เพจรัฐสภาฯลบแล้ว ภาพฉาวส.ส.บีบคอตำรวจสภา

เพจรัฐสภาฯลบแล้ว ภาพฉาวส.ส.บีบคอตำรวจสภา หลังศิริโชคนำไปตั้งกระทู้ถามประธาน เหตุมีพฤติกรรมใส่ร้ายโจมตีฝั่งตรงข้าม

หลังจากที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (21 ส.ค.) ในเฟซบุ๊กของรัฐสภา https://www.facebook.com/thaiparliament ได้มีการโพสต์ภาพเหตุการณ์ความวุ่นวายระหว่างการพิจารณาแก้กฎหมายที่มาของส.ว. วานนี้ (20ส.ค.)

เฟซบุ๊กรัฐสภา, ข่าวสภาวุ่น, ศิริโชค โสภา

ที่เผยให้เห็นจังหวะของส.ส.ท่านหนึ่งใช้มือบีบคอของเจ้าหน้าที่ตำรวจสภา ขณะมาเชิญตัวออกนอกห้องประชุมตามคำสั่งของประธานสภา ซึ่งภาพดังกล่าวตัดมาเฉพาะบางส่วนไม่ได้เผยให้เห็นองค์รวมทั้งหมดของภาพว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

ล่าสุดภาพดังกล่าวได้ถูกลบออกจาเฟซบุ๊กดังกล่าวไปแล้ว ภายหลังที่นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ได้หยิบยกเรื่องดังกล่าวมาถามประธานสภา เพื่อต้องการให้ประะานสภารับผิดชอบและลาออกจากตำแหน่ง  เนื่องจากนายศิริโชคเห็นว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการนำภาษีของประชาชนมาทำลายใส่ร้ายฝั่งตรงข้าม และไม่ใช่เฟซบุ๊กส่วนตัวของใครที่จะนำมาทำสิ่งนี้ได้   แลเป็นการกระทำผิดที่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ซึ่งจากนั้น นายสมศักดิ์​ เกียรติสุรนนท์ ประธานในที่ประชุม ได้ชี้แจงว่าจะขอไปตรวจสอบรายละเอียด ก่อนจะมีการลบภาพดังกล่าวออกไปในที่สุด พร้อมทั้งแทนด้วยภาพของประธานขณะทำหน้าที่ควบคุมการประชุมวานนี้ (20ส.ค.) พร้อมระบุข้อความว่า

ปธ.รัฐสภา ได้ทำหน้าที่ตามข้อบังคับอย่างสมบูรณ์ ไม่มีใครอยู่เหนือข้อบังคับของรัฐสภา ซึ่งถือว่าเป็นกติกา ที่สมาชิกทุกคนต้องยืดถือปฏิบัติ เครื่องมือสำคัญที่ประธานรัฐสภาใช้ในการควบคุมการประชุม คือ ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อบังคับการประชุม ถือเป็นอำนาจของประธานรัฐสภาในการรักษาระเบียบและความเรียบร้อย

ข้อ 51 ถ้าประธานให้สัญญาณ ด้วยการเคาะค้อนหรือยืนขึ้นให้ผู้กำลังพูด หยุดพูดและนั่งลงทันที
ข้อ 114 ผู้ใดฝ่าฝืนข้อบังคับนี้ ประธานมีอำนาจเตือน ห้ามปราม ให้ถอนคำพูด ห้ามพูดในเรื่องที่กำลังปรึกษากันอยู่ ให้กล่าวขอขมาในที่ประชุมรัฐสภา หรือสั่งให้ออกไปจากที่ประชุมรัฐสภา โดยมีหรือไม่มีกำหนดเวลาในครั้งนั้นก็ได้

ในกรณีที่ประธานสั่งให้ผู้ใดออกจากที่ประชุมรัฐสภา หากผู้นั้นขัดขืน ประธานมีอำนาจสั่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้นำตัวออกจากสถานที่ประชุมรัฐสภาหรือออกไปให้พ้นบริเวณรัฐสภา คำสั่งของประธานตามข้อนี้ ผู้ใดจะโต้แย้งมิได้ #ประธานรัฐสภา #รัฐสภา

MThai News

เฟซบุ๊กรัฐสภา, ข่าวสภาวุ่น, ศิริโชค โสภา

เวียดนาม สั่งประหารชีวิต สาวไทยขนโคเคน

ศาลเวียดนาม ตัดสินโทษประหารชีวิต สาวไทยวัย 31 ปี ฐานความผิด ลักลอบขนโคเคน

เวียดนาม สั่งประหารชีวิต สาวไทยขนโคเคน

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ในวันนี้ (21 ส.ค.) สื่อท้องถิ่นของเวียดนาม เสนอข่าว สาวไทย ที่ถูกจับกุมตัว ฐานลักลอบขนยาเสพติดเข้าประเทศเวียดนาม ล่าสุด ถูกตัดสินโทษประหารชีวิตแล้ว และการตัดสินโทษขั้นรุนแรงเช่นนี้ ถือว่าเป็นครั้งที่ 2 แล้ว ที่ศาลเวียดนามตัดสินประหารชีวิตชาวต่างชาติ ในกรณีการลักลอบขนส่งยาเสพติด ซึ่งหลายสื่อในเอเชียต่างวิจารณ์ด้านลบอย่างมาก สำหรับระบอบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์

นอกจากนี้ สื่อเวียดนาม รายงานต่อเนื่องว่า สาวไทย ที่ถูกตัดสินโทษคือ นางสาวสุรชา ชัยมงคล ต้องโทษประหารชีวิต หลังถูกจับขณะขนโคเคนน้ำหนัก 2 กิโลกรัม โดยเจ้าหน้าที่ตรวจด่านยาเสพติดเวียดนาม กล่าวว่า ยาเสพติดดังกล่าวถูกพบซ่อนอยู่ในอัลบั้มรูป 2 อัลบั้ม ขณะที่ ผู้ต้องหาเดินทางมาถึงสนามบินในนครโฮจิมินห์ เมื่อเดือน ต.ค. 2555 ที่ผ่านมา หลังจากเดินทางมาจากประเทศบราซิล

ขณะที่ ชายชาวไนจีเรีย วัย 31 ปี ถูกตัดสินโทษประหารชีวิตโดยศาลเดียวกัน จากความผิดฐานลักลอบขนยาบ้า น้ำหนัก 3.4 กิโลกรัม จากกาตาร์มายังเวียดนาม อย่างไรก็ตาม ศาลในเวียดนาม ถือได้ว่าเป็นประเทศที่เข้มงวดเรื่องของกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดที่รุนแรงที่สุดแห่งหนึ่งในโลก และปัจจุบันยังมีนักโทษในเรือนจำ ที่รอเวลารับโทษประหารชีวิตในคดีเช่นเดียวกัน ถึง 586 คน

รวบแก๊งเก็บสลิปจากตู้เอทีเอ็ม ปลอมเอกสาร เบิกเงินกว่า 7 แสนบาท

รายงานข่าวแจ้งว่าเมื่อวันที่ 20 ส.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจบช.ภ.7 อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมแก๊งปลอมบัตรข้าราชการถอนเงินบัญชีลูกค้าธนาคารหลายแห่งได้ผู้ต้องหา 2 คน คือ นายธนดล หรือตี๋ ขจรศักดิ์ชัย อายุ 41 ปี และนายนที หรือนะ ศิระวรวิทย์ อายุ 32 ปี ในข้อหาร่วมกันปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอมและฉ้อโกงทรัพย์โดยการแสดงตนเป็นคนอื่น

pp

ทั้งนี้ ทั้งสองได้วางแผนเก็บสลิปใบเบิกถอนเงินตามถังขยะหน้าตู้เอทีเอ็ม แล้วโอนเงินเข้าบัญชีเพื่อเอาชื่อนามสกุลเจ้าของบัญชี ก่อนจะนำบัตรข้าราชการตำรวจหรือฝ่ายปกครองอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎรนำไปใช้ทำบัตรข้าราชการของเจ้าของบัญชีใช้เป็นหลักฐานขอเปิดบัญชีใหม่ โดยให้รวมเงินจากบัญชีอื่นแล้วใช้บัตรเอทีเอ็มไปกดเงิน โดยก่อเหตุมาแล้ว 4 ครั้ง เจ้าของบัญชีมีทั้งตำรวจและเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ โดยค่าเสียหายกว่า 7 แสนบาท

สำหรับการจับกุม สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ  ได้รับร้องเรียนจากธนาคารพาณิชย์หลายแห่งว่า มีคนร้ายปลอมแปลงเอกสารราชการแล้วเบิกถอนเงินจากบัญชีลูกค้าทางอินเตอร์เน็ต (I-Banking) อีกทั้งตำรวจยังได้ภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าตู้เอทีเอ็มธนาคารแห่งหนึ่งใน จ.นครปฐม จับภาพนายธนดลป้วนเปี้ยนหยิบสลิปที่ผู้เบิกเงินขยำทิ้งในถังขยะนำมาดูและเก็บไปหลายแห่ง จึงขยายผลจับกุมในที่สุด

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เตือนภัย! มือดีสวมรอย เปิดบัญชี โอนเงินผ่านอินเตอร์เน็ต 4แสนบาท