ชูวิทย์ อัด รัฐบาล ฝนตกไม่ทั่วฟ้า สนใจแต่ชาวนาเมินสวนยาง

วานนี้(28 ส.ค.) นายชูวิทย์ กมลวิศษฎ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรครักประเทศไทย ได้วิพากษ์วิจารณ์กรณีที่ม็อบสวนยางออกมาเรียกร้องเพื่อให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำ ผ่านทางเฟซบุ๊คส่วนตัว เผยว่า ฝนตกไม่ทั่วฟ้า รัฐบาลใส่ใจแต่ชาวนาซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญในการเลือกตั้ง แต่ไม่สนในชาวสวนยางที่เป็นฐานเสียงของพรรคฝ่ายค้าน โดย นายชูวิทย์ โพสต์ข้อความเต็มดังต่อไปนี้

นายชูวิทย์ กมลวิศษฎ์

จำนำข้าวได้ จำนำยางไม่ได้

รัฐบาล “รับจำนำข้าว” 15,000 บาทต่อตันได้ แต่รัฐบาลไม่สามารถ “รับจำนำยางพารา” 120 บาทต่อกิโลได้

รัฐบาลจ่ายเงินมากกว่า 2 แสนล้านบาท ให้กับ “เกษตรกรชาวนา” แต่รัฐบาลจ่ายเงินเพียง 2 หมื่นล้านบาท ให้กับ “ชาวสวนยางพารา”

รัฐบาล “เก็บข้าวไว้ในสต็อค” จนเน่าเพราะข้าวเน่าได้ แต่รัฐบาลไม่ยอมเก็บ “ยางพารา” แม้ว่ายางพาราจะไม่เน่า

รัฐบาลบอกว่าข้าวไม่มี “มาตรการด้านกฎหมาย” รองรับ ไม่มีกองทุนใดๆดูแลเสถียรภาพราคาข้าว แต่ยางพารามี “มาตรการกฎหมายรองรับ มี พ.ร.บ.กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง” ดูแลเสถียรภาพราคายางอย่างเป็นรูปธรรมต่อเนื่อง

รัฐบาลควบคุมราคา “น้ำมัน ทั้งเบนซิน ดีเซล แก๊สโซฮอลล์ และก๊าซหุงต้ม” แต่รัฐบาลไม่ควบคุม “สินค้าเกษตรสำคัญ” ที่ผลิตได้มากและส่งออกเป็นอันดับต้นๆของโลกอย่าง “ข้าว ยางพารา อ้อย ข้าวโพด มันสัมปะหลัง”

เพราะว่า…ข้าว อ้อย ข้าวโพด มันสัมปะหลัง ปลูกมากในพื้นที่ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคเหนือ อันเป็นฐานเสียงสำคัญของ “พรรครัฐบาล” และ “พรรคร่วมรัฐบาล” แต่ยางพาราปลูกมากในพื้นที่ภาคใต้ อันเป็นฐานเสียงสำคัญของ “พรรคฝ่ายค้าน”

โลกเรานี้ “ฝนตกไม่ทั่วฟ้า” ความยุติธรรมไม่ได้เกิดมาจากการ “ร้องขอ” ถ้า รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ จะรัก “ข้าว” มากขนาดนี้ แก้ไขแต่ “ปัญหาราคาข้าว” ไม่แก้ไข “ปัญหาราคายางพารา” รัฐบาลควรแต่งตั้งเป็น “รัฐมนตรีกระทรวงการข้าว” เสียให้มันรู้แล้วรู้รอดไป

MthaiNews

ศาลออกหมายจับ 6แกนนำม็อบสวนยาง

ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช อนุมัติออกหมายจับแกนนำม็อบสวนยางก่อเหตุรุนแรง 6 คน จับอีก 9 ปิดกั้นจราจร

ออกหมายจับม็อบสวนยาง

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้อนุมัติออกหมายจับแกนนำก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช จำนวน 6 คน ประกอบด้วย

นายชญานิน คงลัง/ นายก้องเกียรติ ชูทอง/ นายสมภาษณ์ ขวัญทอง/ นายสัมมิตร จุ้ยปลอด/ นายประภาส ภักดีรัตน์/ นางวนิดา แก้วมณี ข้อหา กระทำการใด ๆ ให้ทางสาธารณะอยู่ในลักษณะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่จราจร ป.อาญา ม.229 จำคุก ไม่เกิน 3 ปี/ ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

และจับกุมอีก 9 ราย นายพีรพงศ์ วิชัยดิษฐ์/ นายภิญโญ หมื่นจร/ นายบัญชา ณ พัทลุง/ นายกิตติวดี ขุนทอง/ นายสมโภชน์ กำเนิดรักษา /นายสำราญ  คงสวัสดิ์ /นายสากล  อินทระ /นายสมสุข กำเนิดรักษา และ นายสมเกียรติ ทองเสน ในข้อหา “ร่วมกันปิดกั้นทางหลวง หรือนำสิ่งใดมาขวาง หรือวางไว้บนทางหลวง ในลักษณะที่อาจเกิดอันตรายหรือเสียหายแก่ยานพาหนะหรือบุคคล” ตาม พ.ร.บ.ทางหลวง พ.ศ.2535 ม.9 รับโทษตาม ม.71 โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

พร้อมกันนี้ ยืนยันด้วยว่า สำนักงานตำรวจแก่งชาติ จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทน อดกลั้น และใช้หลักการเจรจาเป็นหลัก ขั้นตอนในการปฏิบัติจะต้องถูกต้อง ยึดหลักกฎหมาย มนุษยธรรม และมีความชอบธรรม ประชาชนส่วนใหญ่ยอมรับได้

รมว.ยุติธรรม โชว์กึ๋น! เล็งปล่อยฟรีใบกระท่อม ไม่ผิดกฎหมาย

รมว.ยุติธรรม โชว์กึ๋น! เล็งปล่อยฟรีใบกระท่อม ไม่ผิดกฎหมาย อ้างเพื่อเป็นการเบี่ยงเบนการใช้ยาเสพติดที่รุนแรงอย่างเช่นยาบ้า

มีรายงานข่าวแจ้งว่าทางกระทรวงยุติธรรมเตรียมจะเสนอเรื่องให้มีการพิจารณาแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด ด้วยการดึงใบกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด โดยนายชัยเกษม นิติสิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เผยว่าสาเหตุที่มีการเสนอแนวคิดดังกล่าวออกมานั้น ก็เพื่อเป็นการแก้ปัญหายาเสพติดที่นับวันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น และหากเบี่ยงเบนการเสพยาบ้าหรือยาเสพติดที่รุนแรงกว่าให้มาหันใช้ใบกระท่อมแทน ก็อาจเป็นการลดใช้ยาเสพติดได้อีกทางหนึ่ง

ใบกระท่อม, แก้กฎหมายใบกระท่อม, ข่าวใบกระท่อม

ซึ่งส่วนตัวแล้วเห็นว่าปัญหายาเสพติดเป็นผลมาจากครอบครัว และพืชชนิดดังกล่าวไม่น่าจะเป็นยาเสพติด เพราะในอดีตพืชใบกระท่อมจะใช้ในกลุ่มใช้แรงงานเพิ่มความขยันในการทำงาน ใช้คลายเครียด เป็นพืชท้องถิ่น ก่อนจะมีการประกาศให้เป็นพืขชเสพติดในเวลาต่อมา

อย่างไรก็ดีเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงแนวคิดเท่านั้น และขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ว่ามีผลกระทบอย่างไรบ้าง หากมีการให้ใช้พืชเสพติดดังกล่าวได้อย่างเสรี

ใบกระท่อม, แก้กฎหมายใบกระท่อม, ข่าวใบกระท่อม

MThai News