ติวเข้มตร.รัฐสภา ฝึกปราบม็อบเหมือนจริง

รองประธานสภาฯ “วิสุทธิ์” ติวเข้มหลักสูตรปราบจลาจลตำรวจรัฐสภา จำลองสถานการณ์เหมือนจริง รับมือม็อบ

ตำรวจปราบม็อบ

บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ด้านหน้าอาคารรัฐสภา ขณะนี้ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานรัฐสภาคนที่ 2 ได้มอบหมายให้ นายไพบูลย์ โคนทรงแสน ที่ปรึกษารองประธานรัฐสภา คนที่ 2 เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมทบทวนเตรียมความพร้อมหลักสูตร ยุทธวิธีป้องกันและควบคุมการจลาจล ประจำปี 2556 ให้แก่ เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภา จำนวน 114 คน เพื่อป้องกันและเตรียมความพร้อมในการรักษาความปลอดภัย

โดย นายไพบูลย์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายของกลุ่มอุดมการณ์ทางการเมือง มุ่งใช้ความรุนแรงในการช่วงชิงให้ได้มาซึ่งอำนาจรัฐ จึงทำให้ต้องมีการเตรียมความพร้อม ขณะเดียวกัน ยังได้มีการจำลองสถานการณ์การจลาจล เพื่อฝึกปฏิบัติการยุทธวิธีในการควบคุมฝูงชน โดยกองกำกับการควบคุมฝูงชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วย

นายกฯมอบ พงศ์เทพถกปฏิรูปการเมือง โยนสภาดูนิรโทษ

นายกรัฐมนตรี จัดรายการ  TV มอบ “พงศ์เทพ-วราเทพ” ดึงทุกสี คุยลดความขัดแย้ง หวังปรองดอง พร้อมโยนสภาถกนิรโทษ ด้าน “วรชัย” ยืนยัน ไม่ถอนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ออกจากสภาแน่

รายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จัดรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน ถึงแนวคิดดึงทุกสีทุกกลุ่ม มาเจรจาหาทางออกประเทศ ว่า เป็นเพราะรัฐบาลต้องการเห็นความปรองดองในประเทศ  จึงคิดว่าน่าจะมีเวทีประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม เพื่อหาทางออกและปฏิรูปการเมือง

โดยจะให้ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี และนายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ เอกชน ทุกสีทุกกลุ่มเข้ามาพูดคุย โดยพูดคุยถึงอนาคตประเทศ

ส่วนการดำเนินการทางกฎหมายในรัฐสภา ก็ยังดำเนินต่อไป  ทั้งนี้จะมีการตั้งองค์กรอิสระขึ้นมาหรือไม่ ยอมรับว่า อาจมีขึ้น แต่ช่วงแรกรัฐบาลต้องเป็นผู้ริเริ่มการจัดเวทีพูดคุยก่อน  พร้อมระบุว่า หากมีทางออกเพียง 1%  รัฐบาลก็ต้องดำเนินการ เพื่อไม่ให้เป็นมรดกความขัดแย้งของลูกหลาน และขอให้สื่อมวลชนเป็นสื่อกลางในการเชิญฝ่ายค้านเข้ามาพูดคุยด้วย

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวยืนยันว่า การชุมนุมในวันที่ 4 ส.ค. ยอมรับมีความกังวล และหวังว่าจะไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น  พร้อมระบุ รัฐบาลมีความจำเป็นในการใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง เพื่อดูแลประชาชน ส่วนการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 7 ส.ค.นี้ ยืนยัน จะเข้าไปทำตามหน้าที่แน่นอน

‘วรชัย’ ยันไม่ถอนนิรโทษแม้นายกฯแถลงขอปรองดอง

นายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงแถลงการณ์ของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการความปรองดองให้เกิดขึ้นในประเทศ ว่า เป็นคนละเรื่องกับการถอนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งยืนยันว่า จะไม่มีการถอนร่างดังกล่าวอย่างแน่นอน เพราะจะมีการพิจารณาในวันที่ 7 ส.ค.นี้แล้ว เราต้องทำเพื่อช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนหรือคนที่ติดคุกก่อน และกว่าจะหาตัวแทนแต่ละกลุ่ม หรือกว่าจะได้รูปแบบต้องใช้เวลา ซึ่ง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม น่าจะเสร็จก่อนที่จะมีการระดมความคิด

นายวรชัย กล่าวอีกว่า การเดินหน้านับหนึ่งประเทศไทยก็ต้องทำ แต่การนิรโทษกรรมถือเป็นการเริ่มต้นของความปรองดอง เพราะนิรโทษกรรมให้กับทุกสีเสื้อ ซึ่งการที่ นายกรัฐมนตรี ออกแถลงการณ์ เพราะไม่อยากให้ประเทศไทย ปล่อยไว้อย่างนี้ต้องมีทางออก ไม่ว่าจะรัฐบาลเข้าขึ้นมาต้องมีความสงบทางการเมือง จึงต้องมีเงื่อนไข และหาวิธีการให้ประเทศไทย มีจุดร่วม จึงจะระดมความคิดเห็น และเมื่อตกลงกับทุกกลุ่มได้ก็ต้องจบ เป็นการลดความขัดแย้งในสังคมจึงต้องให้ทุกกลุ่มมาพูดคุยกันเพื่อความปรองดองแห่งชาติ

เผยภาพพระสูติบัตร เจ้าชายน้อยแห่งอังกฤษเขียนด้วยลายมือ

เจ้าชายวิลเลียม แห่งราชวงศ์อังกฤษและเจ้าหญิงแคเทอรีน พระชายา ทรงยื่นเอกสารจดทะเบียนพระประสูติเจ้าชายจอร์จ แล้วในวันศุกร์ ตามเวลาท้องถิ่น

สูติบัตรเจ้าชายจอร์จ

สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า สำนักพระราชวัง ระบุในถ้อยแถลงว่า ดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ เจ้าชายวิลเลียมแห่งราชวงศ์อังกฤษและเจ้าหญิงแคเทอรีน พระชายา ทรงเสร็จสิ้นขั้นตอนแจ้งและลงนามพระประสูติกาลของเจ้าชายชายน้อยในทางราชการแล้วที่พระราชวังเคนซิงตัน โดยภายใต้กฎหมายของประเทศ พ่อและแม่ของเด็กจำเป็นต้องแจ้งเกิดลูกของตนเอง ภายใน 42 วัน นับตั้งแต่ทารกลืมตาดูโลก

ขณะที่ สำนักพระราชวัง ระบุว่า เจ้าชายวิลเลียม ทรงเป็นผู้ลงพระนามแจ้งพระประสูติของเจ้าชายน้อย โดยมีนายทะเบียนจากสำนักงานทะเบียนเวสต์มินสเตอร์ เป็นพยาน
ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง ยังได้เผยแพร่ภาพถ่ายสูติบัตรของเจ้าชายองค์น้อย ระบุวันเดือนปีและสถานที่ประสูติ รวมทั้ง พระนามเต็ม เจ้าชายจอร์จ อเล็กซานเดอร์ หลุยส์ แห่งเคมบริดจ์