ผบก.นครศรีฯชี้ ภาพตำรวจช็อตไฟฟ้า แค่รูปตัดต่อ

ผบก.นครศรีฯชี้ ภาพตำรวจช็อตไฟฟ้า แค่รูปตัดต่อ ยันจนท.ไม่ได้ทำร้ายผู้ชุมนุมจนถึงขั้นบาดเจ็บ

จากกรณีที่มีภาพอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ที่ช็อตไฟฟ้าทำร้ายร่างกายผู้ชุมนุมม็อบสวนยางขณะถูกจับใส่กุญแจมือ ระหว่างเข้าสลายการชุมนุมที่บริเวณถนนสายเอเชีย จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 23ส.ค.ที่ผ่านมา จนเกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางถึงความไม่เหมาะสม ก่อนที่จะทราบชื่อของนายตำรวจคนดังกล่าวต่อมาว่าเป็นรองสารวัตรสืบสวนสอบสวน สภ.ร่อนพิบูลย์ นั้น

ตำรวจช็อตม็อบสวนยาง, ม็อบสวนยาง, ข่าวม็อบสวนยาง

วันนี้ (27ส.ค.) ทางพล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.นครศรีธรรมราช ก็ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า ได้เห็นภาพดังกล่าวแล้ว และได้เรียกเจ้าหน้าที่ที่ปรากฎอยู่ในภาพมาสอบสวนถึงสาเหตุที่แท้จริงเพื่อชี้แจงต่อสังคมต่อไป ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน

ขณะเดียวกันพล.ต.ต.รณพงษ์ ยังได้กล่าวถึงผลการตรวจสอบภาพฉาวตำรวจช็อตผู้ชุมนุมที่ปรากฎในเว็บไซต์ต่างๆ ว่า ภาพดังกล่าวเป็นภาพตัดต่อที่ทำขึ้นเพื่อต้องการสร้างเรื่องใส่ร้ายเจ้าหน้าที่ว่ามีการทำร้ายประชาชน เนื่องจากอาวุะที่พบเป็นเพียงมีดปลอกผลไม้ที่ยึดมาจากผู้ชุมนุมเท่านั้น ส่วนภาพบาดแผลที่ปรากฎอยู่บนตัวผู้บาดเจ็บ เกิดจากการที่เขาโดนรถชน เมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา

ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ส่งไปตรวจที่ รพ. มหาราช พบว่ามีแผลครึ่งช้ำ แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าแผลดังกล่าว เกิดจากการล็อกตัวเขา หรือว่าช้ำที่เกิดจากการที่เขาถูกรถชนกันแน่

MThai News

แห่จำนำทอง!หลังราคาพุ่งกว่า 2 หมื่นบาท

ชาวบุรีรัมย์แห่ เข้าโรงตึ๊ง ขอเพิ่มวงเงิน และนำทองคำรูปพรรณไปจำนำ หลังราคาทองในประเทศปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทะลุ 21,000 บาทอีกรอบ ล่าสุดเช้านี้ ราคาทองคำเช้าปรับขึ้นอีก 100 บาท ทองรูปพรรณขายออกบาทละ 21,650 บาท

26

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากราคาทองคำรูปพรรณได้ปรับราคาเพิ่มสูงขึ้นบาทละกว่า 21,000 บาท ส่งผลให้ประชาชนต่างนำทองคำรูปพรรณมาจำนำอย่างคึกคัก ทั้งนี้จากการเปิดเผยของ นายอิทธิเดช ทิพยแสง ผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ระบุว่า ช่วงนี้ได้มีประชาชนและเกษตรกรนำทองคำรูปพรรณ ไปจำนำและขอเพิ่มวงเงินรับจำนำ ที่สถานธนานุบาลเทศบาลเมืองบุรีรัมย์กันอย่างต่อเนื่องเพื่อนำเงินไปใช้จ่ายในครอบครัวและลงทุนทำนา

ดังนั้นทางสถานธนานุบาลฯ จึงได้ขยายวงเงินรับจำนำทองคำรูปพรรณจากบาทละ 14,000 บาท เป็นบาทละ 16,000 บาท ซึ่งคาดว่าจะมีผู้มาใช้บริการทั้งจำนำไถ่ถอนไม่น้อยกว่าวันละ 300 ราย โดยเป็นผู้ที่นำทองมาจำนำและขอเพิ่มวงเงินมากกว่าร้อยละ 90  โดยสถานธนานุบาลฯ ได้เตรียมเงินสดไว้รองรับประชาชนที่จะมาใช้บริการถึง 200 ล้านบาท

นอกจากนี้ทางสถานธนานุบาลฯ ยังได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อช่วยเหลือพ่อแม่ผู้ปกครองและประชาชนในช่วงนี้อีกด้วย โดยเงินต้นไม่เกิน 5,000 บาทคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 50 สตางค์ เงินต้นตั้งแต่ 5,000 ขึ้นไปถึง 100,000 บาท คิดดอกเบี้ยร้อยละ 1 บาท จากเดิมเงินต้น 10,000 บาทขึ้นไป คิดดอกเบี้ยร้อยละ 1.25 บาท

ขณะที่ราคาทองคำวันนี้(27 ส.ค.) สมาคมค้าทองคำ ได้ประกาศราคาทองคำครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.34 น. ปรับขึ้น 100 บาท  ส่งให้ราคาทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 21,150 บาท ขายออกบาทละ 21,250 บาท ทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 20,845 บาท ขายออกบาทละ 21,650 บาท

MThai news

นิวยอร์คไทม์แรง! ตีข่าวม็อบปชป. แค่หวังหวนคืนสู่อำนาจ

นิวยอร์คไทม์แรง! ตีข่าวม็อบปชป. แค่หวังหวนคืนสู่อำนาจเชื่อไม่มีทางล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์สำเร็จ เพราะมีอุปสรรคเยอะ พร้อมแนะควรยึดแนวทางอลงกรณ์ ปฏิรูปพรรคหาคนเหมาะสม ทำงานครองใจประชาชน

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ นิวยอร์คไทม์ได้ตีพิมพ์บทความของนายโจนาธาน เทปเปอร์แมน บรรณาธิการของนิตยสาร “ฟอเรนจ์ แอฟแฟร์ส” ที่ระบุว่า การบริหารบ้านเมืองของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทย เป็นต้นแบบที่ดีในการลดปัญหาความขัดแย้งภายในประเทศ เนื่องจากเธอจะเน้นเจรจาต่อรองกับทุกฝ่าย มากกว่าการเผชิญหน้า ก่อนที่จะแนะนำให้ประเทศอียิปต์นำโมเดลดังกล่าวไปปรับใช้ เผื่อว่าจะช่วยผ่อนคลายสถานการณ์ความรุนแรงให้ลดน้อยทุเลาลงนั้น

นิวยอร์คไทม์, ประชาธิปัตย์,

ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมา นิตยสารฉบับดังกล่าวก็ได้ตีพิมพ์รายงานฉบับพิเศษพูดถึงการเมืองไทยอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นการเล่าถึงในมุมของฝ่ายค้านโดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งพยายามโค่นล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์ด้วยการเดินเกมนอกสภา ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้พรรคนี้มีภาพลักษณ์เป็นพรรคที่มีความสุภาพ ไม่ก้าวร้าว และมีลักษณะเชิงปัญญาชน

โดยนายโทมัส ฟุลเลอร์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาคเอเชียของนิวยอร์กไทมส์ ที่ได้ลงพื้นที่ติดตามเวทีปราศรัยผ่าความจริงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ได้เขียนวิเคราะห์สถานการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์แบบเผ็ดร้อน ว่า การดำเนินการทางการเมืองนอกสภาของพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยการยกแผนการผ่านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ของพรรคเพื่อไทย มาเป็นข้ออ้าง แม้จะบอกว่า เลียนแบบ “อาหรับสปริง” แต่ที่จริงแล้วเป็นเพียงความต้องการที่จะหวนคืนสู่อำนาจ หลังแพ้เลือกตั้งให้ขั้วอำนาจของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อ 2ปีก่อนเท่านั้น

เพราะการนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคดีกรีระดับออกซ์ฟอร์ด ไม่สามารถเข้าถึงประชาชนคนรากหญ้าได้ จึงทำให้พ่ายแพ้ และนำมาซึ่งการเดินเกมนอกสภาด่าทอรัฐบาลด้วยคำหยาบคาย ปฏิเสธการเข้าร่วมปฏิรูปประเทศเพื่อหาทางออก รวมถึงการสร้างความปั่นป่วนในสภา ทำให้หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งถึงกับพาดหัวว่า “อัปยศ” ผิดวิสัยภาพลักษณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นมาในอดีต

นอกจากนี้รายงานข่าวนิวยอร์กไทมส์ ยังได้เผยบทสัมภาษณ์นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการแบบม็อบของพรรคด้วยว่า “ประชาธิปไตยแบบม็อบ” ไม่มีทางชนะใจประชาชนได้ มีแต่สร้างความแตกแยกไม่สิ้นสุด ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์ควรเร่งปฏิรูปตนเอง ด้วยการคัดสรรผู้สมัครเลือกตั้งที่ประชาชนต้องการ และเน้นการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนในขณะที่เศรษฐกิจของไทยและประเทศรอบข้างเริ่มส่อเค้าถดถอยถึงจะกลับมาครองใจประชาชนได้อีกครั้ง

ขณะที่นายสมบัติ บุญงามอนงค์ แกนนอนกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง ได้ให้สัมภาษณ์รายงานข่าวนิวยอร์กไทมส์ตอนหนึ่งว่า ไม่คิดว่าพรรคประชาธิปัตย์จะลงมาเล่นการเมืองบนท้องถนนเช่นนี้ ถ้าจะเปรียบก็เหมือนเป็นมาราโดน่าลดตัวลงมาเล่นบอลข้างถนนเสียเอง ซึ่งตนรู้สึกผิดหวังมากและเชื่อว่าความพยายามจุดกระแสล้มรัฐบาลครั้งนี้คงไม่มีทางสำเร็จแน่นอน เพราะคาดการณ์ความรู้สึกของประชาชนผิดพลาดไป

สำหรับรายงานฉบับดังกล่าวของนิวยอร์คไทม์ไม่ได้ฟันธงว่าการชุมนุมดังกล่าวของพรรคประชาธิปัตย์ จะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือไม่ เพราะการชุมนุมระยะยาวในประเทศไทยเป็นเรื่องยากลำบาก ต้องเจอกับทั้งสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวหรือพายุฝน อีกทั้งผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์จำนวนมากเป็นคนชั้นกลาง ซึ่งผู้ประท้วงส่วนหนึ่งก็ให้สัมภาษณ์ในข่าวว่า ถ้าหากลำบากมาก ก็คงดูทีวีอยู่ที่บ้านดีกว่า

MThai News