกแน่ ผมคิดว่าแกควรขึ้นศาลต่างประเทศแล้วเราจะเห็นตัวตนแก ผมอยากขอจบด้วยหลักของการเป็นคนพุทธครับ ที่เราจะรู้จักคำว่าเมตตาธรรมต่อเพื่อนมนุษย์โดยเฉพาะผู้ยากไร้และคำว่าให้อภัยต่อกันและผมก็พร้อมแม้จะเจ็บ

MThai News

…………………………………………………………

ข่าวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ทักษิณ ชินวัตร

มาร์ค โต้ ทักษิณ ยันไม่เคยเสพติด-ลงแดงอำนาจ มาร์ค โต้ ทักษิณ ยันไม่เคยเสพติด-ลงแดงอำนาจ ยันไม่เคยมีอภิสิทธิ์ เหมือนกับชื่อ ก่อนชวนปชช. ออกมาต้านพ.ร.บ.ล้างผิดคนโกง

เตือนภัย! มือดีสวมรอย เปิดบัญชี โอนเงินผ่านอินเตอร์เน็ต 4แสนบาท

MThai News: ที่เว็บไซต์พันทิป ผู้ใช้ชื่อว่า “[zan] ” ได้บอกเล่าเรื่องราวการของเพื่อนซึ่งถูกมือดีปลอมแปลงเอกสารบัตรข้าราชการและทะเบียนบ้าน เพื่อเปิดบัญชีธนาคาร ก่อนจะทำการเบิกเงินไปกว่า 400,00 บาท

1375554510-o
(ภาพคนร้าย จากเอกสารที่ปลอมขึ้น)

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ที่ผ่านมา เหยื่อได้เบิกเงินผ่านตู้เอทีเอ็ม ก่อนจะพบว่ายอดเงินหายไป400,000 บาท โดยคนร้ายได้ปลอมแปลงเอกสารบัตรทางราชการและสำเนาทะเบียนบ้านของเหยื่อขึ้นมา อีกทั้งคนร้ายแจ้งกับศูนย์เครือข่ายโทรศัพท์ว่าทำซิมหาย ขอเปิดซิมใหม่ในเบอร์โทรศัพท์เดิม จึงทำให้โทรศัพท์ของเหยื่อใช้การไม่ได้

จากนั้นได้นำเอกสารต่างๆไปขอเปิดบัญชีใหม่ด้วยเลขบัญชีเดิม ก่อนจะโอนเงินผ่านระบบ  Internet Banking โดยขอรับรหัสผ่านโทรศัพท์ โดยโอนเงินเข้าบัญชีปลายทาง 3 ครั้ง เมื่อวันที่ 1 ส..ค. ภายในเวลาต่อกัน ดังนี้

โอนเงินก้อนแรกจำนวน 300,000 บาทไป บัญชี นายปริญญา ในธนาคาร SCB เหมือนกัน เมื่อ 8.09 น.
โอนเงินก้อนที่สองจำนวน 50,000 บาท ไปบัญชีต่างธนาคาร ชื่อผู้รับเป็นชื่อบุคคลเดียวกับชื่อบัญชีแรก เมื่อ 8.11 น.
โอนเงินก้อนที่สามจำนวน 50,000 บาท ไปบัญชีต่างธนาคาร ชื่อผู้รับเป็นชื่อบุคคลเดียวกับชื่อบัญชีแรก เมื่อ 8.13 น.

อย่างไรก็ตาม เหยื่อได้กำหนดจำนวนเงินสูงสุดที่สามารถโอนได้ในธนาคารเดียวกัน ไม่เกินวันละ 300,000 บาท และต่างธนาคาร ไม่เกินครั้งละ 50,000 บาท ในหนึ่งวันไม่เกิน 100,000 บาท ทำให้คนร้ายโอนเงินไปได้เพียง 400,000 บาทเท่านั้น

ขอบคุณข้อมูลจาก เว็บไซต์พันทิป

MThai News

1375553300-o
(ภาพเอกสารที่ถูกปลอมแปลงและเอกสารจริง)