ประชา รมช.มท.ปูดมีนักธุรกิจทุ่มพันล้าน จ้างม็อบล้มรบ. ค่าหัว500บาท

07.00 น. 4 ส.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายประชา ประสพดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลว่า  ม็อบในหลายจังหวัดภเช่นในภาคอีสานสามารถเช็คข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงได้ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัด และ สส.ในพื้นที่ได้ทำความเข้าใจในเบื้องต้นกับประชาชน ส่วนในภาคกลางยังมีประชาชนบางส่วนที่เข้าร่วมการชุมนุม ด้านภาคใต้ที่มีการติดตามสถานการณ์ตลอดมีบางส่วนที่เป็นการจัดตั้งซึ่งจะทยอยเดินทางเข้ามา

pracha

ทั้งนี้ในส่วนของพื้นที่โดยรอบ กทม. และชุมชนแออัดทั้งหลายที่จะเดินทางเข้าร่วมการชุมนุม จากการประเมินสถานการณ์จากการรายงานของท้องถิ่นจังหวัด ส่วนใหญ่มีความพยายามรวบรวมมวลชนเพื่อจัดตั้ง

นอกจากนี้ยังได้เฝ้าจับตามองสถานการณ์ในกรุงเทพ โดยประเมินว่า หลังจากที่นายกรัฐมนตรีออกมาหาแนวทางสภามวลชนเพื่อหารือร่วมกับทุกฝ่ายทำให้มีกระแสการชุมนุมชะงักลง มีเพียงแกนนำคนสำคัญที่ยังออกมาพูดจาเชิญชวนให้เข้าร่วมการชุมนุม ที่สำคัญคือพรรคการเมืองที่ออกมาระดมพลเข้าใจว่ามาจากการจัดตั้งซึ่งเราคาดการณ์การชุมนุมของม็อบในเบื้องต้นยังไม่มีความรุนแรงตามที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คาดการณ์ สำหรับมวลชนที่จะเข้าร่วมการชุมนุมครั้งนี้คาดการณ์จะมีประมาณ 10,000 คน ซึ่งจะต้องรอดูวันที่ 7 สิงหาคมนี้อีกครั้ง

นอกจากนี้ได้กำชับ ผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัด ประกาศผ่านไปยังหอกระจายข่าวของแต่ละจังหวัดเพื่อขอความร่วมมือ และทำความเข้าใจไปยังแกนนำผู้สูงอายุ อาสาสมัครฃ ผู้ใหญ่บ้าน และกำนัน ทั้งนี้เป็นห่วงเพียงในกรุงเทพมหานครและชุมชสแออัด

นอกจากนี้เชื่อว่าหากม็อบจะมาเยอะคงไม่มีการโปรโมทกันขนาดนี้ ส่วนกรอบระยะเวลาการชุมนุมในครั้งนี้เชื่อว่าจะอยู่ที่ 3-5 วัน โดยมีค่าตอบแทนการเข้าร่วมชุมนุมเบื้องต้นได้รับรายงานอยู่ที่ 300-500 บาทต่อวันต่อคน หรือถ้าเป็นแพ็กเก็ตอยู่ที่ 2,500 บาท โดยมาจากคนงานก่อสร้าง ลูกจ้าง และเชื่อว่าการชุมนุมครั้งนี้ใช้งบประมาณ 1,000 ล้านบาทจากกลุ่มนายทุนนักธุรกิจ

MThai News

สุเทพลั่น พร้อมสู้ในและนอกสภา หากรัฐบาลทำร้ายประชาชน

หากรัฐบาลยังยืนยันที่จะเดินหน้าออกกฎหมายนิรโทษกรรม ตนจะเป็นคนล้มรัฐบาล

เมื่อเวลา 19.50 น.วานนี้ (3 ส.ค.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวปราศัยผ่านเวทีผ่าความจริงของพรรคประชาธิปัตย์ ตอนหนึ่งในประเด็นการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ว่า ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปี รัฐบาลพยายามดำเนินการเพื่อให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมามีอำนาจอีกครั้ง และเมื่อสังคมคัดค้านในเรื่องนี้ รัฐบาลก็พยายามเดินหน้าในการออก พ.ร.บ.ปรองดอง จนถึงขณะนี้ที่รัฐบาลยังคงเดินหน้าการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับของ นายวรชัย ส.ส.สมุทปราการ พรรคเพื่อไทย ซึ่งจะทำให้ผู้ที่มีความผิดกลายเป็นผู้ที่บริสุทธิ์

สุเทพ เทือกสุบรรณ
ทั้งนี้ หากปล่อยให้กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้จะเป็นการทำลายระบบกฎหมายไทย ทำลายหลักนิติรัฐนิติธรรม โดยใช้เสียงข้างมากในการลุแก่อำนาจ เมื่อทำอะไรผิดก็ออกกฎหมายเพื่อล้างผิดตนเอง พอมีประชาชนออกมาคัดค้านในเรื่องนี้ก็มีการข่มขู่ประชาชน โดยการประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง และใช้กำลังเจ้าหน้าที่ในการปราบปราม

นายสุเทพยังกล่าวอีกว่า หากรัฐบาลยังยืนยันที่จะเดินหน้าออกกฎหมายนิรโทษกรรม ตนจะเป็นคนล้มรัฐบาล โดยการร่วมกับผู้ชุมนุมทุกกลุ่มทุกสี จะต่อสู้อย่างอหิงสา ไม่ใช้ความรุนแรง เพื่อบอกให้ พ.ต.ท.ทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เห็นว่า ประเทศไทยไม่ใช่ของตระกูลชิน แต่เป็นของคนไทยทุกคน เราต่อสู้ตามวิถีประชาธิปไตย แล้วไม่ต้องมาขู่

หากประชาชนถูกทำร้ายจนบาดเจ็บล้มตาย ขอให้นายกฯ เตรียมตัวเก็บกระเป๋าไปอยู่ต่างประเทศ ตนจะสู้ในสภาจนถึงที่สุด แต่หากมีผู้บาดเจ็บล้มตาย ก็ออกมาต่อสู้บนถนนทันที

ดุสิตโพลชี้ ปชช.เบื่อชุมนุม หวั่นเกิดเหตุรุนแรง

“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,176 คน ระหว่างวันที่ 29 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2556 ถึงเรื่องการออกพรบ.นิรโทษกรรมฯ และลักษณะทิศทางในการชุมนุมว่าจะเป็นไปในทิศทางใด  สรุปผลดังนี้

IMG_0457
(เหตุชุมนุม ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข่าว)

ประชาชนคิดอย่างไร? กับ “การชุมนุมทางการเมือง” ณ วันนี้
54.07% รู้สึกเบื่อ ไม่อยากให้มีการชุมนุมทางการเมืองเกิดขึ้น ก่อให้เกิดความแตกแยกมากขึ้น ภาพลักษณ์ของประเทศเสียหาย
25.00% เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ แต่ควรอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย
11.63% เจ้าหน้าที่ของรัฐควรมีมาตรการการป้องกันที่เด็ดขาด รัดกุม ดูแลผู้ที่มาชุมนุมเป็นอย่างดี และต้องระวังผู้ไม่หวังดีเข้ามาสร้างความวุ่นวาย
9.30% กลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรง ประชาชนไม่ได้รับความปลอดภัย เกิดการสูญเสีย ทั้งชีวิตและทรัพย์สิน

“การชุมนุมทางการเมือง”แบบใด? ที่ประชาชนต้องการให้เป็น
52.57% ควรพูดคุยกันด้วยเหตุผล มีสติ ใจเย็น /แกนนำต่างๆต้องไม่ยั่วยุหรือปลุกปั่น
22.29% การชุมนุมเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่มีการปะทะกัน ไม่มีการพกพาอาวุธร้ายแรง
13.14% การชุมนุมจะต้องเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย อยู่ในขอบเขตของกฎหมาย
12.00% เป็นการชุมนุมที่ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนหรือชุมนุมในสถานที่ที่มีการจัดเตรียมให้

“การชุมนุมทางการเมือง”แบบใด? ที่ประชาชนไม่ต้องการให้เป็น
43.27% การประท้วงที่รุนแรง /การทำร้ายร่างกาย มีอาวุธ /ทำลายทรัพย์สินให้เสียหาย
42.69% ขาดสติ ไม่มีเหตุผล ใช้อารมณ์ในการตัดสิน /เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง
7.61% การชุมนุมที่ยืดเยื้อติดต่อกันเป็นเวลานาน
6.43% ปิดเส้นทางจราจร กีดขวางทางเดินหรือบริเวณที่มีการค้าขาย

ประชาชนเห็นด้วยหรือไม่? กับการชุมนุมคัดค้านร่าง พรบ.นิรโทษกรรมที่จะนำเข้าสภาในเดือนสิงหาคมนี้
37.24% เฉยๆ เพราะ เป็นเรื่องปกติทางการเมือง ประชาชนมีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็น ที่ผ่านมาก็เคยมีกลุ่มต่างๆออกมาเคลื่อนไหวโดยตลอด ฯลฯ
33.67% ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมเพราะ ส่งผลต่อภาพลักษณ์และเศรษฐกิจของประเทศ สังคมเกิดความวุ่นวาย เสี่ยงต่อการเกิดเหตุร้ายแรงผู้ชุมนุมปะทะกัน ควรใช้วิธีการพูดคุยหรือส่งตัวแทนเจรจาอย่างสันติจะดีกว่า ฯลฯ
29.09% เห็นด้วยกับการชุมนุม เพราะ ทำให้รัฐบาลรู้ถึงความต้องการและความคิดเห็นของประชาชน รัฐบาลจะได้ดำเนินการด้วยความรอบคอบและรัดกุมมากขึ้น เป็นการกระตุ้นให้คนในสังคมตื่นตัว รับรู้ข้อมูลหลายด้าน ฯลฯ

เมื่อถามถึงสิ่งที่ประชาชนกลัว/กังวลเกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมืองครั้งนี้ คือ
46.47% อาจเกิดเหตุการณ์รุนแรงที่ส่งผลต่อการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน การปะทะกันของผู้ชุมนุม และผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
22.35% ภาพลักษณ์ของประเทศเสียหาย ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
18.23% มีผู้ไม่หวังดีเข้ามาสร้างความวุ่นวายในการชุมนุม ทำให้เกิดความแตกแยกมากขึ้น
12.95%  เหตุการณ์ยืดเยื้อ บานปลาย /การจราจรติดขัด ประชาชนไม่ได้รับความสะดวก

เมื่อถามว่าควรทำอย่างไร? จึงจะไม่เกิดความวุ่นวายทางการเมือง ณ วันนี้
38.01% ทุกคนต้องมีสติ ไม่วู่วาม มีเหตุผล และนึกถึงบ้านเมืองเป็นสำคัญ
25.73% ทุกๆฝ่ายควรร่วมมือกัน /ประชาชนไม่ออกมาเคลื่อนไหว /สื่อมวลชนจะต้องนำเสนอข่าวสารอย่างสร้างสรรค์ ถูกต้อง ชัดเจน
23.39% เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดูแลอย่างเข้มงวดกวดขัน ตรวจสอบป้องกันไม่ให้มีการพกพาอาวุธเข้ามาในกลุ่มผู้ชุมนุม
12.87% ผู้ที่เป็นแกนนำจะต้องดูแลควบคุมผู้ชุมนุมให้อยู่ในความเป็นระเบียบเรียบร้อย มีการสื่อสารและทำความเข้าใจที่ชัดเจนตรงกันกับผู้ชุมนุม

MThai News