ม็อบต้านขึ้น LPG ถึงปตท.แล้ว-รถเริ่มติด

ม็อบต้านขึ้น LPG ถึง ปตท. แล้ว ขณะที่ ตำรวจ 1 พันนาย ดูแลความปลอดภัย ด้านจราจรเริ่มติดขัดแล้ว

ม็อบต้านขึ้น LPG ปตท.

บรรยากาศการรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบ บริษัท ปตท. จำกัด และกระทรวงพลังงาน ล่าสุดขณะนี้ ได้มีการปิดประตูทางเข้าออกโดยรอบ และตรึงกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประมาณ 1,000 นาย ซึ่งเป็นกำลังพลจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล 2 รอบประตูทางเข้าออก เพื่อเตรียมรับมือกลุ่มผู้ชุมนุม หากมีเหตุการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้น และขณะนี้ ปตท. ได้ประกาศให้พนักงานเดินทางกลับบ้านได้ โดยให้เข้าออกประตูฝั่งด้านหลังสำนักงานทางเดียว

นอกจากนี้ ด้านนอกฝั่ง ถนนวิภาวดี บริเวณหน้าสำนักงานใหญ่ กลุ่มผู้ชุมนุมได้เริ่มทยอยเดินทางมารวมตัวกัน เพื่อคัดค้านการขึ้นราคา LPG อาจส่งผลให้การจราจร ถนนวิภาวดี ขาออก มุ่งหน้าไปรังสิต เริ่มมีการชะลอตัวช่วงเวลานี้

ม็อบต้านขึ้น LPG ปตท.

ม็อบต้านขึ้น LPG ปตท.

ประมวลภาพ สะพานบวบ แทนสะพานมอญ ชาวบ้านร่วมใจสร้าง

จากกรณีที่เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ที่ผ่านมา “สะพานมอญ” หรือ “สะพานอุตตมานุสรณ์” สัญลักษณ์ของ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ถูกน้ำป่าและน้ำฝนพัดพาเอาตอไม้ สวะ และแพ มาปะทะกับตอม่อ จนทำให้ช่วงกลางของสะพานพังลงมาเป็นระยะทางกว่า 50 เมตร

สะพานมอญ,สะพานไม้บวบ,ภาพจากเฟสบุ๊ก Wa Sukkharin

ล่าสุดชาวบ้านเชื้อสายมอญและทหารจากกองกำลังสุรสีห์ ได้ร่วมมือกันสร้างสะพานมอญแบบชั่วคราวจากไม้บวบยาวกว่า 300 เมตร กว้าง 6 เมตร ด้วยระยะเวลาในการสร้างเพียง 6 วัน จากที่มีกำหนดเวลา 2 สัปดาห์

ทั้งนี้มีเฟสบุ๊ก Wa Sukkharin ได้โพสต์ภาพสะพานมอญชั่วคราว จากไม้บวบนี้ด้วย ตั้งแต่การเริ่มก่อสร้าง จนกระทั่งสะพานเสร็จเป็นรูปร่างใช้สัญจรได้

อย่างไรก็ตาม นายชาธิป รุจนเสรี นายอำเภอสังขละบุรี ได้กล่าวถึงการซ่อมแซมสะพานมอญว่าต้องรอให้หมดฤดูฝนก่อน  อาจจะอยู่ในช่วงเดือน พ.ย. – ธ.ค. เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้อย่างปลอดภัย และง่ายต่อการซ่อมแซม

ขอบคุณภาพจากเฟสบุ๊ก Wa Sukkharin

MThai News

สะพานมอญ,สะพานไม้บวบ,ภาพจากเฟสบุ๊ก Wa Sukkharin

สะพานมอญ,สะพานไม้บวบ,ภาพจากเฟสบุ๊ก Wa Sukkharin

สะพานมอญ,สะพานไม้บวบ,ภาพจากเฟสบุ๊ก Wa Sukkharin

สะพานมอญ,สะพานไม้บวบ,ภาพจากเฟสบุ๊ก Wa Sukkharin

สะพานมอญ,สะพานไม้บวบ,ภาพจากเฟสบุ๊ก Wa Sukkharin

สะพานมอญ,สะพานไม้บวบ,ภาพจากเฟสบุ๊ก Wa Sukkharin

อ่วมแน่!เดือนหน้าขึ้นราคาทั้ง “ค่าก๊าซ -ค่าไฟ”

บอร์ด กกพ.มีมติปรับขึ้น ค่าเอฟที งวดใหม่ ระหว่างเดือน  ก.ย.-ธ.ค.56  จำนวน 6-7 สตางค์ต่อหน่วย  หลังต้นทุนผลิตไฟฟ้าเพิ่ม 14 สตางค์ ขณะที่ค่าก๊าซหุงต้มภาคครัวเรือนมีกำหนดปรับขึ้นเดือนหน้าเช่นกัน

06

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้( 23 ส.ค.) ที่ประชุมคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) หรือเรกูเลเตอร์ มีมติศปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ หรือ เอฟที ประจำงวดเดือนก.ย. – ธ.ค. 56 ในอัตรา 7 สตางค์ต่อหน่วย เนื่องจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงกว่า 2 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จากเดิม 29 บาทต่อเหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่มากกว่า 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ทำให้ราคาเชื้อเพลิงที่นำเข้าจากต่างประเทศมาผลิตไฟฟ้ามีราคาสูงขึ้น จึงส่งผลให้ค่าไฟฟ้าที่ประชาชนต้องจ่ายอยู่ที่ 3.78 – 3.83 ส.ต.ต่อหน่วย

นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า แม้เคยพูดว่าค่าเอฟทีงวดใหม่นี้จะไม่ปรับขึ้น เพื่อแบ่งเบาภาระประชาชน แต่ในขณะนี้เงื่อนไขเปลี่ยนแปลงไป  เพราะต้นทุนค่าเอฟทีงวดใหม่โดยรวมความจริงปรับเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 14 สตางค์ต่อหน่วย

ดังนั้น หากค่าไฟฟ้าไม่ปรับเพิ่มขึ้นบ้างต้นทุนเหล่านี้จะไปรวมในปี 2557 ขณะที่ทิศทางภาวะต้นทุนปี 2557 จะเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งจะเป็นภาระของประชาชนเพิ่มขึ้นในปีหน้า จึงหารือและเห็นว่าควรปรับเพิ่มในอัตรา 6-7 สตางค์ต่อหน่วยและที่เหลืออีกประมาณ 6-7 สตางค์ได้มีการเกลี่ยให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมรับภาระไปก่อนกว่า 1,000 ล้านบาท

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวอีกว่า ต้นทุนค่าเอฟทีที่ปรับขึ้นครั้งนี้เกิดจากหลายปัจจัยทั้งจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าจากระดับ 30 บาทและขณะนี้ 32.08 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงต้นทุนราคาที่เพิ่มขึ้นผันแปรตามสถานการณ์โลกหลายประการ เช่น กรณีปัญหารุนแรงในอียิปต์

นอกจากนี้ การใช้ไฟฟ้าของประเทศก็ลดต่ำลงกว่าประมาณการเดิม จึงทำให้ต้นทุนขยับเพิ่มสูงขึ้นดังกล่าว โดยการใช้ไฟที่ลดลงแสดงถึงเศรษฐกิจที่ชะลอตัวหรือไม่ ไม่ทราบ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าทั้งค่าไฟฟ้าเอฟทีเดือนกันยายนและค่าแอลพีจี จะขยับขึ้น 50  สต.ต่อเดือน เป็นเรื่องภาวะจำเป็นก็จะเป็นการลดภาระของประเทศในอนาคต

และในวันที่ 1 ก.ย.นี้ ปตท.ก็จะเริ่มทยอยปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้มภาคครัวเรือนจากราคา 18.13 บาทต่อกิโลกรัม(กก.) เป็น 24.82 บาทต่อกก. โดยปรับขึ้นเดือนละ 0.50 บาทต่อกก.ไปจนถึง ส.ค. 57

 MThai news