วงถกชี้สื่อปัจจุบันเน้นแบรด์ปั้นอุปทานหมู่ จี้รับผิดชอบต่อสังคม

วงถกชี้สื่อปัจจุบันเน้นแบรด์ปั้นอุปทานหมู่ จี้รับผิดชอบต่อสังคม

วานนี้ 27 ส.ค.56 ผู้สื่อข่าว MThai News รายงานว่า ที่ ม.ศรีปทุม นักศึกษาหลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้จัดสัมมนาหัวข้อ “ศึกคอนเทนต์สะท้านจอ” โดยมีวิทยากรซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในแวดวงผู้ผลิต ผู้สร้างคอนเทนต์ นักวิชาการอิสระ ผู้สร้างสรรค์สื่อโฆษณา และสื่อมวลชน มาร่วมพูดคุย วิพากษ์ แลกเปลี่ยนความคิดและประสบการณ์ เกี่ยวกับทิศทางการสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ และโดนใจผู้ชม

ฮอร์โมนวัยว้าวุ่น

สื่อไทย, โฆษณาไทย

โดยคุณจักรกฤต โยมพยอม Creative รายการโทรทัศน์ กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการคิดคอนเทนต์รายการต่างๆ นอกจากต้องวิเคราะห์ให้ออกว่าคนดูคือใคร แต่ต้องตอบให้ได้ว่าอยากให้คนดูได้อะไรจากการดูรายการของเรา ท่ามกลางการแข่งขันที่สูง เราต้องพัฒนาผลงานให้ทันสมัย และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ชม เพื่อที่ผู้ชมจะได้เลือกเสพสื่อที่แต่ละองค์กรสร้างสรรค์ขึ้นมา

นอกจากนี้ หลายรายการก็พยายามสร้างกระแสให้เกิดขึ้น เช่น กรณีรายการไทยแลนด์ก๊อตทาเลนท์ ที่มีการเชิญให้ผู้หญิงมาร่วมแสดงถอดเสื้อและวาดภาพกลางรายการ หรือการให้ผู้ป่วยทางจิตมาออกรายการ แม้รายการจะออกอากาศไปแล้ว แต่สิ่งสำคัญนอกจากความรับผิดชอบ คือ การนำมาเป็นบทเรียนและไม่ทำอีก

ขณะที่ด้านนายธาม เชื้อสถาปนศิริ นักวิจัยชำนาญการสถาบันวิชาการสื่อสาธารณะ (สวส.) กล่าวว่า “การแข่งขันของสื่อมวลชนขณะนี้ทำให้เกิดปัญหา เพราะผู้ผลิตพยายามทำให้คอนเทนต์โดนใจผู้บริโภค โดยเฉพาะความอยากรู้อยากเห็น ในเรื่องของเพศ ภาวะทางความพิการ ชาติพันธุ์ ซึ่งอาจละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่นี่กลับเป็นเรื่องแปลกที่สามารถขายได้กับคนไทย โดยไม่ได้สะท้อนความเป็นมืออาชีพของคนผลิต ต่างจากในต่างประเทศ ที่ส่วนใหญ่จะนำเสนอคอนเทนต์ที่เป็นเรื่องดีและมีความรับผิดชอบต่อสังคม

แต่ซีรีส์ที่ได้รับความนิยมอย่าง “ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น” ถือว่าเมื่อมองในแง่คุณค่าแล้ว เป็นการผลิตคอนเทนต์ที่ดี มีคุณค่าต่อสังคม เพราะคนในสังคมมีการวิพากษ์วิจารณ์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นมากขึ้น นอกจากนี้แนวโน้มของการคิดรูปแบบเนื้อหา และคอนเทนต์ ในอนาคตอาจมีการพัฒนากล้าคิดกล้าทำมากขึ้น โดยเฉพาะในทีวีดาวเทียม หรือทีวีดิจิตอลในอนาคต

ส่วนนายสรนัฐ อุณะพำนัก Senior Digital media manager จาก CJ/WORX and SPORE BANGKOK ซึ่งประสบความสำเร็จมาจากโฆษณาชุด Wacoal Mood Boost-up มองว่า “การสร้างแบรน์ด้วยการทำไวรัล มี 2 แบบ คือ การสร้างแบรนด์ด้วยตัวแบรนด์เอง และการสร้างคอนเทนต์ ซึ่งนักการตลาดต้องรู้วิธีการซื้อสื่อให้เหมาะสมกับแบรนด์และตรงเป้าหมาย เพราะการสร้างไวรัลเป็นเสมือนการสร้างอุปทานหมู่ให้คนติดตาม

ขณะเดียวกันนักการตลาดก็ต้องใช้สื่อให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ติดตามสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวและสิ่งที่เป็นกระแสความนิยม เพราะจะทำให้นักการตลาดสามารถนำเอาสิ่งเหล่านั้นมาใช้ได้ เช่น หากคนในสังคมกำลังสนใจละคร และมีการพูดถึงเป็นจำนวนมาก ถ้าจะให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย ก็เลือกนักแสดงมาเป็นพรีเซนเตอร์ ซึ่งทำให้ไม่ต้องพยายามสร้างยอดจำนวนผู้เข้าชม เนื่องจากคอนเทนต์จะเป็นตัวที่ดึงดูดผู้บริโภคเอง

และบางครั้งคอนเทนต์ในสื่อกระแสหลักก็สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยตัวเอง เช่น จากปากต่อปาก จนทำให้เกิดการพูดถึงในโซเชียลมีเดีย ซึ่งถือว่าเป็นไวรัลประเภทหนึ่ง ที่นักการตลาดอาจจะแทบไม่ต้องสร้างคอนเทนต์เพิ่มเลย

สำหรับการโฆษณาแฝง หรือ ไท-อิน (Tie-In) นักโฆษณาก็ต้องทำให้ผลิตภัณฑ์เข้าถึงผู้ชม โดยโฆษณาแฝงเหล่านี้อาจจะปรากฏอยู่ในคำพูดของนักแสดง วัตถุ เสื้อผ้า ซึ่งทำให้ผู้ชมแทบจะไม่รู้สึกเลยว่าเป็นการโฆษณาแฝง

ด้านนางสาววิภูษา สุขมาก ผู้สื่อข่าว รายการข่าว 9 โมง สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส กล่าวว่า “คอนเทนต์ที่ถูกเผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย มีหลายครั้งที่สื่อหยิบยกมานำเสนอ สื่ออาจจะไม่ได้มองว่าการนำเสนอเรื่องราวที่ได้รับการพูดถึง จะเป็นการโหมกระแสหรือช่วยสร้างกระแสให้กับละคร ภาพยนตร์ โฆษณา ให้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันบางครั้งสิ่งที่สื่อนำเสนอเป็นคอนเทนต์ของตัวเอง ก็อาจเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล แม้ว่าบุคคลนั้นจะเป็นบุคคลสาธารณะ เช่น ภาพข่าวของนักแสดงจากโซเชียลมีเดีย”

นอกจากนี้ ท่ามกลางการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้น ไม่เพียงเฉพาะแต่ฟรีทีวี ทีวีดาวเทียมที่เกิดขึ้น แต่กระบวนทัศน์ของสื่อที่เปลี่ยนไป ยังทำให้สื่ออาจต้องตั้งคำถามว่า ได้ทำหน้าที่ผู้เฝ้าประตู ผู้คัดกรองข่าวสาร หรือแม้แต่เป็นผู้กำหนดวาระข่าวแล้วหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ที่สื่อมวลชนมักกล่าวกันว่า สื่อต้องมีความรับผิดชอบต่อประชาชน องค์กร และสังคมนั้น สื่อยังมีอยู่หรือไม่

MThai News

สื่อไทย, โฆษณาไทย

สื่อไทย, โฆษณาไทย

สื่อไทย, โฆษณาไทย

สื่อไทย, โฆษณาไทย

ไฟเขียวใช้ WIFIบนเครื่องบินTG เริ่ม ก.ย.นี้

กทค. อนุญาต บริษัท การบินไทย ให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายแก่ผู้โดยสารบนเครื่อง คาดเริ่มใช้เดือนกันยายนนี้

07

นายเจษฎา ศิวรักษ์ เลขานุการประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เผยว่า ขณะนี้กำลังพิจารณาให้ใบอนุญาตการให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย (ไวไฟ) บนเครื่องบินให้กับ บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) โดยคาดว่าจะเริ่มให้บริการได้ตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนเป็นต้นไป

ทั้งนี้ใบอนุญาตดังกล่าว การบินไทยได้ยื่นขอใบอนุญาตมาที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อ 2 ปีที่แล้ว โดยได้ยื่นขออนุญาตให้บริการทั้งไวไฟ และมือถือพร้อมกัน แต่ติดปัญหาเรื่องกฎหมายของไทยเองที่กำหนดว่าคลื่นความถี่มือถือต้องได้รับการจัดสรรด้วยวิธีการประมูลเท่านั้น ดังนั้น กทค. จึงให้ใบอนุญาตไวไฟก่อน หลังจากนั้นจึงจะพิจารณาเรื่องมือถือในภายหลัง

สำหรับคลื่นที่ให้บริการไวไฟ คือ 2.4 กิกะเฮิร์ตซ ซึ่งเป็นการให้ใบอนุญาตโดยอัตโนมัติสำหรับทุกรายที่ยื่นขอมา โดยหลังจากได้รับใบอนุญาตแล้ว การบินไทย ต้องเลือกผู้ให้บริการไวไฟอีกที ที่ปัจจุบันมีผู้ให้บริการอยู่ 2 รายทั่วโลก คือ แอร์โร โมบาย ประเทศอังกฤษ และ ออนแอร์ ของสวิตเซอร์แลนด์

MThai news

ชูวิทย์ ชม ส.ว.ตาบอดตั้งใจทำงานสภา ผิดกับคนตาดีดูรูปโป๊

วันนี้(28 ส.ค.) กลายเป็นส.ส.ขวัญใจชาวสังคมออนไลน์ที่ใช้เฟซบุ๊คโพสต์เรื่องราวงานการเมืองอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรครักประเทศไทย ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ค เผยเรื่องราวดีๆในสภาที่น้อยครั้งจะมีให้เห็น โดยนายชูวิทย์ได้หยิบกรณีของนาย มณเฑียร บุญตัน  สมาชิกวุฒิสภา ที่พิการตาบอดมาตั้งแต่กำเนิด มาเล่าให้ชาวสังคมออนไลน์ฟังดังนี้

ชูวิทย์ ยก ส.ว.ตาบอดตั้งใจทำงานสภา ผิดกับคนตาดีดูรูปโป๊

เรื่องดีๆเกิดขึ้นที่สภาฯได้เหมือนกัน

หมู่นี้มีแต่ข่าวที่ก่อให้เกิด “ความเสียหาย” แก่ชื่อเสียงของสภาฯเป็นประจำ ไม่ว่าเรื่อง ส.ส. ดูภาพหวิว ส.ส. เล่นเกมส์ ส.ส. ประท้วง อย่าง “ถึงลูกถึงคน” รวมไปถึง การ “ผลาญงบฯ” จัดซื้อนาฬิการาคา “แพงลิบ” และเก้าอี้หลุยส์ชุดละล้านที่ผมเปิดเผย

แต่มีผู้ที่ตั้งใจทำงาน “ส.ว. มณเฑียร บุญตัน” ตาบอดตั้งแต่กำเนิด เป็นลูกชาวนาจังหวัดแพร่ ประชาชนหลายคนอาจไม่รู้จัก ท่านไม่เคยย่อท้อยอมแพ้ต่อชะตาชีวิต ได้รับการแต่งตั้งเป็น “สมาชิกวุฒิสภา” ประเภท “สรรหา”

ในระหว่างประชุมรัฐสภา ส.ว.มณเฑียรฯ ใช้ Iphone และ Ipad ในการทำงาน ใช้ Iphone Voice Over ช่วยการสัมผัสหน้าจอ ใช้ Siri สั่งงานด้วยเสียง ส่ง SMS ส่งอีเมลล์ ค้นหาข้อมูลต่างๆ และใช้ Keyboard พิมพ์งานอย่างคล่องแคล่ว ไม่ต้องมีใครมาช่วย รู้จักใช้อุปกรณ์ IT ให้เป็นประโยชน์

ส.ว.มณเฑียรฯ สะท้อนให้เห็นว่าเงินของผู้เสียภาษีไม่ได้ “สูญเปล่า” และทำหน้าที่รับผิดชอบต่อตำแหน่งอย่างคุ้มค่า

ท่านได้กรุณาอธิบายวิธีการใช้โปรแกรม ผ่าน Iphone และส่งเป็น SMS ถึงผมว่า “สวัสดีครับ นี่เป็นการทดสอบวิธีการใช้ Iphone ถึงคุณชูวิทย์ จาก ส.ว.มณเฑียร”

ข้อความดังกล่าวเป็นภาษาอังกฤษ ผมแปลเป็นภาษาไทย ท่านสั่งงานเป็นภาษาอังกฤษด้วยความชำนาญ เพราะ Siri ค่อนข้างหยิ่ง ต้องพูดสำเนียง “เป๊ะ” เสียด้วย ถึงจะยอมเชื่อฟัง

วันนี้ผมอยากแสดงให้เห็นว่า “เรื่องดีๆ” เกิดขึ้นในสภาฯได้เหมือนกัน ประชาชนอย่าเพิ่ง “หมดหวัง” ดูสิครับ ท่าน “ตาบอด” แท้ๆ แต่สมอง “ปราดเปรื่อง” ส่วนคน “ตาดี” สมองดัน “ลามก” พระเจ้าท่านเที่ยงธรรมแท้ๆ

ทั้งนี้มีข้อมูลระบุว่า นายมณเฑียร บุญตัน เป็นลูกชาวนาจากบ้านน้ำชำ อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ ตาบอดมาตั้งแต่เกิด  เป็นถึง นายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย และสมาชิกวุฒิสภาจากการสรรหา พ.ศ. 2550 เป็นวุฒิสมาชิกคนแรกของไทยที่เป็นคนพิการมาตั้งแต่กำเนิด

MthaiNews