นายกฯ โผล่สภา ร่วมประชุมถกแก้รัฐธรรมนูญ สร้างความประหลาดใจให้ส.ส.-ส.ว. ขณะที่ไฮไลท์การประชุม จิรายุ เพื่อไทย ปะทะคารมเดือด นิพิฏฐ์ ปชป. ปมเผด็จการรัฐสภา
มีรายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลา 14.10 น.วันนี้ (27ส.ค.) น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้เดินทางเข้าร่วมการประชุมรัฐสภา เพื่อฟังการอภิปรายแก้รัฐธรรมนูญที่มาของส.ว. พร้อมกับนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ สส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยด้วย โดยนายกรัฐมนตรีไปนั่งในส่วนของ สส.พรรคเพื่อไทย ซึ่งการเดินทางเข้าร่วมประชุมสภาในครั้งนี้ก็สร้างความฮือฮาให้กับบรรดาส.ว.-ส.ส.ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลเป็นอย่างมาก

ส่วนไฮไลน์ของการประชุมในวันนี้นั้นอยู่ที่การปะทะคารมกันระหว่างนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สส.กทม.พรรคเพื่อไทย และนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อนายจิรายุได้พยายามชี้แจงว่า สว.ที่มาจากประชาชนย่อมสะท้อนเสียงของประชาชนได้ดีกว่า ส.ว.ที่มาจากสรรหาจากคนเพียง 7คนแน่นอน อีกทั้งไม่เชื่อว่าสภาไทยจะกลายเป็นสภาผัวเมียหากส.ว.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ซึ่งพรรคฝ่ายค้านมาด่าว่าเป็นสภาขี้ข้า ตนก็ขอบอกว่าขอยอมเป็นขี้ข้าประชาชน 3 แสนคนดีกว่าเป็นขี้ข้าคน 7 คน นอกจากนี้ยังตั้งคำถามฝากไปยังประชาชนด้วยว่า ประเทศไทยต่อจากนี้ จะให้เอาเสียงข้างน้อยชนะทุกเรื่องใช่หรือไม่

ภาพจาก @วิวาทะ
จากนั้นนายนิพิฏฐ์ อิทรสมบัติ สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ก็ลุกขึ้นประท้วงการอภิปรายของนายจิรายุ โดยระบุว่า เสียงข้างมากสะท้อนความต้องการได้ แต่ตัดสินความชั่วความเลวไม่ได้ ขอให้นายจิรายุไปเรียนหนังสือเสียใหม่ และเห็นด้วยว่าการตัดสินผิดหรือถูกต้องใช้กระบวนการยุติธรรม ถ้าตรงไหนขัดแย้งหรือผิดกฎหมายให้นำไปสู่ศาลยุติธรรม อย่าฆ่าตัดตอนกระบวนการยุติธรรม ด้วยการออกกฎหมายนิรโทษกรรม
การที่นายจิรายุ กล่าวหาเช่นนี้ทำให้เสียงข้างน้อยเสียหาย และขอยืนยันว่าเสียงข้างมากเป็นเผด็จการ เพราะไม่มีที่ไหนเสนอร่างกฎหมายที่นิรโทษกรรมความผิดใช้เสียงข้างมากปิดหูปิดตาประชาชน เห็นได้จากฮิตเลอร์ก็มาจากเสียงข้างมาก และมาจากเสียงเลือกตั้ง และเมื่อไรก็ตามที่เสียงข้างมากเป็นเผด็จการ ประชาชนก็ไม่รู้ว่าหายนะกำลังจะเกิดขึ้น เราไม่ต้องการชนะทุกเรื่อง แต่สู้ในสิ่งที่ท่านไม่มีเหตุผล และยืนยันว่าเราจะสู้ต่อ
MThai News